Saturday, August 24

เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี 2019

ด้วยสภาพอากาศบ้านเราที่เป็นประเทศเมืองร้อน พร้อมกับการมีการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรม การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการเพิ่มของประชากร จึงให้เกิดมลภาวะทางอากาศ ซึ่งก็ไม่ใช่แค่ตามท้องถนนเท่านั้น แต่ในบ้านของเราก็ยังเต็มไปด้วยมลภาวะทางอากาศที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง แบคทีเรีย ไวรัส และสิ่งปนเปื้อนที่มากับอากาศ หนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่หลีกเลี่ยงได้ยากและเป็นภัยต่อสุขภาพ

โดยเฉพาะผู้ที่ต้องอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่หรือใกล้เขตอุตสาหกรรม ทางที่ดีจึงควรเรียนรู้ถึงผลกระทบของมลพิษทางอากาศที่มีต่อสุขภาพและวิธีป้องกันที่ถูกต้อง เพื่อให้ปลอดภัยจากอันตรายที่มาพร้อมปัญหานี้ มลพิษทางอากาศ คือการปนเปื้อนของสารเคมี สารประกอบทางกายภาพ และสารทางชีววิทยาในสิ่งแวดล้อม จนก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศ ส่วนใหญ่มักเกิดจากการเผาผลาญของเครื่องยนต์ ยานพาหนะ การทำอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ไฟป่า

เครื่องฟอกอากาศ

โดยสารในมลพิษทางอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์ ได้แก่อนุภาคขนาดเล็กที่ถูกกำจัดไม่หมด ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ โอโซน ไนโตรเจนไดออกไซด์ และซัลเฟอร์ไดออกไซด์   มลพิษทางอากาศอาจส่งผลให้เกิดการระคายเคืองตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตา คอ และปอด โดยหากอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงอาจมีอาการแสบตา ไอ และแน่นหน้าอกได้

อย่างไรก็ตาม อาการที่เกิดขึ้นจากมลพิษทางอากาศของแต่ละคนอาจแสดงออกแตกต่างกัน เด็ก ๆ มักรู้สึกถึงความผิดปกติจากมลพิษทางอากาศได้ช้ากว่าผู้ใหญ่ แต่จะมีอาการป่วยที่รุนแรงมากกว่า เช่น หลอดลมอักเสบ และอาการปวดหู ผู้ใหญ่บางรายอาจมีอาการรุนแรงหรือไม่มีอาการใด ๆ แสดงให้เห็น ส่วนผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด โรคหอบหืด หรือโรคถุงลมโป่งพอง อาจไวต่อการสัมผัสกับมลพิษทางอากาศ รวมทั้งมีอาการได้ง่ายและรุนแรงกว่าคนทั่วไป หากวันนี้คุณกำลังมองหาตัวช่วยในการกำจัดสิ่งเหล่านี้ คือเครื่องฟอกอากาศ  

เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier หรือ Air Cleaner) คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมในอากาศ เช่น ฝุ่น แบคทีเรีย ไวรัส ต้นเหตุที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ รวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่าง กลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นอับ กลิ่นเหม็นในบ้านให้หายไป ซึ่งเครื่องฟอกอากาศทำงานโดยการดูดอากาศเข้าตัวเครื่องผ่านตัวกรองเพื่อดักจับสิ่งเหล่านี้เอาไว้ แล้วปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมาแทน 

เครื่องฟอกอากาศ สำหรับมาไว้ใช้ในบ้าน ถึงแม้เราจะพักผ่อนอยู่ภายในบ้านของตัวเองก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงมลภาวะ ฝุ่นควัน หรือเชื้อโรคที่แอบแฝง ที่นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้นได้ การใช้เครื่องฟอกอากาศ สามารถลดฝุ่นละอองและมลพิษในอากาศ รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ ทำให้คุณภาพอากาศดีขึ้น ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดและภูมิแพ้ มีอาการดีขึ้น การกำเริบของหอบลดลง

 เมื่อเครื่องฟอกอากาศเริ่มกลายเป็นไอเทมที่มีความสำคัญ แต่ท่ามกลางตัวเลือกที่มีมากมาย การจะเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้งานต้องมีเกณฑ์เลือกซื้ออย่างไรบ้าง รวมถึงมีคุณสมบัติอะไรถึงจะเป็นเครื่องฟอกอากาศที่ใช่และตรงกับครอบครัวของคุณเองที่สุด ก่อนอื่นเรามาดูระบบการทำงานของเครื่องฟอกอากาศกันก่อนค่ะ แม้ในตอนนี้เครื่องฟอกอากาศจะมีการเพิ่มฟังก์ชันเข้าไปมากมาย แต่สามารถแบ่งระบบการทำงานของเครื่องฟอกอากาศออกได้ 5 ระบบหลัก ๆ ตามการทำงาน ดังนี้

