Sunday, July 14

เครื่องปรับอากาศ ยี่ห้อไหนดี ปี 2019

ปัจจุบัน ปัญหาโลกร้อน ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยสภาพอากาศในบ้านเราเป็นประเทศเมืองร้อน จึงทำให้อากาศร้อนถึงร้อนที่สุด ในช่วงเดือนกลางเดือนกุมภาพันธ์จนถึงพฤษภาคม ของทุกปี เป็นช่วงฤดูร้อน จะมีอากาศร้อน อบอ้าว และแห้งแล้ง อากาศร้อนอุณหภูมิระหว่าง 35 – 39.9 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์อย่างมากดังนั้นจึงมีเครื่องใช้ไฟฟ้า คือ เครื่องปรับอากาศมาเพื่อเป็นตัวช่วยให้สภาพอากาศเย็นตามระดับอุณหภูมิที่คุณเลือกและในยามกลางคืนจะทำให้คุณนอนหลับสบายไม่ต้องกังวลกับสภาพอากาศที่ร้อนเลยทีเดียว 

ทำงานด้วยหลักการการถ่ายเทความร้อน เมื่อความร้อนถ่ายเทออกไปข้างนอก อากาศภายในห้องจะมีอุณหภูมิลดลง ประโยชน์ของเครื่องปรับอากาศ นอกจากเป็นเครื่องทำความเย็นแล้ว ยังช่วยทำให้อากาศสะอาด ช่วยให้อากาศภายในห้องไหลเวียน ไม่อึดอัด และยังช่วยควบคุมความชื้น หรือการฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ด้วย ซึ่งประโยชน์เหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของเราด้วย ต่อไปเรามาทำความรู้จักเครื่องปรับอากาศกันก่อนดีกว่าค่ะ 

เครื่องปรับอากาศ

เครื่องปรับอากาศเป็นเครื่องมือสำหรับ  ควบคุมอุณหภูมิ ควบคุมการหมุนเวียนของอากาศ  ควบคุมความชื้น  ทำให้อากาศสะอาด  เครื่องปรับอากาศ  หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า แอร์ คือ อุปกรณ์สำหรับรักษาอุณหภูมิและความชื้นของอากาศภายในห้องให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม เมื่ออุณหภูมิภายในห้องสูงขึ้น ความร้อนจะถูกดึงออกมาเพื่อให้อุณหภูมิ ลดลง (เรียกว่าการทำความเย็น) และในทางกลับกัน เมื่ออุณหภูมิภายในห้องลดลง ความร้อนก็จะถูกจ่ายออกมาเพื่อ ให้อุณหภูมิสูงขึ้น (เรียกว่า การทำความร้อน) 

ดังนั้น ความชื้นที่อยู่ในอากาศจะถูกเพิ่มหรือลดลงเพื่อควบคุมระดับความชื้นของ อากาศให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม ดังนั้น เครื่องปรับอากาศจึงเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นประกอบไปด้วยเครื่องทำความเย็น เครื่องทำ ความร้อนตัวควบคุมความชื้นและเครื่องถ่ายเทอากาศ เครื่องปรับอากาศสำหรับรถยนต์โดยทั่วๆ ไป ประกอบด้วย เครื่องทำความร้อน หรือเครื่องทำความเย็นซึ่งมีตัวดูดความชื้นและเครื่องถ่ายเทอากาศ  

หัวข้อที่หน้าสนใจ hide

ต่อไปเรามาดูกันว่า เครื่องปรับอากาศมีกี่ประเภท เครื่องปรับอากาศหรือแอร์ทั่วไปที่ใช้ตามบ้านพักอาศัย และอาคารสำนักงานขนาดเล็ก แบ่งได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้

1. แบบติดผนัง ( Wall type) เป็นแอร์บ้าน ใช้กับห้องที่มีขนาดเล็ก ที่นิยมขนาด 9,000-25,000 บีทียู มีหลายยี่ห้อให้ท่านเลือกหา ราคาจะถูกกว่า แอร์บ้านชนิดอื่น เป็นที่นิยมของลูกค้ารูปทรงสวยงาม

2. แบบตั้งแขวน (Ceiling type)ทั้งแบบเปลือย เป็นแอร์บ้าน ที่เหมาะสำหรับห้อง ที่มีพื้นที่ตั้งแต่เล็ก ไปจนถึงห้องที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ราคาจะสูงกว่าแอร์ผนัง เพราะมีต้นทุนผลิตสูงกว่า และติดตั้งยากกว่า ข้อดีคือลมแรงกว่าแอร์ผนังเหมาะสำหรับห้องที่ไม่มีพื้นที่ผนัง และสามารถ ตั้งพิ้นได้ด้วย

