เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี ปี 2019

คนส่วนใหญ่นิยมดื่มกาแฟกันเป็นจำนวนมาก กาแฟ เป็นผลผลิตที่ได้จากพืชชนิดหนึ่งคือ ต้นกาแฟ (Coffee Tree: Coffea) ผลกาแฟมีลักษณะเป็นผลกลมรี ภายในจะมีเมล็ด 2 เมล็ดประกบกันโดยทั่วไปแล้ว จะนิยมเรียกผลดิบนี้ว่าเชอรี่ (Cherry) ส่วนที่เรานำมารับประทานคือ เมล็ด ซึ่งต้องนำมาผ่านกระบวนการแยกเนื้อออกก่อน หลังจากนั้นจึงนำเมล็ดมาตากแห้ง

เมื่อได้เมล็ดแห้ง (Green beans) แล้ว เกษตรกรจึงนำไปขายให้แก่พ่อค้าโครงการหรือโรงงานคั่ว ซึ่งโรงงานคั่วจะคั่วกาแฟที่เลือกซื้อมาคั่วตามสูตรเฉพาะของตัวเอง จากนั้นจึงบรรจุถุงและส่งขายอีกทีหนึ่ง  กาแฟมีด้วยกันหลายสายพันธ์ แต่สายพันธ์ที่เป็นที่นิยมและรู้จัก คือ อาราบิก้าและโรบัสต้า 

เมล็ดกาแฟ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ การได้ดื่มกาแฟที่หอมกรุ่นและรสชาติดี ในทุกๆ เช้า หรือบางท่านอาจดื่มได้หลายๆ เวลาในแต่ละวัน เป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้สามารถทำงานหรือกิจกรรมอื่นได้อย่างคล่องแคล่ว  ไม่ง่วงเหงาหาวนอน เพื่อปลุกสมองให้มีความตื่นตัว คลายความเหนื่อยทั้งทางกายและทางใจ 

แต่จะดีแค่ไหน ถ้าคุณมีเครื่องชงกาแฟไว้ที่บ้านสักเครื่องหนึ่งที่ คุณสามารถชงเองได้ สดๆ ใหม่ๆ ให้ในทุกๆ เช้าของคุณได้มีกาแฟถ้วยโปรด ที่หอมกรุ่นและรสชาติดี  แถมยังเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายที่ต้องเข้าร้านกาแฟในทุกๆวันอีกด้วย  เครื่องชงกาแฟ หลายท่านอาจจะคิดว่ามีราคาที่สูงมากเกินไป อาจจะมีงบประมาณไม่เพียงพอที่จะซื้อมาไว้ที่บ้านได้

เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี

อาจจะเห็นจากตามร้านกาแฟต่างๆ แต่ในปัจจุบัน ได้มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้า คือเครื่องชงกาแฟ ให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด มีการใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก ราคาไม่แพงมากนัก มาให้คนที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ สามารถชงเองที่บ้านได้อย่างง่ายดาย สามารถหาข้อมูล รายละเอียดก่อนการเลือกซื้อ เพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ ไม่จำเป็นต้องเลือกกขนาดหรือรุ่นตามร้านขายกาแฟทั่วไปก็ได้

หัวข้อที่หน้าสนใจ hide

เรามาดูประเภทของเครื่องชงกาแฟว่ามีกี่ประเภทกันคะ

เครื่องชงกาแฟแต่ละประเภทมีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ความแตกต่างของรสชาติกาแฟ ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องชงกาแฟนั้นด้วย เครื่องกาแฟมีทั้งหมด  7 ประภทด้วยกัน

1. เครื่องชงกาแฟแบบหยดหรือแบบดริป (Drip Coffee Maker)

เครื่องชงกาแฟแบบหยดหรือแบบดริป (Drip Coffee Maker)

หลักการทำงานเพียงแค่ใส่น้ำลงในส่วนที่ใช้น้ำขัง เมื่อน้ำเดือดก็จะถูกจ่ายผ่านไปยังด้านบนของผงกาแฟที่อยู่ในฟิลเตอร์ น้ำที่ผ่านมาจะไหลผ่านผงกาแฟ ฟิลเตอร์ และหยดลงเป็นน้ำกาแฟใส่กาที่รองรับอยู่บนฐานที่มีแผ่นความร้อนด้านล่าง

2. เครื่องชงกาแฟแบบเป็นกาหยดหรือแบบนีโอโพลิแทน ดริปพอต (Neopolitan Drip Pot)

เครื่องชงกาแฟแบบเป็นกาหยดหรือแบบนีโอโพลิแทน ดริปพอต (Neopolitan Drip Pot)