  1. Air filters

          Air Filter หรือแผ่นกรองอากาศ ระบบดักจับฝุ่นละออง แบคทีเรีย ไวรัส หรือสารต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ มีทั้งประเภทที่ทำจากกระดาษ เส้นใย ตาข่าย แต่แบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบันคือแผ่นกรองอากาศแบบ HEPA หรือ High Efficiency Particulate Air ประเภทแผ่นกรองที่ผลิตจากเส้นใยไฟเบอร์กลาส ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ดักจับอนุภาคที่มีขนาดเล็กอย่างน้อย 0.3 ไมครอน และมีประสิทธิภาพในการดักจับได้ไม่น้อยกว่า 99.97% อายุเฉลี่ยการใช้งานอยู่ที่ 3-5 ปี

  1. Electrostatic Precipitator

          Electrostatic Precipitator ระบบกรองอากาศที่ทำงานโดยใช้หลักไฟฟ้าสถิต ด้วยการปล่อยประจุไฟฟ้าลบออกมาจับฝุ่นนละอองหรืออนุภาคขนาดเล็กที่เป็นประจุบวกให้เป็นกลุ่มก้อน เพื่อทำให้มีน้ำหนักมากขึ้นแล้วตกลงสู่พื้น ไม่ลอยฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ

  1. Gas-phase air filters

          Gas-phase air filters ระบบที่มีไว้สำหรับกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ทำงานโดยการใช้สารเคมี เช่น ถ่านกัมมันต์ หรือที่เรียกกันว่า แอคทิเวเต็ด คาร์บอน (Activated Carbon) มาช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ และก๊าซพิษออกไป

  1. Ozone generator

          Ozone generator ระบบที่ใช้แสงยูวีหรือการปล่อยกระแสไฟฟ้าในการสร้างโอโซน เพื่อฆ่าเชื้อโรค สารเคมี รวมถึงกำจัดกลิ่นที่ปะปนมาในอากาศให้สลายไป และทำให้อากาศกลับมาสะอาดอีกครั้ง

  1. UV Light

          UV Light เป็นระบบที่นำรังสีอัลตราไวโอเลตมาใช้ในการกำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ อาทิ แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา หรือสารอื่น ๆ ในอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

เครื่องฟอกอากาศ

  1. ขนาดห้อง

          เลือกขนาดของเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะสมกับห้องหรือพื้นที่ที่จะติดตั้ง เพราะเครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นมีประสิทธิภาพในการทำงานครอบคลุมพื้นที่ที่แตกต่างกัน เช่น ถ้าเราซื้อเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็ก แต่เอาไปวางไว้ในห้องขนาดใหญ่ ก็จะทำให้เครื่องฟอกอากาศทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้าหากนำเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ไปวางไว้ในห้องเล็ก ๆ ก็จะทำให้เปลืองไฟ

  1. ราคา

          ไม่ใช่แค่เพียงราคาของตัวเครื่องฟอกอากาศเท่านั้น แต่เรายังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนตัวกรองหรือไส้กรองของเครื่องฟอกอากาศอีกด้วย เนื่องจากเครื่องฟอกอากาศทุกชนิดจะต้องมีการเปลี่ยนตัวกรองหรือไส้กรองอยู่เสมอ เพื่อช่วยให้ระบบต่าง ๆ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นก่อนจะซื้อเครื่องฟอกอากาศจึงควรดูราคาของแผ่นกรองและการบำรุงรักษาส่วนอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย

  1. ระบบการทำงาน

          สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ต้องดูก่อนซื้อเครื่องฟอกอากาศคือ ระบบการทำงาน ว่ามีคุณสมบัติและตอบโจทย์และตรงกับความต้องการการใช้งานของเราหรือไม่ รวมไปถึงความจำเป็นในการใช้ฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ ที่มากกว่าแค่การกรองอากาศหรือกำจัดกลิ่น เช่น เซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ, ตัวระบุการเปลี่ยนแผ่นกรอง, ตัวควบคุมความเร็ว และรีโมตสั่งการ ก็ยังถือเป็นคุณสมบัติที่เราควรนำมาพิจารณาด้วยเหมือนกัน เพราะเป็นส่วนที่มีผลทำให้แต่ละเครื่องแต่ละแบรนด์มีราคาแตกต่างกัน

  1. ค่า Airflow

          ค่า Airflow หรือตัววัดความเร็วลม จากปริมาณของอากาศที่ถูกดูดเข้าไปและเวลาในการปล่อยอากาศออกมาจากเครื่องฟอกอากาศ หากเครื่องฟอกอากาศมีค่า Airflow สูงก็หมายความว่า เครื่องฟอกอากาศรุ่นนั้นมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศได้เร็วนั่นเอง

