รถเข็นเด็ก ยี่ห้อไหนดี 2018

รถเข็นเด็ก ยี่ห้อไหนดี 2018

Baby & Toys
รถเข็นเด็ก ตัวช่วยทุ่นแรง ให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่จะพาลูกน้อยออกนอกบ้าน ไม่ว่าจะพาไปเที่ยว ไปช้อปปิ้ง เดินเล่น โดยคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องอุ้มลูกน้อยตลอดเวลา รถเข็นเด็ก ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณพ่อคุณแม่เวลาไปไหนได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันรถเข็นเด็กมีให้เลือกมากมายหลากหลายรุ่นหลายยี่ห้อ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหารถเข็นเด็ก ไว้ให้ลูกน้อยซักคัน เราก็มีวิธีเลือกรถเข็นมาฝากกันค่ะพร้อมกับนำ ตัวอย่าง 10 รถเข็นเด็กมาให้คุณพ่อคุณแม่ไว้เลือกพิจารณาค่ะ 1. ดูลักษณะรถเข็นเด็กที่มีความปลอดภัย สภาพของรถเข็นต้องดูมั่นคงแข็งแรง มีตัวล็อคโครงรถเข็น ก่อนชื้อต้องลองกดลงหรือลองขย่มเบาเพื่อดูว่าตัวล็อคของโครงรถเข็นทำงานได้ดีหรือไม่ ไม่มีส่วนแหลมยื่นออกมา หรือก่อให้เกิดบาดเจ็บ เวลาเลือกซื้อให้ลองเอามือลูกๆคลำๆดูให้ทั่ว ไม่มีรูที่เด็กจะเอานิ้วมือหรือเท้าแหย่เข้าไป หรือมีวัสดุที่ส่งผลอันตรายต่อเด็ก ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นชิ้นเล็กๆ ซึ่งเด็กอาจเอาเข้าปากได้ และสีที่ใช้เคลือบรถเข็น จะต้องไม่มีสารตะกั่วเกินกว่าค่ามาตรฐาน เพราะเด็กอาจเอามือไปจับสีหลุดลอกติดมือ แล้วนำมาเข้าปาก สารตะกั่วที่หลุดลอกติดมือเด็กหรือเข้าปากเด็ก จะถูกดูดซึมเข้าร่างกาย เซลล์ในร่างกายจะถูกทำลายได้ ควรเลือกรถเข็นเด็กโดยใช้มือลูบแล้วไม่มีสีหลุดลอกติดมือ 2. ระบบเบรกหรือห้ามล้อ ก่อนซื้อควรทำการทดสอบที่ร้านเลยว่าระบบเบรกดีหรือไม่ จะต้องทดสอบในขณะที่พื้นเอียง และวางน้ำหนักในรถเข็น ทดสอบดูว่า รถเข็นจะต้องไม่ไหล ตัวล็อกรถหรือห้ามล้อหยุดดีหรือเปล่าเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย 3. รถเข็นเด็กสามารถเคลื่อนตัวได้ดีหรือไม่ ล้อต้องเป็นล้อที่สามารถหมุนได้สะดวกแข็งแรง เพราะจะทำให้การเคลื่อนตัวของรถเข็นคล่องตัวขึ้นแม้ว่าคุณแม่จะต้องเข็นรถในที่ที่แคบ 4. สายรัดหรือระบบล็อคในรถเข็น มีสายรัดเด็กเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย เช่น ล็อคเอว ระหว่างขาและไหล่ ซึ่งตัวล็อคไม่ควรจะให้เด็กสามารถดึงหลุดง่าย เพราะต้องไม่มีโอกาสที่ตัวเด็กจะไหลลื่นออกจากเข็มขัดได้และต้องไม่แน่นสำหรับเด็กจนเกินไป เด็กยังสามารถยกแขนยกขาได้ ไม่อึดอัด และควรปลดเข้าออกง่าย 5. ควรเลือกรถเข็นแบบที่สามารถปรับระดับเบาะนั่งและนอนได้ โครงสร้างของรถเข็นเด็ก ต้องออกแบบมาเพื่อปกป้องระบบการหายใจในกรณีที่เด็กอาจจะเผลอหลับบนรถเข็น