หลักการทำงาน การทำงานคล้ายเครื่องชงกาแฟแบบดริป แต่จะไม่มีพ่วงกา กาแฟจะถูกบดใส่ลงไปในถ้วยกรอง ซึ่งอยู่ภายในตะกร้าของหม้อเครื่อง

3. เครื่องชงกาแฟแบบฝรั่งเศสหรือเฟรนซ์เพรส (French Press)

เครื่องชงกาแฟแบบฝรั่งเศสหรือเฟรนซ์เพรส (French Press)

หลักการทำงาน มีลักษณะเป็นแบบลูกสูบ ตัวเครื่องประกอบด้วย กระบอกแก้วและก้านโลหะตรงกลาง มีด้ามจับอยู่ตรงด้านนอกของกระบอก มีปากของกาไว้สำหรับริน ส่วนล่างของตัวเครื่องเป็นแบบฟิลเตอร์ เมื่อจะชงกาแฟ ให้ใส่ผงกาแฟลงในกระบอก รินน้ำร้อนใส่ให้ท่วมผงกาแฟ รอจนชุ่มน้ำจึงกดลูกสูบลงจึงได้น้ำกาแฟออกมา

4. เครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ (Espresso)

เครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ (Espresso)

เป็นเครื่องชงกาแฟที่นิยมใช้กันมากในร้านกาแฟที่มีขนาดกลาง หลักการทำงาน ใช้หลักการจากความดันไอน้ำ เพื่อกลั่นเอารสชาติของกาแฟออกมา โดยที่ใช้น้ำน้อยที่สุด โดยรสชาติที่ได้ จะมีความหอมอย่างเต็มที่ โดยเครื่องชงกาแฟประเภทนี้จะมีการผลิตออกมาหลายแบบและหลายขนาด ซึ่งถ้าขนาดใหญ่ราคาก็จะสูงตามไปด้วยสูงตามไปด้วย

5. เครื่องชงกาแฟแบบมอคคาพอต (Mocca pot)

เครื่องชงกาแฟแบบมอคคาพอต (Mocca pot)

เครื่องชงประเภทนี้มีหลักการเกี่ยวกับความดันไอน้ำคล้ายๆกับแบบเอสเปรสโซ โดยตัวเครื่องจะแยกออกเป็นสองส่วน ส่วนล่างเป็นส่วนใส่น้ำ ส่วนบนมีฟิลเตอร์สำหรับใส่ผงกาแฟ เมื่อต่อสองส่วน เข้าด้วยกันจะมี หลักการทำงาน คือ เครื่องจะทำงานโดยต้มน้ำกลั่นไอผ่านผงกาแฟ เมื่อเครื่องหยุดเดือด จะได้น้ำกาแฟที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับการชงโดยใช้เครื่องเอสเปรสโซ่

6. เครื่องชงกาแฟแบบเพอร์โคเลเตอร์ (Percolator)

เครื่องชงกาแฟแบบเพอร์โคเลเตอร์ (Percolator)

เครื่องชงกาแฟประเภทนี้ จะมีลักษณะคล้ายกาต้ม รูปล่างคล้ายคูลเลอร์ โดยมากจะเห็นเครื่องชงประเภทนี้ตามสถานที่จัดเลี้ยงหรือตามโรงแรมต่างๆ หลักการทำงาน ตัวเครื่องจะต้มน้ำพอเดือด และจะไหลไปตามท่อปั๊มผ่านตะกร้าที่ใส่ผงกาแฟไว้ น้ำกาแฟที่ได้ จะหยดลงสู่ส่วนล่างสุดของเหยือก ซึ่งจะมีตัวเปิด ปิด อยู่ด้านนอก เครื่องชงกาแฟประเภทนี้มีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากมีปุ่มควบคุมความร้อนและอุณหภูมิของน้ำสม่ำเสมอ

7. เครื่องชงกาแฟแบบสุญญากาศ (Vacuum)

เครื่องชงประเภทนี้ตัวเครื่องจะเป็นแก้วใส หลักการทำงาน จะอาศัยหลักความดันไอน้ำ โดยผงกาแฟจะถุกบดใส่ไว้ในฟิลเตอร์ซึ่งอยู่ส่วนบนของตัวเครื่อง และมีกาน้ำซึ่งเป็นแก้วทรงกลม อยู่ด้านล่างของตัวฟิลเตอร์ น้ำจะถูกต้มด้วยตะเกียงแอลกอฮอล์ด้านนอก เมื่อน้ำเดือดไอน้ำจะลอยขึ้นสู่ด้านบน ผ่านผงกาแฟและขังอยู่บนนั้น จนเมื่อมีการดับไฟน้ำกาแฟถึงจะไหลออกมา ผ่านกรองลงมายังการองรับด้านล่าง โดยเครื่องกรองประเภทนี้จะทำให้ได้กาแฟที่มีกลิ่นและรสชาติดี แต่การชงจะได้ปริมาณกาแฟในปริมาณที่ไม่มาก

วิธีการเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ มีวิธีการเลือกซื้อดังนี้

1.ความจำเป็นในการใช้งาน ต้องมีข้อมูลสำหรับตนเองก่อนว่า ซื้อมาเพื่อใช้ในครัวเรือน หรือซื้อมาเพื่อใช้ในธุรกิจ เพราะต้องเลือกฟังชั่นการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น การที่เราซื้อเครื่องมาไว้ที่บ้าน เราคงชงกินทุกวัน วันหนึ่งไม่กี่แก้ว และไม่ได้ชงติดต่อกันทีละหลายๆ แก้วอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น สามารถเลือกเครื่องทีมีหม้อต้มขนาดเล็ก หัวชงเดียว แรงดัน 9 บาร์ก็เพียงพอได้มาตรฐาน เรื่องระบบอัตโนมัติแล้วแต่คนชอบ ฟังก์ชั่นเสริมอื่นๆ เช่นก้านสตรีมและก้านน้ำร้อน จำเป็นแค่ไหน ราคาทั่วๆ ไป 

เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี

สำหรับเครื่องชงกาแฟ จะอยู่ที่ราวๆ พันกว่าบาท ถึง ไม่กี่หมื่น อายุการใช้งานประมาณ 3–4 ปี หรือ การเปิดร้านกาแฟต้องชงกาแฟออกมาให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานทุกแก้ว วันหนึ่งชงจำนวนมาก บางร้านต้องชงติดต่อกันหลายแก้วโดยไม่หยุดพัก เพราะฉะนั้นเครื่องชงกาแฟสำหรับธุรกิจ ต้องมีความเสถียรในการชง แรงดันและอุณหภูมิน้ำต้องสม่ำเสมอแม้จะชงติดกันเป็นสิบยี่สิบแก้วก็ตาม เครื่องชงขนาดใหญ่ ผลิตจากแหล่งที่ได้มาตรฐาน จึงมีราคาแพง เพราะต้องไว้ใจได้และใช้ได้ดั่งใจทุกเวลา

2. ระบบการทำงาน มีทั้งแบบ manual และ auto หรือแบบกึ่งๆ ก็มี เช่น สามารตั้งค่าระดับน้ำที่ไหลออกมาแต่ละครั้งได้ไหม ตอนใช้งานเพียงกดปุ่มสำหรับการชงเอสเปรสโซ่ 1 ช็อต หรือ 2 ช็อต มีก้านสตรีมนมอัตโนมัติ เป็นต้น

3. ฟังก์ชั่นการทำงาน   จำนวนหัวชงมีตั้งแต่ 1–3 หัว จำนวนก้านสตรีมนม 1–2 ก้าน หัวจ่ายน้ำร้อน ขนาดและประเภทหม้อต้มน้ำ การตั้งค่าต่างๆ

ฟังก์ชั่นการทำงาน เครื่องชงกาแฟ

4. ระดับแรงดัน มีตั้งแต่ 9, 14 , 19 บาร์ ที่สำคัญมีความคงที่ สม่ำเสมอแค่ไหน วัสดุประกอบเครื่องชงกาแฟ มีได้หลากหลายความแข็งแรง ความสวยงาม อายุการใช้งานต่างกัน

5. บริการหลังการขาย ระยะเวลาประกัน อะไหล่บางตัวมีให้เปลี่ยน หาง่าย แต่บางตัวเป็นแบบเฉพาะหรือไม่ก็ไม่คุ้มค่าที่จะเปลี่ยน เมื่อเครื่องเสีย ซื้อใหม่ไปเลยอาจคุ้มกว่า

เครื่องชงกาแฟ บริการหลังการขาย

ปัจจัยที่มีผลต่อรสชาติกาแฟจริงๆ ยังมีเรื่องของเมล็ดพันธุ์กาแฟ ระดับการคั่ว ระดับการบดและอื่นๆ อีกมาก ถ้าอยากดื่มกาแฟรสชาติดีทุกวัน ต้องพิถีพิถันกันมากสักหน่อย ดังนั้นปัจจุบันนี้จึงมีการพัฒนา ผลิตเครื่องชงกาแฟ แบบที่ได้รสชาติเหมือนกาแฟเอสเปรสโซ่ แต่มีความสำเร็จรูปมากขึ้น ง่าย เหมาะสำหรับไว้ติดบ้านและราคาไม่แพง เราไปดู 10 เครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดี ปี 2018 กันเลยคะ

