สมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 10,000 เลือกยี่ห้อไหนดี

ในปัจจุบันผู้ผลิตสมาร์ทโฟนได้นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาพัฒนาสเปคต่าง ๆ ให้ตอบโจทก์ผู้ใช้งานนับว่าตามไม่ทันกันเลยทีเดียว มีการแข่งขันกันสูงมาก  ยิ่งสมาร์ทโฟนราคากลาง ๆ  มีกลุ่มผู้ซื้อมากที่สุด เพราะมีคุณสมบัติตัวเครื่องครอบคลุมทุกการใช้งาน, ใช้งานได้ไหลลื่นไม่ติดขัด, กล้องถ่ายภาพคมชัด และยังรองรับการใช้งานกับแอพพลิเคชั่นต่าง ๆได้อย่างครบถ้วน  ฯลฯ จึงมีผู้ที่ต้องการใช้มากกว่าราคาต้น ๆ หรือ ราคาสูงลิบ มากกว่า 

กลุ่มสมาร์ทโฟนระดับกลางจึงเป็นตัวเลือกหลักของผู้ใช้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่สักเครื่องหนึ่ง ประสิทธิภาพดี พร้อมตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน ในราคาที่จับต้องได้ ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อสมาร์ทโฟนในราคาแพง  ๆ หลักหมื่น หากเราไม่ได้ใช้งานก็ไม่จำเป็นต้องใช้สเปคสูง ๆ ก็ได้  และมีราคาวางจำหน่ายที่ถูกลงเรื่อยๆ ซึ่งก็ส่งผลดีกับผู้ใช้อย่างเราๆ ที่สามารถเลือกซื้อสมาร์ทโฟนฟีเจอร์ระดับท็อปได้หลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานตามไลฟ์สไตล์ และงบประมาณของแต่ละท่านได้มากที่สุด ในปัจจุบันจะไม่มีการกำหนดมาตรฐานของ “สมาร์ทโฟน” ออกมาอย่างชัดเจน 

สมาร์ทโฟน

แต่แนวโน้มในภาคอุตสาหกรรมตลาดมือถือก็ได้ปรับตัวเข้าหาผู้บริโภคมากขึ้นและเรียนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนต้องการ โดยสิ่งที่จำเป็นต้องมีอยู่ในสมาร์ทโฟนนั้นได้แก่ Operating System (ระบบปฏิบัติการ) โดยทั่วไปสมาร์ทโฟนแต่ละเครื่องจะขึ้นกับระบบปฏิบัติการที่ใช้งาน ซึ่งระบบปฏิบัติการเหล่านั้นจะช่วยให้ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนสามารถเข้าถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆ บนระบบนั้นได้ เช่น iPhone ของ Apple รันระบบปฏิบัติการ iOS, สมาร์ทโฟน BlackBerry ใช้ระบบปฏิบัติการ BlackBerry OS, สมาร์ทโฟน แอนดรอยด์ใช้ระบบปฏิบัติการ Android OS, สมาร์ทโฟน Windows Phone ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone เป็นต้น  ต่อไปเราจะมาแนะนำ สมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 10000 บาท ว่ามีรุ่น ยี่ห้อใดบ้างที่จะสามารถตอบโจทก์ทุกการใช้งาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานอีกด้วยคะ เราไปดูกันเลยค่ะ

1. OPPO F9 RAM 6 ROM 64

OPPO F9 RAM 6 ROM 64 OPPO F9 สมาร์ทโฟน F-Series รุ่นล่าสุด ตัวเครื่องมีขนาด 156.7×74.04×7.99 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 169 กรัม กับดีไซน์จอไร้ขอบแบบหยดน้ำ และตัวเครื่องไล่เฉดสี ผสานลวดลายกลีบดอกไม้โฉมใหม่หมดจด หน้าจอแสดงผล LTPS TFT ขนาด 6.3 นิ้ว แบบ Waterdrop Screen ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080×2340 พิกเซล) ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Helio P60 พร้อมชิปประมวลผลแยกในตัวแบบ Dual AI Core  หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 MP3  หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB  หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB  