  1. ค่า CADR

          ค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) หรืออัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ต่อนาที ซึ่งเป็นค่าสากลที่ใช้ในการวัดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องฟอกอากาศ ยิ่งมีค่า  CADR สูงมากเท่าไร ก็แสดงให้เห็นว่าเครื่องฟอกอากาศมีประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้นเท่านั้น

  1. ระดับเสียง

          ระดับเสียงการทำงานของเครื่องฟอกอากาศก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม โดยเครื่องฟอกอากาศที่ดีควรมีระดับเสียงต่ำขณะเครื่องทำงาน เพื่อป้องกันการรบกวนขณะกำลังพักผ่อน ระดับเสียงที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 30-31 เดซิเบล

  1. การประหยัดไฟ

          เครื่องฟอกอากาศจะกินไฟหรือไม่นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับแผ่นกรอง หากเป็นแผ่นกรองที่มีความหนาแน่นมาก อากาศผ่านได้น้อย ก็จะทำให้เครื่องใช้ไฟมาก ฉะนั้นควรเลือกแผ่นกรองที่มีอากาศไหลผ่านได้ดี เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าในการทำงาน นอกจากนี้ยังสามารถเปรียบเทียบค่าไฟได้จากฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จากหลาย ๆ รุ่นมาประกอบในการตัดสินใจ

5 อันดับเครื่องฟอกอากาศยี่ห้อไหนดี

1. Sharp เครื่องฟอกอากาศ รุ่น FP-F30TA-A สีฟ้า ขนาด 21 ตรม.

Sharp เครื่องฟอกอากาศ รุ่น FP-F30TA-A สีฟ้า ขนาด 21 ตรม. เครื่องฟอกอากาศ  สำหรับห้องขนาด 21 ตารางเมตร  ดีไซน์ใหม่ สวยหรู ใช้งานง่าย สะดวกในการดูแลรักษาเครื่อง เหมาะสำหรับการใช้งานในห้องทำงาน ห้องนอน ห้องนั่งเล่น เครื่องฟอกอากาศสีขาวขนาดกะทัดรัด ช่วยฟอกอากาศในบ้านให้สะอาดปลอดภัยด้วยระบบพลาสมาคลัสเตอร์ เทคโนโลยีที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของชาร์ป ช่วยดักจับและกำจัดทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็ก 0.3 ไมครอน เชื้อรา ไวรัส และสลายกลิ่นไม่พึงประสงค์ ปรับความแรงลมดูดได้ 3 ระดับ ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติได้ 8 ชั่วโมง และมี Sleep Mode ให้เครื่องทำงานเสียงเบาขณะนอนหลับ

2. MITSUTA Air Purifier 5-Stage 20-30 sqm. Model MAP300

MITSUTA Air Purifier 5-Stage 20-30 sqm. Model MAP300 สำหรับพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร เป็นเครื่องฟอกอากาศราคาถูกแต่คุณภาพสูง สำหรับคนที่อยากจะหาเครื่องฟอกอากาศดีๆ สักเครื่อง เอาไว้ใช้ในห้องพัก ห้องทำงาน ที่อาจจะตั้งอยู่ในสถานที่ ที่มีมลพิษเยอะแยะมากมาย แต่อาจจะมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ เครื่องฟอกอากาศ MITSUTA MAP300 ตัวนี้ เป็นเครื่องฟอกอากาศ น้ำหนักเบา ประหยัดไฟ 

มีการฟอกอากาศแบบ 5 ขั้นตอน ที่มีคุณสมบัติช่วยกรองทั้งฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศ ทั้งแบบที่มีขนาดเล็กมากๆ ไปจนถึงขนาดใหญ่ยังมี แผ่นกรองอากาศ ที่ช่วยกรองกลิ่น กรองเชื้อโรค เชื้อรา แบคทีเรีย ที่ลองอยู่ในอากาศ แถมยังมีลูกเล่นเสริมพิเศษมาให้อย่าง ช่องใส่ตลับน้ำหอม รีโมทคอนโทรลพร้อมถ่านแบตเตอรี่ / ฟังก์ชั่นการตั้งเวลาปิดเครื่องล่วงหน้า  ระบบสร้างและปล่อยประจุลบในอากาศ ค่าบำรุงรักษาเครื่อง ที่มีราคาถูกมากๆ อีกด้วย

3. PHILIPS เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AC1215 สำหรับห้องขนาด 20-58 ตร.ม.

PHILIPS เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AC1215 สำหรับห้องขนาด 20-58 ตร.ม. ระบบฟอกอากาศด้วย เทคโนโลยี VitaShield IPS ระบบกรองอากาศคุณภาพสูง กำจัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก๊าซที่เป็นอันตราย สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ แบคทีเรีย ไวรัส และมลภาวะในอากาศ มอบอากาศสะอาดบริสุทธิ์โดยปราศจากการปล่อยก๊าซที่เป็นอันตราย 