1. Duchess เครื่องชงกาแฟสด รุ่น CM3000B

เครื่องชงกาแฟสด Duchess รุ่น CM3000B กำลังไฟ 1050 วัตต์ ความจุถังน้ำขนาด 1.25 ลิตร ชงเครื่องดื่มได้ในระบบแรงดันน้ำ 15 บาร์ ตัวเครื่องผลิตจากสแตนเลสและพลาสติกคุณภาพดี แข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้นาน มีขนาดเล็ก กะทัดรัด รูปลักษณ์สวยงามทันสมัย มีแผ่นอลูมิเนียมป้องกันความร้อนออกมาจากตัวเครื่อง ป้องกันการลวกในขณะต้มน้ำ 

ออกแบบถาดรองกาแฟให้ถอดล้าง ทำความสะอาดได้ง่ายและสะดวก มาพร้อมกับฟังชั่นการใช้งานที่ไม่ยุ่งยาก ตัวเครื่องมีปุ่มหมุนปรับเลือกการใช้งาน และไฟแสดงสถานะการทำงาน เหมาะสำหรับท่านที่ชื่นชอบในการดื่มกาแฟ ช็อคโกแลต หรือเครื่องดื่มร้อนอื่นๆ ได้ในทุก ๆ เวลา ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเข้าร้านกาแฟได้เป็นอย่างดี เครื่องนี้สามารถอุ่นเครื่องดื่มอื่น ๆ ได้ เช่น ชา นม ได้คะ

ข้อดี

  • มีฟังชั่นการใช้งานที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก ตัวเครื่องมีปุ่มหมุนปรับเลือกการใช้งาน
  • ตัวเครื่องผลิตจากสแตนเลสและพลาสติกที่มีคุณภาพ แข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน
  • เครื่องชงกาแฟสด Duchess รุ่น CM3000B สามารถอุ่นเครื่องดื่มอื่นๆ ได้เช่น ชา นม
  • มีแผ่นอะลูมิเนียมป้องกันความร้อนจากตัวเครื่อง ขณะต้มน้ำ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
  • มีขนาดเล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับท่านที่มีพื้นที่จำกัด

ข้อด้อย

  • แรงดันไม่น้อย
  • มีรายงานจากผู้ใช้ มีน้ำรั่วตรงก้านชง

2. Otto เครื่องชงกาแฟ รุ่น CM-025A

เครื่องชงกาแฟ Otto รุ่น CM-025A ขนาดบรรจุภัณฑ์ 14 x 19 x 24 ซม.กำลังไฟ 550 วัตต์ แรงดันไฟฟ้า 220 โวลต์ ความถี่ไฟฟ้า  50 เฮิรตซ์ ความจุ 0.6 ลิตรตัวเครื่องทำจากพลาสติก โถ ทำจากแก้วใส มีความแข็งแรง ทนทาน ดีไซน์ที่ทันสมัย สวยงาม สามารถชงกาแฟได้ครั้งละ 5 ถ้วย 

สามารถอุ่นกาแฟได้อีกด้วย พร้อมไฟแสดงสถานะการทำงานและระบบตัดไฟอัตโนมัติ เมื่อน้ำร้อน หรือน้ำแห้ง เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน ตัวกาสามารถแยกออกจากฐานได้ Otto เครื่องชงกาแฟ รุ่น CM-025A ช่วยให้คุณได้ลิ้มรสชาติกาแฟอันกลมกล่อม หอมกรุ่นในทุก ๆ เช้าของคุณ ทำให้ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายอีกด้วยคะ

ข้อดี

  • มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
  • ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก กะทัดรัด มีฟังชั่นการใช้งานที่ง่าย
  • สามารถชงกาแฟได้ครั้งละ 5 ถ้วย
  • ตัวเครื่องผลิตจากพลาสติกอย่างดี โถทำจากแก้ว มีความแข็งแรง ทนทาน
  • ตัวกา สามารถแยกออกจากฐานได้ ยกมารินใส่ถ้วยได้ง่าย

ข้อด้อย

  • มีรายงานจากผู้ใช้ มีกลิ่นของพลาสติก ใช้งานหลายครั้งยังไม่หาย
  • ทำฟองนมไม่ได้

3. ASGUARD เครื่องชงกาแฟแบบก้านชง - รุ่น C1000B

เครื่องชงกาแฟแบบก้านชง รุ่น C1000B ขนาดตัวเครื่อง 28x22x30 ซม.ใช้ได้กับไฟบ้าน AC220-240V ถังน้ำแบบใสบรรจุน้ำได้สูงสุด 1.5 ลิตร น้ำหนัก 4.5 กก. แรงดันสูงสุด 15 บาร์ ผลิตจากวัสดุพลาสติกอย่างหนา คุณภาพเยี่ยม ตัวเครื่องออกแบบโทนสีดำคลาสสิค ซึ่งเป็นสีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำความสะอาดได้ง่าย มีฟังชั่นการใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถชงกาแฟละชา หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ได้อีกด้วย 