เพราะเด็กควรนั่งรถเข็นในท่านอนเนื่องจากคอที่ยังไม่แข็งแรง โดยมีเบาะที่จะทำให้ศีรษะเด็กไม่เคลื่อนที่และป้องกันการบิดของลำคอจึงช่วยป้องกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับเนื่องจากทางเดินหายใจอุดกั้น และเมื่อคอแข็งมากขึ้นก็สามารถปรับระดับรถเข็นให้เหมาะสมกับท่านั่งของเด็กได้ 6. ควรมีที่บังแดดหรือลม มีหลังคาที่สามารถปกป้องลูกน้อยจากแสงแดดและรังสียูวี เพื่อป้องกันแสงแดดที่แยงตาเพราะผิวหนังของเด็กนั้นยังบอบบาง หรือปิดกั้นยามลมแรงเพื่อป้องกันฝุ่นละอองเข้าตา 7. วัสดุที่ใช้ สามารถถอดหรือเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายหรือไม่ การระบายความร้อนภายในรถเข็นดีหรือไม่เนื่องจากอากาศบ้านเราค่อนข้างร้อนและระบบปรับอุณหภูมิในเด็กเล็กนั้นยังทำงานได้ไม่ดีนักทำให้เด็กจะร้อนและเหงื่อออกได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ 8. รถเข็นเด็กต้องสามารถพับเก็บได้ หลังจากเลิกใช้งานเพื่อความสะดวกในการจัดเก็บ รถเข็นเด็กนั้นต้องสามารถพับเก็บได เพื่อความสะดวกในการเดินทาง เพราะหากเก็บหรือพับให้มีขนาดเล็กลงไม่ได้ ก็อาจจะลำบากในการที่จะนำติดไปด้วยในที่ต่างๆ 10 อันดับรถเข็นเด็กที่น่าใช้ 1. ladylazy รถเข็นเด็ก No.218 (ปรับเข็นหน้า-หลัง/โยก/ปรับได้ 3 ระดับ) ขอบคุณภาพจาก lazada เช็คราคาและส่วนลด !! รถเข็นเด็ก No.218 (ปรับเข็นหน้า-หลัง/โยก/ปรับได้ 3 ระดับ)  โครงสร้างเหล็กแข็งแรง  ปรับได้ 3 ระดับมีทั้งปรับแบบเอน ปรับนั่ง ปรับนอนได้ คุณแม่สามารถวางพักแขนได้  เบาะรองนั่ง นอน นุ่ม นอนสบาย ระบายอากาศได้ดี ถอดเบาะรองออกได้ จะมีที่วางขาแบบเย็บติดกับตัวรถ ไม่ต้องกลัวขาด เมื่อวางเด็กลงไป ขาจะสัมผัสพื้น ใช้ในช่วงฝึกเดินได้ มาพร้อมเข็มขัดนิรภัยเสริมสร้างความปลอดภัยขณะเดินทาง และที่บังแดดและยังมีมุ้ง และตัวรถเข็นสามารถโยกได้ ให้น้องสามารถนอนหลับได้อย่างสบาย มีตัวล้อ 6 ล้อและสามารถล็อคล้อได้และดันขึ้นเมื่อต้องการโยก  สามารถเข็นได้หน้า-หลัง ตัวรถเข็นเด็กเบา น้ำหนักเพียง 7.5 กก.พับเก็บง่าย…
Read More
คาร์ซีท (Car Seat) ยี่ห้อไหนดี 2018

คาร์ซีท (Car Seat) ยี่ห้อไหนดี 2018

Baby & Toys
ปัจจุบันได้มีการพัฒนาอุปกรณ์ในเรื่องของความปลอดภัยในการใช้ชีวิตบนท้องถนน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน เป็นการลดความรุนแรง และความสูญเสียให้น้อยลงหรือไม่ให้ได้รับผลกระทบใด ๆ เลย หากมีการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เพราะไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ สิ่งที่เราสามารถทำได้คือ ต้องมีอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด เจ้าอุปกรณ์ที่ว่านี้ก็คือ คาร์ซีท คาร์ซีท เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องชีวิตลูกให้ปลอดภัยขณะโดยสารบนรถยนต์ ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับเด็กโดยเฉพาะ สามารถเลือกให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละวัยได้ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ปฏิเสธไม่ได้เลยที่จะต้องใช้รถยนต์ในการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยมีเจ้าตัวเล็กโดยสารไปในรถด้วยเสมอ หรือขับไปส่งลูก ๆ ไปโรงเรียนเป็นประจำ พ่อแม่หลายท่านอาจเข้าใจผิดว่า แค่เพียงกอดลูกไว้ที่ตักก็เพียงพอแล้ว จนเป็นเหตุให้มีเด็กเสียชีวิตบนท้องถนนมากมายเพราะรับแรงกระแทกโดยตรง ส่งผลให้เกิดความสูญเสียขึ้น เพราะรถยนต์ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานสำหรับเด็ก ถึงแม้จะใช้เข็มขัดนิรภัย เพราะเด็กตัวค่อนข้างเล็ก  หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น รับแรงกระแทก เด็กอาจหลุดจากเข็มขัดนิรภัย มีโอกาสเจ็บหนัก หรือมีผลต่อชีวิตได้  หลายประเทศได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับใช้ และความปลอดภัยของ คาร์ซีท สำหรับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 6 ขวบ เนื่องจากคุณจะต้องใช้คาร์ซีท ที่มีความปลอดภัยที่จะป้องกันลูกน้อยจากอันตรายได้ หากคุณเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ควรตระหนักและเอาใจใส่ในเรื่องความปลอดภัยของลูกน้อยบนท้องถนนให้มากที่สุด การเสียเงินเพื่อซื้อคาร์ซีทเพื่อแลกกับความปลอดภัยของลูกน้อยของคุณ เชื่อว่าพ่อแม่มือใหม่ หลายคนคงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก คาร์ซีท เป็นอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย มีให้เลือกมากมาย  สามารถเลือกให้เหมาะสมกับเด็กในแต่ละวัยได้ มีราคาตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น มีมากมายหลายแบรนด์ให้คุณได้เลือกสรร เรามาดูกันก่อนว่าคาร์ซีทมีกี่ประเภทและวิธีการเลือกซื้อ คาร์ซีท  ที่ดีมีหลักการเลือกซื้อให้เหมาะสมกับลูกน้อยของคุณอย่างไรบ้างเรามาดูกันคะ คาร์ซีทมีกี่ประเภท คาร์ซีทมีกี่แบบ แล้วแบบไหนที่จะเหมาะกับลูกน้อยของคุณ ได้แยกประเภทไว้ดังนี้คะแบบที่ 1 คาร์ซีทสำหรับเด็กวัยแรกเกิดถึง 12 เดือน แบ่งออกเป็น 2 แบบตามลักษณะสินค้าคือ แบบกระเช้า ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด - 18 เดือน (หรือ 12 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ) แบบตัวใหญ่ ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด- 4 ปี (หรือ 7 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อแบบที่ 2  คาร์ซีทเด็กบูสเตอร์สำหรับเด็ก แบ่งออกเป็น 3 แบบตามอุปกรณ์เสริม คือ แบบมีที่กั้นด้านหน้า พนักพิงพร้อมเบาะรองนั่ง ใช้ได้ตั้งแต่ 1 – 12 ปี แบบมีพนักพิงและเบาะรองนั่ง ใช้ได้ตั้งแต่ 3 – 12 ปีแบบมีแต่เบาะรองนั่ง ใช้ได้ตั้งแต่ 5 – 12 ปี วิธีการเลือกซื้อคาร์ซีท   หลักการเลือกซื้อให้เหมาะสมกับลูกน้อยของคุณอย่างไรบ้างเรามาดูกันคะ1. เลือกคาร์ซีทให้เหมาะสมกับวัยและช่วงอายุของลูกน้อย คุณแม่ควรใส่ใจเลือคาร์ซีทที่เหมาะสมกับวัย สรีระของลูกน้อย ที่สามารถประคองเด็กโดยไม่ก่อให้เกิดแรงกดทับบนตัวของลูกน้อย ขนาดของเบาะไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป 2. ตรวจสอบว่าคาร์ซีทนั้นติดตั้งบนรถของคุณได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่ ก่อนการตัดสินใจซื้อคุณควรตรวจสอบก่อนว่าคาร์ซีทนั้นติดตั้งเข้ากับรถของคุณได้อย่างถูกต้องหรือไม่ โดยสอบถามข้อมูลจากผู้ขายก่อนตัดสินใจซื้อ3. เข็มขัดนิรภัย เข็มขัดนิรภัยของคาร์ซีทควรผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และควรเป็นเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุด เพราะจะปลอดภัยกว่าแบบ 3 จุด4. เลือกคาร์ซีทที่ได้รับมาตรฐานสากล หากคุณตัดสินใจซื้อคาร์ซีทแล้ว ย่อมต้องการความปลอดภัยสำหรับลูกน้อยของคุณมากที่สุด ดังนั้นคุณต้องเลือกคาร์ซีทที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เพื่อเป็นการรับประกันคาร์ซีทว่า ปลอดภัยสำหรับลูกน้อยของคุณ5. ราคา อย่าตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะคาร์ซีทที่มีราคาสูง ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าจะใช้งานได้ดีกว่า…
Read More
เครื่องปั้มนม ยี่ห้อไหนดี 2018

เครื่องปั้มนม ยี่ห้อไหนดี 2018

Baby & Toys
สำหรับคุณแม่ที่ต้องทำงานประจำที่ต้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ก็ต้องกลับไปทำงานต่อ หลังจากครบกำหนดลาคลอด และต้องการปั๊มนมเก็บไว้ให้ลูก หากคุณแม่ท่านไหนที่กำลังมองหาเครื่องปั้มนมอยู่ แต่ไม่รู้จะเลือกเครื่องปั๊มนมแบบไหน อย่างไร เรามีเทคนิคการเลือก เครื่องปั้มนม มาฝากค่ะ เครื่องปั้มนม มีกี่ประเภท? เครื่องปั้มนมธรรมดา เป็นที่ปั้มนมชนิดใช้มือ ราคาถูกและมีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการปั้มนมเป็นครั้งคราวเครื่องปั้มนมไฟฟ้า หรือแบบชาร์จไฟ แบบใส่ถ่าน มีราคาค่อนข้างแพง แต่ใช้งานง่ายกว่าชนิดธรรมดา ทั้งยังช่วยทุ่นเวลาในการปั๊มนม และได้ปริมาณนมมากกว่า โดยเครื่องปั๊มชนิดนี้มีให้เลือกใช้ทั้งแบบปั๊มทีละข้างหรือปั๊มพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง เรามาดูเทคนิคการเลือกเครื่องปั้มนมกันค่ะ 1. ขนาดของเครื่องปั๊มนม หากคุณแม่ที่ทำงานประจำ จะต้องปั๊มน้ำนมที่ทำงานวันละ 3-4 ครั้งต้องพกไปที่ทำงานด้วย หากการเดินทางค่อนข้างลำบาก ไม่มีรถส่วนตัว ควรเลือกแบบกะทัดรัด พกพาง่ายสะดวก สามารถนำไป-กลับได้ทุกวัน ควรจะเลือกเครื่องปั๊มนมแบบใช้ถ่านหรือชาร์จไฟ เพราะสามารถปั๊มได้ทุกที่ไม่ต้องหาเต้าเสียบปลั๊กไฟ ตอนนี้มีแบบที่ใช้สาย  USB ที่เสียบได้กับคอมพิวเตอร์ และเพาเวอร์แบงค์ สะดวกในการใช้ทุกที่ ทุกเวลา ส่วนคุณแม่อยู่บ้านเลี้ยงลูกที่ไม่ได้ออกไปไหน เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าเครื่องใหญ่ก็น่าสนค่ะ เพราะเครื่องรุ่นใหญ่จะมีประสิทธิภาพดีกว่ามาก จังหวะการปั๊มจะใกล้เคียงทารกดูด ช่วยกระตุ้นกระสร้างน้ำนม และรักษาปริมาณน้ำนมให้คงอยู่สม่ำเสมอ 2. ประสิทธิภาพของแรงดูดและรอบดูดนม เครื่องปั๊มนมที่ดีจะต้องมีแรงดูด (Suction Strength) อย่างน้อย 200 มม.ปรอท จังหวะในการดูดอย่างน้อย 40-60 รอบต่อนาที จึงจะใกล้เคียงการดูดของทารกในช่วง 6 - 12 สัปดาห์ จะต้องมีแรงดูดอย่างน้อย 200 mmHg และรอบการดูดอย่างน้อย 40 – 60 รอบต่อนาที แต่หากว่าร่างกายของคุณแม่มีการผลิตน้ำนมที่ดี การปั๊มนมในช่วงนี้ก็จะง่ายและได้น้ำนมปริมาณมาก แม้ว่าจะใช้เครื่องปั๊มนมที่มีรอบดูดต่ำกว่า 40 ครั้งต่อนาทีก็ตามดังนั้นถ้าจำเป็นต้องปั๊มนมนานกว่า 4 เดือนขึ้นไป ควรเลือกซื้อเครื่องปั๊มนม ที่มีจังหวะในการดูดมากกว่า 40 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป 3. พลังงานที่ใช้กับเครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมแต่ละรุ่นนั้น ใช้แหล่งพลังงานต่างกัน เครื่องปั๊มนมบางรุ่นใช้ไฟบ้านได้อย่างเดียว บางรุ่นใช้ได้ทั้งไฟบ้าน และถ่าน บางรุ่นมีสายชาร์จสำหรับใช้ในรถยนต์ ถ่านที่ใช้ก็มีทั้งแบบชาร์จได้ หรือใช้แล้วทิ้ง รุ่นที่ใช้ถ่านได้ส่วนใหญ่ จะใส่ถ่านที่ตัวเครื่องได้เลย ยกเว้นบางรุ่น ที่ต้องใช้ Battery Pack แล้วค่อยมาเสียบกับมอเตอร์อีกที ถ้าสถานที่ปั๊มไม่มีปลั๊กไฟให้เสียบ ก็ต้องพิจารณาเครื่องที่ใช้ถ่านได้ คุณแม่สามารถเลือกเครื่องปั๊มนมได้ตามสถานการณ์อย่างเช่น หากต้องเดินทางบ่อยๆ หรือต้องไปในสถานที่ๆไม่มีปลั๊กไฟให้เสียบ ก็อาจเลือกซื้อเครื่องปั๊มแบบที่สามารถใช้ถ่านแบตเตอรี่ได้ 4. เสียงของเครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าทำงานด้วยกลไกของมอเตอร์ เครื่องที่มีมอเตอร์ขนาดใหญ่ เสียงจะเบากว่าเครื่องที่มีมอเตอร์ขนาดเล็ก คุณแม่จึงต้องพิจารณาถึงเรื่องเสียงที่จะไปรบกวนลูกที่กำลังหลับอยู่ หรือสถานที่ปั๊มนมของเรานั้นเป็นส่วนตัวหรือไม่  