มีประสิทธิภาพสูงถึง 99.97% ในการกำจัดสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ กำจัดไวรัส (H1N1) และแบคทีเรียในบ้านได้ถึง 99.9% แผ่นกรอง NanoProtect สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กมากถึง 0.02 ไมครอน หรือ 20 นาโนเมตร ให้คุณมั่นใจยิ่งขึ้นโดยการแสดงคุณภาพอากาศในบ้านแบบเรียลไทม์บนหน้าจอดิจิตอล

4. Hatari เครื่องฟอกอากาศ รุ่น HT-AP12 สีขาว ขนาด30-32 ตรม.

Hatari เครื่องฟอกอากาศ รุ่น HT-AP12 สีขาว ขนาด30-32 ตรม. ตัวเครื่องด้านนอก เป็นพลาสติกคุณภาพดี กินไฟ 49 วัตต์ เหมาะสำหรับห้องขนาด 32 ตารางเมตร ทำงานด้วยระบบสัมผัส ความเร็วลม 4 ระดับ ระบบกรองอากาศ 4 ขั้นตอน ใช้ได้ดีไม่แพ้เครื่องนอก ระบบฟอกอากาศก็ทำงานได้เงียบมาก มีระบบพาสม่าป็นระบบที่ใช้หลักการของ การปล่อยอนุภาคความเข้มข้นสูง ออกมาสู่ในอากาศ ซึ่งอนุภาคที่ว่านี้ก็เป็นอนุภาคไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า ไอออน (Ion) 

โดยการปล่อยนั้นจะมีทั้ง ประจุบวก (H+) และ ประจุลบ (OZ-) สลับสับเปลี่ยนกันไป ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่มีอยู่ในธรรมชาติ เข้าไปในอากาศพร้อมๆ กัน เพื่อเป็นทำลายผนังของเซลล์เชื้อรา (Mold) ไวรัส (Virus) และ แบคทีเรีย (Bacteria) ส่งผลทำให้อากาศสะอาดบริสุทธิ์นั่นเอง เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวรวมถึงเด็กเล็กและทารก หากคุณกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศดีๆ สักเครื่องในราคาคุ้มค่า เครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้ อาจเป็นรุ่นที่คุณกำลังมองหา

5. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Mi Air Purifier 2S

เครื่องฟอกอากาศ

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Mi Air Purifier 2Sตัวเครื่องมีขนาดกระทัดรัด เหมาะสำหรับพื้นที่ไม่เกิน 38 ตร.ม. มีแอพบนโทรศัพท์มือถือทั้ง Android และ iOS ใช้ควบคุมตัวเครื่อง สามารถสั่งควบคุมจากนอกบ้านได้ ตั้งเวลาตัวเครื่องได้หลายแบบ แชร์การใช้ให้กับคนในบ้านผ่านแอพได้ด้วย ฟิลเตอร์เป็นแบบกลมกรองฝุ่น 360 องศา 

ชั้นกรองฟิลเตอร์มี 3 ชั้น ชั้นนอกเป็นฟิลเตอร์กรองฝุ่นทั่วไป-ชั้นกลางเป็นฟิลเตอร์ HEPA H11 กรองฝุ่นอนุภาคขนาดเล็กได้ 95% และฟิลเตอร์ชั้นในสุดเป็นคาร์บอนช่วยกรองกลิ่นต่าง ๆ ได้ด้วย ตามสเป็คระบุว่าฟิลเตอร์มีอายุการใช้งานราว 4-6 เดือนแล้วแต่ว่าเปิดใช้เครื่องบ่อยและแต่ละครั้งนานแค่ไหน หน้าจอของตัวเครื่องและบนแอพบอกค่า PM 2.5 แบบเรียลไทม์ มีตัวเลขบอกอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ควบคู่กันไปด้วย ในแอพมีบอกเกี่ยวกับการใช้ฟิลเตอร์ว่าใช้ไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์

สำหรับเครื่องฟอกอากาศนั้นถือว่ามีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งถ้าเทียบกับสภาวะอากาศในปัจจุบัน เนื่องจากมีค่าฝุ่นที่เกินมาตรฐานเป็นตัวเลขที่สูงมาก  หากยังไม่ได้รับการป้องกันอาจจะเกิดอันตรายขึ้นกับตัวเองและคนในครอบครัวได้ เครื่องฟอกอากาศมีหลายรุ่น ยี่ห้อ ให้เลือก มีฟังชั่นการใช้งาน หรือ เทคโนโลยีที่แตกต่างกันออกไป หวังว่า 5 อันดับเครื่องฟอกอากาศจะเป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศได้เป็นอย่างดี พบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่ะ

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (1 โหวต, เฉลี่ย: 5.00 จาก 5)