กล้องหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.85 และรองรับโหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (AI Portrait) กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ HDR เทคโนโลยี AI Beauty 2.1 โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0  ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ซึ่งถูกครอบทับบน ColorOS 5.2รวมถึงการอัพเกรดกล้องถ่ายภาพ และรองรับระบบชาร์จเร็วแบบ VOOC Flash Charge ที่ชาร์จเพียง 5 นาทีก็สามารถโทรได้นานถึง 2 ชั่วโมง

ข้อดี

  • รองรับระบบรักษาความปลอดภัยถึงสองชั้นทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และการสแกนใบหน้า
  • รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual SIM)
  • มีระบบ VOOC Flash Charge 5 นาที คุยได้ 2 ชั่วโมง
  • รองรับฟังก์ชัน Split-Screen สำหรับแบ่งหน้าจอเพื่อเปิดใช้งาน 2 แอปพลิเคชันพร้อมกัน

ข้อด้อย

  • รุ่นนี้ยังไม่พบข้อด้อย

2. Samsung Galaxy A7 2018 (4/64GB)

Samsung Galaxy A7 2018 (4/64GB) ขนาดเครื่อง 15.0X7.6X0.75 ซม. น้ำหนัก 374 กรัม ออกแบบให้สวย ตัวบอดี้ใช้วัสดุโลหะ กรอบด้านหลังเป็นกระจกหรู 2.5D ซึ่งทั้งทนทาน และโดดเด่น มีการเคลือบสารกันรอยนิ้วมือ เวลาหยิบจับทั่วไปรอยนิ้วมือจะติดยากมาก เป็นการผสมผสานทั้งการใช้งานและดีไซน์ที่ลงตัว จับถนัดมือ ด้วยตำแหน่งสแกนลายนิ้วมือที่ออกแบบมาให้อยู่ตำแหน่งด้านข้าง เพื่อสะดวกในการใช้งาน 

ขนาดจอ 6.0 นิ้ว  ถือว่ามีขนาดที่กำลังดีและมีความละเอียดของหน้าจอเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว จอแสดงผล SUPER AMOLED (FHD+) มีความคมชัดมาก ให้สีสันสดใส แสดงผลสีดำได้คมชัด มีเวลาตอบสนองที่รวดเร็ว มีองศาในการมองที่กว้าง และประหยัดพลังงาน ระบบปฏิบัติการ:ANDROID 8.0 มาพร้อมกับกล้องดิจิตอลหน้า(ล้านพิกเซล):24 MP TETRA CELL (F1.9) FLASH-LED  กล้องดิจิตอลหลัง(ล้านพิกเซล):กล้องหลัง 3 เลนส์ มีระบบกล้องอัจฉริยะ ที่ช่วยปรับสี และแสงอัตโนมัติ ก่อนการถ่าย 

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีโหมดการถ่ายรูปให้เลือกถึง 19 โหมด ที่จะทำให้รูปของคุณ ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด จะมากับ ชิปเซ็ต Exynos 7885 มาพร้อมแรม 4 GB ให้ความจุมา 64GB และนอกจากซิมสองจะใส่แยกกับ Micro SD Card อย่างอิสระแล้ว ยังสามารถเพิ่มเมมได้สูงสุดถึง 512 GB

ข้อดี

  • กล้องมีถึง 3 ตัว เลนส์ Ultra Wide กว้างถึง 120 องศา ช่วยให้เราเก็บภาพได้เต็มและกว้างมากขึ้น เพื่อเพิ่มมุมมองใหม่ๆ ในการถ่ายภาพ
  • กล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล เซลฟี่ได้จุใจ
  • มีระบบสแกนใบหน้าและสแกนนิ้วมือ วางเอาไว้ข้างเครื่องในตำแหน่งที่นิ้วโป้งแตะใช้งานได้ทันที สะดวกต่อการใช้งาน