มีก้านไอร้อนสำหรับตีฟองนม ที่ทำให้คุณได้ฟองนมที่หนานุ่ม ใช้เวลาอุ่นเครื่องประมาณ 1 นาที สามารถชงกาแฟต่อเนื่องได้ถึง 8 แก้ว สามารถอุ่นแก้วได้ที่ถาดเหนือตัวเครื่อง มีไฟแสดงสถานการณ์ใช้งาน มีสวิตช์ปิด เปิดการใช้งาน ถังบรรจุน้ำถูกออกแบบให้มีความใส สามารถเติมน้ำได้สะดวก 

ถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่ายเพราะดีไซน์หูหิ้วติดมากับตัวถัง ด้วยประสิทธิภาพของหม้อต้มแรงดันไอน้ำทำให้รักษาอุณหภูมิให้มีความร้อนคงที่สูงถึง 92 องศา ทำให้คุณได้สัมผัสรสชาติกาแฟหอมกรุ่น อร่อย แถมยังประหยัดอีกด้วยคะ

ข้อดี

  • หม้อต้มแรงดันควบคุมอุณหภูมิได้คงที่ถึง 92ºC
  • ถังน้ำแบบใสบรรจุน้ำได้สูงสุด 1.5 ลิตร เติมน้ำได้สะดวก และทำความสะอาดได้ง่าย
  • สามารถชงต่อเนื่องได้ถึง 8 แก้ว
  • สามารถอุ่นแก้วได้ที่ถาดเหนือตัวเครื่อง
  • ใช้เวลาอุ่นเครื่องพร้อมชงแค่ 1 นาที

ข้อด้อย

  • รุ่นนี้ยังไม่มีรายงานปัญหาจากการใช้งาน

4. Electrolux เครื่องชงกาแฟ - รุ่น ECM1303W

เครื่องชงกาแฟ Electrolux  รุ่น ECM1303W ขนาด 330*183*282 ใช้กำลังไฟฟ้าเพียงเเค่ 730 – 870 วัตต์ น้ำหนัก 1.49 กก. ความจุของเหยือกชงกาแฟได้สูงสุด 15 แก้ว ฟังชั่นการใช้งานได้ทั้งชงและอุ่นกาแฟในเครื่องเดียว มีแผ่นอุ่นเหยือกกาแฟเคลือบสารป้องกันการติดภาชนะ ถ้วยกรองสามารถถอดเปลี่ยนได้ เพื่อความสะดวกในการใช้งานและการทำความสะอาด  

มีปุ่มเปิด-ปิดพร้อมไฟแสดงสถานะการทำงาน และระบบวาล์วป้องกันน้ำหยด พร้อมที่เก็บสายไฟใต้เครื่องและยังมีช่องบอกระดับน้ำ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟเป็นกิจวัตรประจำวันได้เลย ท่านที่มีเวลาจำกัด ประหยัดเวลาในการเข้าร้านกาแฟได้เป็นอย่างดี ทำให้คุณมีกาแฟที่รสชาติหอมกรุ่นในทุก ๆ เช้าก่อนออกไปทำงาน กระตุ้นให้เกิดการตื่นตัว ลดอาการง่วงนอน พร้อมกับการทำงานทุกสถานการณ์คะ

ข้อดี

  • มีระบบวาล์วป้องกันน้ำหยด พร้อมที่เก็บสายไฟใต้เครื่อง
  • ความจุของเหยือกชงกาแฟได้สูงสุด 15 แก้ว
  • ถ้วยกรองสามารถถอดเปลี่ยนได้ทำความสะอาดได้ง่าย
  • มีปุ่มเปิด-ปิด พร้อมไฟแจ้งสถานะการทำงาน
  • มีแผ่นอุ่นเหยือกกาแฟเคลือบสารป้องกันการติดภาชนะ
  • มีช่องบอกระดับน้ำ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
  • มีที่เก็บสายไฟใต้เครื่องเพื่อความเป็นระเบียบ และความปลอดภัยของผู้ใช้

ข้อด้อย

  • ทำฟองนมไม่ได้ แต่ก็เหมาะสมกับราคา
  • มีรายงานจากผู้ใช้ขณะที่เครื่องกำลังทำงาน พลาสติกมีความร้อน

5. ETZEL เครื่องชงกาแฟสด รุ่น SN-203

เครื่องชงกาแฟ ETZEL รุ่น SN-203 \ ETZEL Espresso machine model sn 203 ขนาดตัวเครื่อง 27×25 x 30 ซม.  กำลังไฟ 220-240 โวลต์, 50 เฮิรตซ์, 1050 วัตต์ ความจุถังน้ำ 1.6 ลิตร  น้ำหนักตัวเครื่อง 3.4 กก. ตัวเครื่องและอุปกรณ์ ทำจากสแตนเลส และพลาสติกเนื้อหนา คุณภาพเยี่ยม แข็งแรง ทนทาน ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา 