3. แบบตู้ตั้งพื้น ( Package type) เป็นแอร์บ้าน มีลักษณะคล้ายตู้ มีกำลังลมที่แรง เหมาะกับบริเวณที่มี คนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ราคาโดยเฉลี่ยสูงกว่าแอร์ผนังและแอร์แขวน นิยมกับเครื่องปรับอากาศที่มีขนาดใหญ่กว่า

4. แบบฝังฝ้าเพดาน สี่ทิศทาง ( Cassette type) เป็นแอร์บ้าน เน้นความสวยงาม โดยการซ่อน หรือฝังอยู่ ใต้ฝ้าหรือเพดานห้อง หรูหรา สวยงาม ในเมืองไทยผลิตบางยี่ห้อ สำหรับเครื่องปรับอากาศสี่ทิศทาง

ต่อไปเรามาดูวิธีการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ ว่ามีวิธีเลือกซื้ออย่างไรให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดค่ะ

1. เลือกประเภทแอร์ให้เหมาะกับสถานที่และการใช้งาน

สำหรับแอร์หรือเครื่องปรับอากาศนั้น เรียกได้ว่ามีหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร  โดยแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป  ซึ่งหากเลือกไม่เหมาะกับการใช้งานอาจส่งผลเสียต่อเครื่องปรับอากาศ และ ทำให้เปลืองพลังงานกันอีกด้วย  โดยหลักๆ แล้วเครื่องปรับอากาศ ที่นิยมใช้จะแบ่งออกเป็น  4 ประเภท ด้วยกัน คือ

–     แอร์ติดผนัง สำหรับแอร์ชนิดนี้ เพื่อนๆ คงจะเคยเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งมีฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลาย  รูปลักษณ์การดีไซน์ที่ทันสมัย  และ มีขนาดกระทัดรัด    อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงาน รวมไปถึงการดูแลรักษาที่ง่าย  โดยแอร์ชนิดนี้ จะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็ก และ ตามบ้านหรือคอนโดทั่วไป

–     แอร์ฝังในฝ้า จะเป็นแอร์ที่ติดเข้าไปภายในบริเวณฝ้าเพดาน ไม่ว่าจะเป็น ตัวเครื่องแอร์ ท่อน้ำทิ้ง และท่อน้ำยา   ซึ่เหมาะสำหรับห้องที่เน้นในเรื่องความสวยงาม เนื่องจาก เมื่อติดแล้วจะไม่ค่อยเห็นตัวเครื่องของแอร์ ทำให้ภายในบ้านสวยเหมือนเดิม  แต่แอร์ประเภทนี้จะมีราคาค่อนข้างสูงกว่าแอร์ประเภทอื่นๆ

–     แอร์แขวนใต้ฝ้า จะเป็นแอร์ที่ติดตั้งใต้ฝาเพดาน ซึ่งมีการกระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึง  และทนต่อการใช้งานเหมาะสำหรับห้องที่มีขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง และมีผู้คนอยู่เยอะ อาทิ อาคารสำนักงาน  ร้านค้า เป็นต้น

–     แอร์ตู้ตั้งพื้น เป็นแอร์อีกหนึ่งชนิดที่มีการกระจายความเย็นได้สูง และ ทนต่อการใช้งาน รวมไปถึงทนต่อฝุ่นควันอีกด้วย โดยลักษณะของแอร์จะเป็นแบบติดตั้งบนพื้น เหมาะสำหรับห้องที่มีขนาดใหญ่  โรงงาน และ มีผู้คนหนาแน่น  ซึ่งแอร์ประเภทนี้ จะเปลืองพลังงานกว่าแอร์ประเภทอื่นๆ ค่ะ

เครื่องปรับอากาศ

2. เลือกขนาดให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละห้อง

สำหรับการเลือกซื้อแอร์นั้น อีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือ ขนาดของห้อง  เพราะเมื่อเราทราบขนาดของห้องที่ชัดเจน จะทำให้ง่ายต่อการเลือกขนาดของแอร์ และ การคิดค่า BTU  เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานและช่วยประหยัดพลังงาน