ข้อด้อย

  • ไม่มี Fast Charge

3. Huawei Y9 2019 *4 GB+ 64 GB

Huawei Y9 2019 *4 GB+ 64 GB ตัวเครื่องมีขนาดเพียง 162.4 x 77.1 x 8.1 มิลลิเมตร น้ำหนัก 173 กรัม  หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว กับความละเอียด FHD+ 2340×1080 สัดส่วน 19.5:9 ความคมชัดและสีสันสดใส  ด้วยความที่เป็นจอไร้ขอบ ทำให้ ไม่ใหญ่จนเกินไป ตัวเครื่องรุ่นใหม่มีการออกแบบขอบโค้ง 2.5 D อย่างสวยงาม ผิวสัมผัสลื่น มาพร้อมกับชิปเซ็ตตัวใหม่ Kirin 710 ชิปเซ็ตในระดับเทียบเท่ากับ Snapdragon 660 และมีเทคโนโลยีที่ออกแบบมารองรับการเล่นเกมอย่าง GPU Turbo การันตีได้ว่าเล่นได้ทุกเกม 

ความจุ และ Ram ก็ให้มามากขึ้น เป็น Ram 4 GB/ ROM 64 GB แถมยังรองรับ Micro SD ความจุสูงสุด 400 GB ในถาดซิมแบบ 3 Slot กล้องหน้า เป็นกล้องคู่ ความละเอียด 16 + 2 ล้านพิกเซล สามารถถ่าย Portrait หน้าชัด หลังเบลอได้ในระดับ Hardware และกล้องคู่หลัง 13 + 2 ล้านพิกเซล f/2.0 .ให้รายละเอียดที่คมชัดและสดใสด้วยเทคโนโลยี AI ที่สามารถปรับแต่งฉากหลังได้อย่างชาญฉลาดมากกว่า 500 ฉาก โดยมี 22 หมวดหมู่เลือกอย่างมีประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์ เพื่อให้รูปภาพของคุณดีที่สุด

ข้อดี

  • แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ความจุสูง 4,000 มิลลิแอมป์ที่ไม่ทำให้ตัวเครื่องหนา หนักเกินความจำเป็น และช่วยเพิ่มระยะเวลาการใช้งาน
  • รองรับทั้งสแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่องและสแกนใบหน้า
  • สเปคแรงจัดเต็มด้วยชิปเซ็ต AI Kirin 710 ถ่ายภาพสวยไม่พลาดสักช็อตด้วย 4 กล้อง AI Camera ทั้งกล้องหลังคู่ 13+2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าคู่ 16+2 ล้านพิกเซล

ข้อด้อย

  • รุ่นนี้ยังไม่พบข้อด้อย

4. Vivo V11i 4+128GB

Vivo V11i 4+128GB ขนาดตัวเครื่องจะอยู่ที่ 155.97 x 75.63 x 8.1 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบาเพียง 163.7 กรัม ดีไซน์ตัวเครื่องแบบกระจก 2.5D มีความโค้งมนที่ขอบเครื่องด้านหลัง ทำให้หยิบจับสะดวกมือเป็นอย่างมาก ใช้วัสดุกระจก มีความเงางามสะท้อนให้เห็นถึงประกายคล้ายดวงดาว ทั้งยังถือและใช้งานได้ถนัดมือด้วยความโค้งมนที่ด้านหลังตัวเครื่องเล็กน้อยเพื่อรองรับกับอุ้งมือได้อย่างพอดี 

หน้าจอ มาแบบ LTPS ในนาม Halo FullView Display รอยหยดน้ำ กว้าง 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ และมีสัดส่วนจอแสดงผลสูงถึง 90.4% กล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 กล้องหลังคู่ความละเอียด 16+5 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช LED รูรับแสง f/1.8 ระบบปฎิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย Funtouch OS 4.5 หน่วยประมวลผล  MTK Helio P60 Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz

ข้อดี

  • ระบบความปลอดภัยอย่างเต็มรูปแบบทั้งการสแกนใบหน้าที่ทำได้อย่างรวดเร็วมาก แทบไม่เห็นหน้าจอล็อคระหว่างรอการสแกน ทั้งยังมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่จำค่าได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ โดยมีความรวดเร็วในการใช้งาน
  • มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 3,315 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 9V/2A 18W มีฟีเจอร์ประหยัดพลังงาน
  • รองรับ การ์ดหน่วยความจำ microSD สูงสุด 256 GB

ข้อด้อย

  • รุ่นนี้ยังไม่พบข้อด้อย

5. Honor play GPU Turbo RAM4GB/ROM64GB

Honor play GPU Turbo RAM4GB/ROM64GB ขนาดรอบตัวเครื่องอยู่ที่ 157.9 x 74.3 x 7.5 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 176 กรัม ผลิตจากวัสดุโลหะที่ไม่ได้เคลือบกระจกแบบรุ่นอื่นๆ เนื่องจากจะระบายความร้อนได้มากกว่า ตัวเครื่องวัสดุเป็นโลหะขึ้นรูปแบบ Unibody ขณะที่ข้างตัวเครื่องก็มีความโค้งรองรับกับมือเราได้เป็นอย่างดี สำหรับหน้าจอของ Honor Play มีรอยบากอย่างที่เราคุ้นเคยกันดี โดยมาพร้อมกับ IPS LCD กว้าง 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9 และมีสัดส่วนหน้าจออยู่ที่ 89% honor Play ที่ออกมาเพื่อเน้นเจาะกลุ่มคนเล่นเกมโดยเฉพาะ ด้วยการชูจุดเด่นด้วยเทคโนโลยี GPU Turbo ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลกราฟิก 

อีกทั้งชิปเรือธง Kirin 970 Octa-Core พร้อมด้วยประสบการณ์เล่นเกมแบบ 4D Gaming และหน้าจอขนาดใหญ่สะใจ ซิปประมวลผล Kirin 970 Octa-core (4 x Cortex A73 2.36 GHz + 4 x Cortex A53 1.8 GHz)  หน่วยความจำ RAM 4GB / ROM 64GB (รองรับ หน่วยความจำเสริม Micro SD Card สูงสุด 256GB) ระบบปฏิบัติการ Android 8.1.0 (Oreo) ครอบด้วย EMUI 8.2.0 กล้องหลังเลนส์คู่ 16MP (f/2) + 2MP (f/2.4) มีโหมดปรับแสงแบบ 3D กล้องหน้า 16MP (f/0) มีโหมดปรับแสงแบบ 3D และ AI ช่วยให้คุณได้ถ่ายภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่ต้องการ

ข้อดี

  • สามารถตอบโจทย์สำหรับคอเกมตัวจริง ที่ต้องการเครื่องแรง ๆ แต่ราคาสุดย่อมเยา
  • เพลิดเพลินไปกับระบบเสียง 3 มิติแบบ Ultrawide ได้อย่างเต็มที่ ด้วยเทคโนโลยีเสียง Histen 3D
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, สแกนใบหน้า

ข้อด้อย

  • ไม่มี SuperCharge รองรับ

6. Xiaomi Mi 8 Lite (4+64G)

Xiaomi Mi 8 Lite (4+64G) ขนาดตัวเครื่องที่ 156.4 x 75.8 x 7.5 มิลลิเมตร น้ำหน้า 169 กรัม ขนาดกำลังพอดีมือ และมีความบาง และเบา จับถือในมือแล้วกระชับ สะดวก ตำแหน่งปุ่มวางมาได้ดี อยู่บริเวณนิ้วมือพอดี กดได้ง่าย บวกกับการเคลือบผิววัสดุ ให้มันแวววาวคล้ายกระจก ทำให้เพิ่มความรู้สึกหรูหราได้ดีเยี่ยม หน้าจอขนาด 6.26 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2280 x 1080 พิกเซล ค่า PPI ที่ 403 และคอนทราสที่ 1500:1หน้าจอตัวเครื่องแบบ LCD IPS ให้สีสันสวยงาม ความละเอียดก็ดี ดูภาพดูรูปสวยคม ซอฟท์แวร์ที่ใช้เป็น MIUI เวอร์ชั่น 9.6 มีความสามารถในการ Gesture หรือรูปแบบการปัดนิ้ว สั่งงานเข้าออกแอพฯ ต่างๆในเครื่อง ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น 