มีฟังชั่นการใช้งานที่ง่ายไม่ยุ่งยาก ด้วยปุ่มกดอัตโนมัติ และไฟแจ้งสถานะการทำงาน มีระบบไอน้ำ สามารถทำน้ำร้อน ทำฟองนม หรืออุ่นเครื่องดื่มอื่น ๆ ให้ร้อนได้เช่น ชา กาแฟ นม  แท้งก์น้ำ และถาดรองกาแฟ ถอดล้างทำความสะอาดได้ง่ายและสะดวก หลังจากหยุดใช้งาน ประมาณ 4 -5 นาที เครื่องจะเข้าโหมด standby ให้กดปุ่ม power อีกครั้ง รอจนไฟสว่างหยุดนิ่งเครื่อง จะพร้อมใช้ภายใน 1 นาที  

มีเพลทสำหรับอุ่นอุปกรณ์ เพื่อคงรสชาติให้ยอดเยี่ยมในทุกแก้ว ก้านชงขนาดมาตรฐาน จับถนัดมือ สามารถทำได้หลากหลายเมนู ว่าจะเป็น Espresso, Cappuccino, Latte, Macchiato, Mocha และ Tea ให้กาแฟแก้วโประของคุณมีรสชาติที่อร่อย และหอมกรุ่นในทุกๆ เช้า  เหมาะสำหรับใช้ที่บ้าน หรือ ร้านขนาดเล็กๆ ได้คะ

ข้อดี

  • ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ง่ายต่อการใช้งาน
  • ตัวเครื่องและอุปกรณ์ ทำจากสแตนเลส และพลาสติกเนื้อหนา คุณภาพเยี่ยม
  • ระบบไอน้ำ สามารถทำน้ำร้อน ทำฟองนมได้
  • มีฟังชั่นการใช้งานที่ง่าย มีระบบปุ่มกดอัตโนมัติและไฟแจ้งสถานการณ์ทำงาน
  • ก้านชงมีขนาดมาตรฐาน จับถนัดมือ
  • อุปกรณ์ต่างๆ หลังจากใช้งานแล้ว ถอดทำความสะอาดได้ง่าย

ข้อด้อย

  • รุ่นนี้ยังไม่มีรายงานปัญหาจากการใช้งาน

6. Minipresso GR เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่แบบพกพา

เครื่องชงกาแฟ Minipresso GR เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่แบบพกพา  มีขนาดเล็กสูงเพียงแค่ 6.95 นิ้ว น้ำหนัก 360 กรัม ความจุน้ำ 70 ml แรงดัน 8 บาร์ เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ชนิดพกพา ไม่ใช้ไฟฟ้าสำหรับเอสเพรสโซ่ 1 ถ้วย สามารถพกพาไปได้ในทุก ๆ ที่ มีหลักการทำงานที่ไม่ยุ่งยาก 

ในกระบอกจะมีแยกออกเป็นทั้งหมดสามส่วนย่อย ๆ ส่วนแรกจะเป็นแก้วสำหรับใส่กาแฟ ส่วนที่สองจะเป็นส่วนสำหรับใส่กาแฟสำเร็จรูป และส่วนที่สามจะเป็นส่วนใส่น้ำร้อน วิธีทำก็เพียงแค่นำน้ำร้อนใส่เข้าไปและทำการปั๊มกาแฟออกมาใส่แก้ว เพียงแค่นี้ก็จะได้กาแฟพร้อมดื่มได้ทุกที่

ข้อดี

  • ออกแบบมาเครื่องเล็ก น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย ทำให้การดื่มกาแฟของคุณเป็นเรื่องง่าย
  • พกพาได้สะดวก ประหยัดพื้นที่
  • ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก

ข้อด้อย

  • ชิ้นส่วนอุปกรณ์มีหลายชิ้น ทำให้ง่ายต่อการสูญหาย

7. OXYGEN เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ Espresso Machine รุ่น PT-001

OXYGEN เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ Espresso Machine รุ่น PT-001 ตัวเครื่องผลิตจากสแตนเลส และพลาสติกทนความร้อน มีความทนทานสูง กำลังไฟ 800 วัตต์ ความจุถังน้ำเครื่องชงขนาด 240 มิลลิลิตร  เครื่องมีแรงดันสูงถึง 5 บาร์ ตัวเครื่องมีอุปกรณ์ทำไอน้ำสำหรับตีฟองนม  

เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ ชงได้ทั้งเอสเพรสโซ่ ลาเต้ คาปูชิโน่ อเมริกาโน่ และชงชา  อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่นก้านชง แก้วรองกาแฟ และถาดรองกาแฟสามารถถอดล้างได้ ทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาด ทำให้คุณได้ดื่มกาแฟที่มีรสชาติอร่อย หอมกรุ่นในทุก ๆ วัน แถมยังประหยัดอีกด้วยคะ

ข้อดี

  • ตัวเครื่องมีอุปกรณ์ทำไอน้ำสำหรับตีฟองนม
  • ตัวเครื่องผลิตจากสแตนเลส และพลาสติกทนความร้อน มีความทนทานสูง
  • หลังจาการใช้งาน อุปกรณ์ต่าง ๆ ถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย
  • สามารถชงกาแฟได้ทั้งเอสเพรสโซ่ ลาเต้ คาปูชิโน่ อเมริกาโน่ และชงชา

ข้อด้อย

  • ความจุของถังน้ำมีขนาดเล็กเกินไป

8. Duchess เครื่องชงกาแฟสด รุ่น CM5000R

เครื่องชงกาแฟสด Duchess รุ่น CM5000R ขนาด L24 x W20 x H29 ซม. กำลังไฟ AC230-240V; 50 Hz; ไฟ 1,350 วัตต์ แรงดันน้ำ 15 บาร์ ความจุถังน้ำ 1.5 ลิตร น้ำหนัก 3.8 กก. ตัวเครื่องทำจากสแตนเลสและพลาสติกเนื้อหนาคุณภาพดี ทนทาน แข็งแรง ถูกออกแบบให้มีความเรียนหรู สวยงาม มีขนาดเล็ก กะทัดรัด ง่ายต่อการใช้งานและประหยัดพื้นที่  

มีฟังชั่นการทำงานที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก ตัวเครื่องมีปุ่มปรับเลือกการใช้งานและไฟแสดงสถานะการทำงาน มีระบบหม้อต้มแบบ Thermoblock ที่จะทำให้น้ำร้อนเร็วยิ่งขึ้น ด้วยความร้อนจากทุกทิศทาง มีแผ่นอะลูมิเนียมป้องกันความร้อนมาจากตัวเครื่อง เพื่อป้องกันการลวกในขณะต้มน้ำ เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี ระบบไอน้ำสามารถทำได้ทั้งทำฟองนม ให้หนา ฟูนุ่ม และสามารถอุ่นเครื่องดื่มให้ร้อนได้ทั้ง ชา กาแฟ นม อุปกรณ์ต่างๆ  

หลังจากการใช้งานแล้วถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่าย เครื่องชงกาแฟสด Duchess รุ่น CM5000R จะทำให้คุณได้รังสรรค์เมนูได้หลายหลาย เช่น espresso cappuccino latte หรือเครื่องดื่มอื่นๆได้ทำให้คุณได้ลิ้มรสกาแฟที่อร่อย หอมกรุ่นในทุก ๆ เช้าได้อย่างมีความสุข แถมประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเข้าร้านกาแฟของคุณอีกด้วยคะ

ข้อดี

  • มีขนาดเล็ก กะทัดรัด ฟังชั่นการทำงานที่ง่ายต่อการใช้งาน
  • มีแผ่นอะลูมิเนียมป้องกันความร้อนขณะต้มน้ำ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
  • มีระบบหม้อต้มแบบ Thermoblock ที่จะทำให้น้ำร้อนเร็วยิ่งขึ้น ด้วยความร้อนจากทุกทิศทาง
  • ทำได้หลากหลายเมนู เช่น espresso cappuccino latte หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ได้
  • ระบบไอน้ำ สามารถทำได้ทั้งฟองนมและอุ่นเครื่องดื่มให้ร้อนได้

ข้อด้อย

  • ผู้ใช้บางส่วนรายงานมีน้ำรั่วจากก้านชง

9. PHILIPS เครื่องทำกาแฟ รุ่น HD7457/20

Philips เครื่องทำกาแฟ รุ่น HD7457/20 ถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่สวยงามโดดเด่น ด้วย Stainless ความจุโถกาแฟ 1.2 ลิตร กำลังไฟ 1000 วัตต์ โถใส่กาแฟผลิตจากแก้ว สามารถชงได้ถึง 10-15 แก้ว เครื่องชงกาแฟแบบดริป มีเทคโนโลยีตรวจจับระดับน้ำ ที่สามารถแสดงระดับน้ำในหม้อต้มเพื่อทำให้ง่ายต่อการใช้งาน มีระบบป้องกันน้ำหยด ที่จะหยุดการทำงานของการหยดกาแฟทันที เมื่อยกถ้วยออกมาเพื่อเทกาแฟใส่ถ้วย 