BTU  คือ ขนาดทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ  โดยย่อมาจากคำว่า British Thermal Unit   ซึ่ง  1 ตันความเย็น จะเท่ากับ 12000 BTU ต่อชั่วโมง  ฉะนั้นการเลือก BTU ย่อมมีความสำคัญ เพราะจะเกี่ยวเนื่องกับการประหยัดพลังและอายุการใช้งานของแอร์  แอร์ที่มี BTU สูงเกินไปนั้น จะทำให้การทำงานของคอมเพรสเซอร์ตัดบ่อย เนื่องจากมีการทำความเย็นได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้ประสิทธิภาพภายในการทำงานลดน้อยลง  และยังส่งผลให้มีความชื้นภายในห้องสูง อาจทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยป่วยหรือไม่สบายได้ อีกทั้งยังทำให้เปลืองพลังงานอีกด้วยค่ะ แอร์ที่มี BTU ต่ำเกินไปนั้น ก็จะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานตลอดเวลาและหนักจนเกินไป  เพราะอุณหภูมิความเย็นไม่ตรงตามที่ตั้งหรือกำหนดไว้  ซึ่งจะส่งผลทำให้แอร์เสียได้ง่าย และ เปลืองพลังงานค่ะ โดยการเลือกขนาด BTU ให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละห้องนั้น เพื่อนๆ สามารถเทียบกับตารางแบบคร่าวๆ  ได้ด้านล่างนี้   เลยค่ะ

ตารางเปรียบเทียบการเลือกขนาด BTU

3. เลือกแบบประหยัดพลังงาน

สำหรับการเลือกซื้อแอร์ แนะนำว่าควรเลือกสินค้าที่ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5  เพราะนั้นหมายถึง คุณภาพในการใช้พลังงานที่คุ้มค่าที่สุด  ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดค่าใช้จ่ายได้นั้นเองค่ะ

4. เลือกและเปรียบเทียบคุณสมบัติพิเศษต่างๆ

เครื่องปรับอากาศนั้น มีมากมายหลายแบบ ซึ่งรวมไปถึงเทคโนโลยีต่างๆ ด้วยเช่นกัน อาทิ เทคโนโลยีการฟอกอากาศ,  เทคโนโลยีควบคุมความเย็นอัตโนมัติ  เป็นต้นโดย จะซื้อแอร์สักเครื่องนั้น ควรมีการเปรียบเทียบ รุ่น  ยี่ห้อ คุณสมบัติพิเศษ และ เทคโนโลยี ต่างๆ  เสียก่อน  เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด และคุ้มค่า แต่ต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลักกันด้วยนะคะ

ต่อไปเรามีเครื่องปรับอากาศ 5 อันดับมาแนะนำ เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด

1. MITSUI Wall mounted type No.5 12075.41 btu./hr.

MITSUI Wall mounted type No.5 12075.41 btu./hr. เครื่องปรับอากาศชนิดติดผนัง ขนาด 12,075.41 btu ทำงานด้วยความเงียบ ทนทาน ประสิทธิภาพเป็นเยี่ยม ให้คุณได้สัมผัสกับอากาศเย็นที่ทำให้สดชื่น ช่วยให้การผักผ่อนนอนหลับของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยรุ่นนี้สามารถใช้ได้กับพื้นที่ขนาด 14 ถึง 19 ตารางเมตรเลยทีเดียว มาพร้อมกับระบบ R32 เรียกง่ายๆ คือน้ำยาแอร์ เรียกยากๆ หน่อยคือ “สารทำความเย็น” ซึ่งปกติแล้วในตลาดจะมีน้ำยาแอร์อยู่ 3 ตัว คือ R22, R410A และ R32 ซึ่งถ้าเปรียบกับรถแล้ว R32 จะคล้ายกับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ที่ช่วยให้ Compressorไม่ต้องทำงานหนัก เพราะมีจุดเดือดต่ำกว่าน้ำยาแอร์ตัวอื่นซึ่งจะช่วยให้ แอร์ บ้าน ได้ประสิทธิภาพในการทำความเย็นที่ดีกว่า สิ่งนี้แหละที่จะทำให้ได้ประสิทธิภาพในการทำความเย็นที่ดีกว่า และลดปัญหาโลกร้อนอีกด้วย

 