ตัวกล้องหลังให้มาความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสงกว้าง f/1.9 ขนาดเซ็นเซอร์ที่ 1/2.55″, 1.4µm ระบบโฟกัสแบบ dual pixel PDAF และกล้องอีกตัวเป็นความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ความกว้างรูรับแสงที่ f/2.0 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5″, 1.12µm สำหรับใช้งานเป็นตัววัดระยะความห่างของวัตถุ (depth sensor) เพื่อทำหน้าชัดหลังเบลอ มีระบบ AI อัจฉริยะ รู้ว่ารูปที่เรากำลังถ่ายเป็นรูปของอะไร แล้วทำการปรับสีสันของภาพ ให้เหมาะกับรูปแบบภาพนั้นๆ กล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX 576 อันเลื่องชื่อ มีเทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel และมีขนาดพิกเซลเซ็นเซอร์ใหญ่ถึง 1.8μm เลยทีเดียว ช่วยให้ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีสุดๆ บวกกับซอฟท์แวร์กล้องหน้าระบบ AI makeup ที่ช่วยให้หน้าสวยเนียน และยังสามารถลงรายละเอียดปรับแต่ละส่วนของใบหน้าได้เลย ไม่ว่าจะเป็นหน้าเรียวแค่ไหน ตาโตแค่ไหน จมูก ปาก จัดเต็มมาให้เลย

ข้อดี

  • แบตเตอรี่  3350mAh (typ) / 3250mAh (min) เทคโนโลยีเพิ่มความเร็วในการชาร์จ
  • รองรับ Nano-SIM + Nano-SIM หรือ Nano-SIM + microSD การ์ด สามารถตั้งค่าเป็นซิมการ์ดหลักได้ทั้งสองการ์ด
  • รองรับการเล่นเกมสเปคสูง ๆ ได้ดี

ข้อด้อย

  • รุ่นนี้ยังไม่พบข้อด้อย

7. Oppo F7 (64GB)

Oppo F7 (64GB) หน้าจอขนาด 6.23 นิ้ว ความคมชัดแบบ FHD+  ถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมทุกการใช้งาน ด้วยหน้าจอ LCD ขนาด 6.23 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2280 x 1080) อัตราส่วน 19:9 ชิปประมวลผล MediaTek Helio P60 octa-core 2.0 GHz กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล f/1.8 พร้อม AI Scene ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 ครอบด้วย ColorOS 5.0 

กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล + เซนเซอร์ HDR f/2.0  และ AI Beauty 2.0 การออกแบบด้านหลังที่สวยงาม ด้วยการสะท้อนแสงและเงาจากมุมที่แตกต่างกัน RAM ขนาด 4GB และ ROM ขนาด 64 GB ไม่เพียงแต่ เร็ว และเสถียรเท่านั้น แต่ยังประหยัดพลังงาน มีพื้นที่ความจุเยอะขึ้น ทำให้สามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้น เทคโนโลยีการจดจำด้วย AI ขั้นสูง ที่สามารถจดจำจุดต่างๆ บนใบหน้าได้มากกว่า 296 จุด เพื่อระบุเอกลักษณ์บนใบหน้าของคุณ แค่คุณมองไปที่หน้าจอก็สามารถปลดล็อคได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว

ข้อดี

  • ซิมการ์ด : รองรับการใช้งาน 2 ซิม พร้อมระบบ Dual 4G
  • แบตเตอรี่มาตรฐาน 3,400 mAh (Standard Battery)
  • เทคโนโลยีการจดจำด้วย AI ขั้นสูง ที่สามารถจดจำจุดต่างๆ บนใบหน้าได้มากกว่า 296 จุด เพื่อระบุเอกลักษณ์บนใบหน้าของคุณ แค่คุณมองไปที่หน้าจอก็สามารถปลดล็อคได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว

ข้อด้อย

  • ไม่รองรับเทคโนโลยีการชาร์จไวแบบ VOOC

8. ASUS Zenfone - เอซุส ZB602KL Max Pro M1 จอ5.99นิ้ว Ram6/Rom64GB

ASUS Zenfone – เอซุส ZB602KL Max Pro M1 จอ5.99นิ้ว Ram6/Rom64GB ขนาดตัวเครื่อง 159 x 76 x 8.5 มม. หนัก 180 กรัม จอแสดงผลขนาด 6 นิ้วมีขอบที่บางพิเศษ ช่วยให้สามารถติดตั้งจอภาพที่ใหญ่ขึ้นในตัวเครื่องขนาดเท่าเดิมได้ มีความบางและกะทัดรัด ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการออกแบบที่คำนึงถึงหลักสรีรศาสตร์เพื่อความสะดวกสบายในการหยิบ จับ ถือ และใช้งาน ความละเอียด Full HD+ (2160×1080) แบบ Full View อัตราส่วน 18:9 ออกแบบและผลิตขึ้นเพื่อความทนทานสูงสุด วัสดุเป็นโลหะเต็มแผ่น ที่มีพื้นผิวที่ให้ความรู้สึกหรูหราโดยที่ไม่ทำให้รู้สึกเทอะทะ 

กล้องเซลฟี่ 8 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช Softlight LED กึ่งกลางเป็นลำโพงหูฟัง และยังฝังเซ็นเซอร์ต่างๆ เอาไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Proximity Sensor กับ Ambient Light Sensor รวมไปถึง Accelerometer Sensor, E-Compass และ Gyroscope ด้านหลังติดตั้ง กล้องคู่ พร้อมแฟลช LED ให้ความคมชัด ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ชิปประมวลผล Snapdragon 636 ที่สามารถเล่นได้ทุกเกมบน Playstore ที่ระดับความลื่นไม่เป็นที่น่าหงุดหงิด ขนาดเกมที่ใช้กราฟิกหนัก ๆ ก็ยังคงเล่นได้สบาย แรมมีให้เลือกสูงสุดที่ 6 GB ให้ใช้กันแบบเหลือเฟือ และรอมสูงสุดที่ 64 GB สามารถลงเกมได้แบบไม่ต้องกังวลว่าจะเต็ม

ข้อดี

  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมกับฟีเจอร์ Fast Charging เทคโนโลยีเพิ่มความเร็วในการชาร์จ
  • หน้าจอมีขนาดใหญ่ 6 นิ้ว ความละเอียด Full HD Contrast Ratio 1500 : 1
  • ระบบรักาความปลอดภัยด้วยระบบจดจำใบหน้า (Face Detection)

ข้อด้อย

  • รุ่นนี้ยังไม่พบข้อด้อย

9. Huawei Nova 3i *4 GB+128 GB

Huawei Nova 3i *4 GB+128 GB ขนาดเครื่อง 157.6 x 75.2 x 7.6 มิลลิเมตร ด้านการดีไซน์ Huawei nova 3i เลือกใช้วัสดุที่เป็นกระจกของโค้งมน 2.5D ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งจะให้ผิวสัมผัสที่ดูแน่นหนา และตัวเครื่องจะดูพรีเมียม หน้าจอแสดงผขนาด 6.3 นิ้ว IPS LCD FullHD+ อัตราส่วน 19.5:9 จับถนัดในมือเดียว เห็นมุมมองที่กว้างกว่าเดิม 