สวิตช์เปิด/ปิด มีไฟ LED จะติดขึ้นเมื่อเปิดเครื่องต้มกาแฟขึ้น ด้วยรูปทรงที่กะทัดรัดทำให้ไม่เปลืองพื้นที่ในการจัดวาง สามารถใช้พื้นที่แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เหมาะสำหรับท่านที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ได้กาแฟที่มีรสชาติอร่อย หอมกรุ่น ทำให้คุณมีความพร้อมในการออกไปทำงานคะ

ข้อดี

  • ความจุโถ 1.2 ลิตร สามารถชงกาแฟได้มากสุด 10-15 แก้ว
  • มีเทคโนโลยีตรวจจับระดับน้ำ เพื่อง่ายต่อการใช้งาน
  • ระบบป้องกันน้ำหยดช่วยหยุดการต้มกาแฟได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการเทกาแฟ
  • ขนาดเล็ก กะทัดรัด ทำให้ประหยัดพื้นที่ในการจัดวาง
  • มีฟังชั่นการใช้งานที่ง่ายไม่ยุ่งยาก

ข้อด้อย

  • มีฟังชั่นการทำงานที่ไม่หลากหลาย

10. Krups Nescafe Dolce Gusto (NDG) เครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูล รุ่น MINI ME KP120566

เครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูล Krups Nescafe Dolce Gusto (NDG) รุ่น MINI ME KP120566 – Red ขนาดตัวเครื่อง 30.5 × 19.4 × 37.5 ซม. เครื่องชงกาแฟระบบ Automatic กำลังไฟ 1500 วัตต์ แรงดัน 15 บาร์ ความจุแทงค์ 0.8 ลิตรซึ่งมาพร้อมกับแคปซูลอัจฉริยะที่สามารถควบคุมความดันได้โดยอัตโนมัติ สะดวกรวดเร็วด้วยระบบทำความร้อนได้นำเทคโนโลยีเทอโมบล็อค พร้อมใช้งานใน 30 วินาที 

ระบบควบคุมการปรับระดับน้ำแบบอัตโนมัติ ปรับระดับน้ำตามเครื่องดื่มที่คุณต้องการ สามารถเลือกได้ทั้งแบบร้อนและเย็น ด้วยก้านควบคุมสามารถปรับระดับได้ 7 ระดับ มีปุ่มเปิด-ปิด ประหยัดพลังงาน ด้วยระบบปิดเครื่องอัตโนมัติ ภายใน 5 นาทีหลังจากที่ไม่ได้ใช้งาน เครื่องจะหยุดทำงานอัตโนมัติ

หากน้ำหมด จะโชว์สัญญาณไฟกะพริบ ถาดรองน้ำหยดสามารถปรับระดับได้ถึง 3 ระดับ เลือกตามระดับของถ้วยกาแฟขนาดต่าง ๆ สามารถเลือกชงเครื่องดื่มตามต้องการ หรือตามปริมาณที่ระบุไว้ในแคปซูล ทำเครื่องชงใช้งานง่าย สมารถเลือกชงได้ตามที่ต้องการ ให้กาแฟถ้วยโปรดของคุณ อร่อย หมอกรุ่น ในทุก ๆ เวลาคะ

ข้อดี

  • สะดวกรวดเร็วในการใช้งานด้วยระบบทำความร้อน Thermoblock พร้อมใช้งานใน 30 วินาที
  • เลือกทำได้ทั้งเครื่องดื่มร้อนและเย็น
  • ระบบควบคุมการปรับระดับน้ำแบบอัตโนมัติ เลือกตามเครื่องดื่มที่ต้องการ สามารถปรับได้ถึง 7 ระดับ
  • ระบบจะปิดเครื่องอัตโนมัติหลังจากหยุดการใช้งานภายใน 5 นาที
  • ถาดรองน้ำหยดสามารถปรับระดับได้ถึง 3 ระดับ

ข้อด้อย

  • ราคาค่อนข้างสูง

สรุปส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับ 10 เครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดี หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟเป็นประจำทุกวัน เครื่องชงกาแฟถือเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะเป็นการประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย แถมยังได้เติมเต็มรสชาติให้กาแฟของคุณเสมือนยกร้านกาแฟมาไว้ในบ้านของคุณได้เลย หวังว่า 10 เครื่องชงกาแฟ จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยในการเป็นข้อมูลให้คุณได้เลือกเครื่องชงกาแฟไว้สักเครื่อง เพื่อให้คุณได้มีความสุขและสดชื่นกับการดื่มกาแฟที่หอมกรุ่นทุกๆ เช้าในชั่วโมงที่เร่งรีบ พบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีคะ

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (1 โหวต, เฉลี่ย: 5.00 จาก 5)