ข้อดี

  • ราคาถูก
  • ทำงานเงียบแม้เวลากลางคืน
  • ประหยัดไฟได้รับฉลากเบอร์ 5

ข้อด้อย

  • ยังไม่พบข้อด้อย

2. Haier เครื่องปรับอากาศติดผนังระบบ Inverter New 2018 ขนาด 10,000 BTU รุ่น HSU-10VNR 03T

Haier เครื่องปรับอากาศติดผนังระบบ Inverter New 2018 ขนาด 10,000 BTU รุ่น HSU-10VNR 03T ขนาดเครื่อง 81x28x20 ซม.   มาพร้อมกับดีไซน์เรียบง่าย เหมาะสำหรับใช้ในที่พักอาศัยหรืออาคารสำนักงาน ไม่ใช่แค่เพียงความเย็นให้กับคุณเท่านั้น แต่ยังช่วยดูแลสุขภาพเพราะสามารถลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราในอากาศได้อีกด้วย  ระบบฟอกอากาศ ได้นำเทคโนโลยีระดับนาโน ยับยั้งแบคทีเรียและกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ แผ่นกรองอากาศ Nano Purify Filter ประกอบด้วยสารประสิทธิภาพเงินและไทเทเนียม เคลือบสารด้วยเทคโนโลยีระดับนาโน ยับยั้งแบคทีเรียและเชื้อราได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

แผ่นกรองอากาศ Nano Carbon Filter เคลือบสารคาร์บอน ช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์และกลิ่นอับชื้น ดักจับฝุ่นละอองในอากาศ ป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียช่วยกำจัดกลิ่น ทำให้อากาศสะอาดลึกถึงระดับโมเลกุล เทคโนโลยี่ใหม่ล่าสุดกับระบบทำความสะอาดตัวเอง ฟังก์ชั่นการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ ปรับอุณหภูมิให้ลดต่ำลงจนเกิดเป็นน้ำแข็งปกคลุมภายใน เพื่อขจัดคราบสิ่งสกปรก สะดวกและง่ายต่อการใช้งานด้วยปลายนิ้วสัมผัส สารทำความเย็น R-32    เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ข้อดี

  • ระบบ Inverter ที่ประหยัดพลังงาน และประหยัดไฟสูงสุด
  • Self cleaning function เทคโนโลยี่ใหม่ล่าสุดกับระบบทำความสะอาดตัวเองอัตโนมัติ
  • ระบบกระจายความเย็นอัตโนมัติ แบบ 3 มิติ 4 ทิศทาง

ข้อด้อย

  • ยังไม่พบข้อด้อย

3. Central Air เครื่องปรับอากาศ รุ่น CFW-IFE13 ขนาด 12,759.55 BTU

Central Air เครื่องปรับอากาศ รุ่น CFW-IFE13 ขนาด 12,759.55  รูปทรงสวยงาม ทันสมัย การทำงานเงียบ ควบคุมการทำงานโดยใช้รีโมทคอนโทรลแบบไร้สาย ประหยัดไฟเบอร์ 5, มอก. 2134-2553  แผ่นกรองอากาศ Pre filterแผ่นฟอกอากาศ (Option) สามารถตั้งเวลา เปิด-ปิด ได้ 24 ชั่วโมง มีระบบ Auto Restart พร้อมระบบ Auto Swing มีน้ำยาในระบบแล้ว (R32) เป็นสารทำความเย็นรักษ์โลก เนื่องจากว่าสามารถให้ความเย็นได้มากกว่า R22 และ R410A นั่นทำให้ตัวคอมเพรสเซอร์ของแอร์ไม่ต้องทำงานหนัก ช่วยลดพลังงาน ไม่ทำร้ายชั้นบรรยากาศโอโซน ช่วยลดภาวะโลกร้อนแผงคอยล์เย็น Hydrophilic Aluminum fin  มีท่อทองแดงน้ำยาสำเร็จรูปยาว 4 เมตร  สายเซ็นเซอร์อุณหภูมิที่แผงคอยล์ร้อน มีอุปกรณ์ป้องกันคอมเพรสเซอร์ หากความร้อนสูงเกินเกณฑ์

ข้อดี

  • ระบบ Auto Restart พร้อมระบบ Auto Swing
  • ประหยัดไฟ เบอร์5
  • สารทำความเย็นประสิทธิภาพสูง R32 ไม่ทำลายชั้นโอโซน

ข้อด้อย

  • ยังไม่พบข้อด้อย

4. Fujitsu เครื่องปรับอากาศ  ASMG12 ขนาด 11,900 บีทียู

Fujitsu เครื่องปรับอากาศ  ASMG12 ขนาด 11,900 บีทียู มีเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ระบบกรองอากาศที่สามารถทำความสะอาดตนเองอัตโนมัติ และแผงระบายความร้อนแบบหลายทาง เป็นเครื่องปรับอากาศชนิดแรกที่มีระบบกรองอากาศที่สามารถทำความสะอาดตนเองได้โดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีแผงระบายความร้อนแบบหลายทางความหนาแน่นสูงซึ่งปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและประสิทธิภาพการลดความชื้นได้อย่างมาก 