ประสิทธิภาพการทำงานของชิปเซ็ต Kirin 710 ที่มีเทคโนโลยีการผลิต 12 นาโนเมตร เสริมพลังในการประมวลกราฟิกได้เต็มขีดความสามารถด้วยฟีเจอร์ AI Game Suite และเทคโนโลยี GPU Turbo สามารถเล่นเกมได้อย่างลื่อไหล กล้องคู่ด้านหน้าความละเอียด 24 + 2 ล้านพิกเซล และกล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 16 + 2 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีการถ่ายภาพที่ทำงานด้วย AI ช่วยให้การถ่ายรูปของมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อดี

  • ระบบรักษาความปลอดภัย มีระบบตรวจสอบลายนิ้วมือ (Fingerprint) และ ระบบจดจำใบหน้า (Face Detection)
  • แบตเตอรี่มาตรฐาน 3,340 mAh ใช้งานได้ยาวนาน
  • รองรับซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง (รองรับ 4G ทั้ง 2 ซิม)
  • ชิปเซตเป็น Kirin 970 รุ่นท็อปสุด ที่มีประสิทธิภาพทำงานได้ดี

ข้อด้อย

  • รุ่นนี้ยังไม่พบข้อด้อย

10. Realme 2 Pro 4+64GB

Realme 2 Pro 4+64GBตัวเครื่้องมีขนาด 156.7 × 74 × 8.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 174 กรัม ตัวเครื่องออกแบบโค้งมน จับถนัดมือ ฝาหลังทำจากลามิเนต 15 ชิ้น ให้ความเงางาม มีความโปร่งใสเล็กน้อย ใช้ CPU Qualcomm Snapdragon 660AIE ที่ทั้งทรงพลังและมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม หน้าจอแสดงผลกว้างเต็มตาด้วยดีไซน์รอยบากแบบหยดน้ำค้างถึง 90.8% แบบ Full Screen กว้าง 6.3 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล ผลิตจากกระจก Corning Gorilla Glass มีพื้นที่ใช้งานบนหน้าจอกว้างขึ้น 

กล้องหลังคู่ 16 ล้าน + 2 ล้านให้ภาพถ่ายหน้าชัดหลังเบลอสวยงามอย่างมีสไตล์  กล้องหน้า 16 ล้านให้ภาพเซลฟี่สวยงามตามแบบฉบับบุคคล ขุมพลังชิปเซ็ต Snapdragon 660 AIE  เล่นเกมสบาย ใช้งานลื่นไหลหายห่วง แบตเตอรี่ความจุ 3500 mAh พร้อมระบบ AI Power Master ช่วยจัดสรรพลังงาน และลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น

ข้อดี

  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) และสแกนใบหน้า (AI Facial Unlock)
  • รองรับเทคโนโลยีใหม่อย่าง GPU Turbo สำหรับเกมเมอร์ ที่ช่วยในการรีดเร้นประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิกให้เพิ่มขึ้น

ข้อด้อย

  • รุ่นนี้ยังไม่พบข้อด้อย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 10000 มีหลายรุ่น ยี่ห้อ ที่นำมาแนะนำ จะเห็นได้ว่า สมาร์ทโฟนในปัจจุบัน มีการแข่งขันกันสูงมาก จึงพัฒนาให้มีความโดดเด่น หรือจุดขายที่แตกต่างกันออกไป และมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้แบบครอบคลุมในทุกระดับ และประเด็นสำคัญคือมีราคาไม่สูงจนเกินไปนัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เองด้วยว่ามีความชื่นชอบสมาร์ทโฟนรุ่นใดมากที่สุด ทั้งด้านการดีไซน์ว่าสวยถูกใจขนาดไหน และฟีเจอร์ด้านในสามารถพร้อมตอบโจทย์การใช้งานของตนเองได้ครบถ้วนหรือไม่ หวังว่า สมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 10000 จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนมาไว้ใช้สักเครื่องหนึ่ง พบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่ะ

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (1 โหวต, เฉลี่ย: 5.00 จาก 5)