เซนเซอร์ตรวจจับผู้ใช้ซึ่งจะตรวจจับการเคลื่อนไหวของผู้ใช้และเพิ่มความสะดวกสบาย เพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดการใช้พลังงาน รวมทั้งรีโมทคอนโทรลไร้สายด้วยความถี่วิทยุ และฟังก์ชัน “Dual Blaster” ที่สามารถทำความร้อนและทำความเย็นที่น่าพอใจแม้จะมีการตั้งค่าอุณหภูมิแบบประหยัดพลังงานก็ตามช่วยทำความเย็นได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม ช่วยลดค่าไฟมากกว่า40% เน้นการทำงานที่เงียบ ระบบฟอกอากาศ Apple-Catechin Filter เพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรค ยับยั้งเชื้อไวรัส โดยกรองอนุภาคได้สูง 0.01 ไมครอน

ข้อดี

  • ประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี
  • มีระบบฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพ ช่วยกำจัดกลิ่นอับ และกำจัดเชื้อโรค
  • การทำงานมีความเงียบ ไม่มีเสียงรบกวน

ข้อด้อย

  • ยังไม่พบข้อด้อย

5. เครื่องปรับอากาศ DAIKIN แบบติดผนัง ขนาด 18,000 BTU รุ่น FTM18PV2S

เครื่องปรับอากาศ DAIKIN แบบติดผนัง ขนาด 18,000 BTU รุ่น FTM18PV2S  ดีไซน์ใหม่ ทันสมัย ประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น ซึ่งมาพร้อมกับระบบอินเวอร์เตอร์ ใช้คอมเพรสเซอร์แบบสวิงพร้อมสารทำความเย็นประสิทธิภาพสูง R32 ช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟได้ในราคาเบาๆ คุ้มค่าทุกการใช้จ่าย เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติต่างๆ เช่น โหมดเย็นเร็ว (Powerful mode) โหมดประหยัดพลังงาน (Econo mode) และปกป้องคุณด้วย Titanium Apatite Deodorizing Filter ยับยั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และกลิ่นรบกวนเพียงกดปุ่ม Powerful Mode รอบพัดลมจะเพิ่มความเร็วไปที่ระดับสูงสุด และเพิ่มอีก 50 รอบต่อนาที โดยอุณหภูมิจะลดลงไปที่ 18 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 20 นาทีเพื่อให้คุณเย็นสบายอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นจะกลับไปสู่อุณหภูมิที่ตั้งไว้โดยอัตโนมัติพร้อมควบคุมอุณหภูมิให้คงที่เพื่อความเย็นสบายอย่างต่อเนื่อง

ข้อดี

  • โหมดทำงานกลางคืน Night Set Mode ระบบจะควบคุมอุณหภูมิโดยการกดปุ่มตั้งเวลาปิดเครื่องอัตโนมัติ
  • อินเวอร์เตอร์คอมเพรสเซอร์แบบสวิง ช่วยลดแรงเสียดทานและการสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างมาก
  • Powerful Mode เย็นเร็วทันใจ รอบพัดลมจะเพิ่มความเร็วไปที่ระดับสูงสุด และเพิ่มอีก 50 รอบต่อนาที โดยอุณหภูมิจะลดลงไปที่ 18 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 20 นาทีเพื่อให้คุณเย็นสบายอย่างรวดเร็ว
  • ทนทาน ครีบระบายความร้อนเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อน

ข้อด้อย

  • ยังไม่พบข้อด้อย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ 5 อันดับเครื่องปรับอากาศ เป็นการเตรียมตัวรับหน้าร้อนที่กำลังจะมาถึงได้อย่างไม่ต้องเหงื่อตกอีกต่อไป เรียกได้ว่าเย็นกาย สบายกระเป๋า แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ควรเปิดใช้แอร์เมื่อจำเป็นเพื่อช่วยกันลดใช้พลังงาน โลกของเราจะได้ไม่ร้อนขึ้นๆ อีกนะค่ะ หวังว่า ข้อมูล หรือรายละเอียดต่าง ๆ จะเป็นตัวช่วยในการมองหาเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด พบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่ะ

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (ยังไม่มีการโหวต)