ถ้าไม่เป็นส่วนตัว อาจต้องระวังเสียงเครื่องปั๊มที่อาจไปรบกวนผู้อื่น 5. การบริการหลังการขาย ควรเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมที่ผลิตจากบริษัทที่เชื่อถือได้ มีการรับประกันสินค้าและมีบริการหลังการขายดูเทคนิคการเลือกชื้อกันแล้ว เราลองมาดูตัวอย่างเครื่องปั๊มนมกันบ้างดีกว่าค่ะ 1. Lucky Team เครื่องปั้มนมไฟฟ้าแบบปั๊มคู่ เช็คราคาและส่วนลด !! เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบปั๊มคู่ …
Read More
เป้อุ้มเด็ก ยี่ห้อไหนดี 2018

เป้อุ้มเด็ก ยี่ห้อไหนดี 2018

Baby & Toys
คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายท่านคงผ่านการอุ้มลูกน้อยมาอย่างโชกโชนบางท่านอุ้มลูกน้อยเยอะจนถึงขั้นปวดแขนต้องไปหาคุณหมอกันเลยทีเดียวซึ่งปัจจุบันเรามีตัวช่วยที่จะมาช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องอุ้มลูกน้อยให้ปวดแขนอีกต่อไปตัวช่วยนั่นก็คือ เป้อุ้มเด็กนั่นเอง  สินค้า ยี่ห้อ ขนาด ราคา Samsung 25 กก. 500.- เป้อุ้มเด็ก สามารถทำให้ลูกน้อยอยู่ใกล้และสัมผัสคุณพ่อคุณแม่ตลอดเวลาหรือแม้แต่เวลาคุณพ่อคุณแม่ปล่อยมือก็ตามลูกน้อยก็จะอยู่ในอ้อมอกของคุณพ่อคุณแม่ตลอดเวลา เป้อุ้มเด็กสามารถพกพาและเคลื่อนย้ายได้สะดวกเวลาจะพาลูกน้อยไปเดินเล่นหรือไปทำธุระก็สามารถพาลูกน้อยไปได้และสามารถพกพาเป้อุ้มเด็กได้ง่ายและสะดวกขึ้นเป้อุ้มเด็กแต่ก่อนจะแบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ แบบให้เด็กหันหน้าเข้า และอีกแบบให้เด็กหันหน้าออก แต่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าทางผู้ผลิตเป้อุ้มเด็กหลายๆ ยี่ห้อได้ปรับมาเป็นแบบ 2 in 1 และ 3 in 1 เป้อุ้มเด็กแบบ 2 in 1 คือ สามารถใช้งานได้ทั้งแบบหันหน้าเข้าและหันหน้าออก เป้อุ้มเด็ก 3 in 1 คือ สามารถใช้งานได้ทั้งแบบหันหน้าเข้า หันหน้าออก และก็อุ้มนอนคะพร้อมทั้งมี hip seat ในตัวมาเลยทีเดียวทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเสียเงินซื้อหลายรอบวิธีเลือกซื้อเป้อุ้มเด็กควรดูเรื่องความแข็งแรง ทนทานและความสบายเวลาสวมใส่ด้วยคะหากคุณพ่อคุณแม่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะเลือกเป้อุ้มเด็กแบบไหนถึงจะเหมาะกับลูกของคุณเรามี 10 อันดับเป้อุ้มเด็กให้คุณได้ตัดสินใจซื้อเราไปดูกันเลยคะว่ามีแบบไหนบ้าง 1. Baby Life เป้อุ้มเด็กนั่ง Hip Seat 2 in 1 สะพายหน้าและสะพายหลังได้ เช็คราคาและส่วนลด !! เป้อุ้มเด็กนั่ง Baby Life Hip Seat 2 in 1 สะพายหน้าและสะพายหลังได้ตัวช่วยให้คุณแม่เบาแรงมากขึ้นหมดปัญหาเรื่องน้องงอแงเพราะติดมือคะผลิตจากผ้า Cotton อย่างดีระบายอากาศได้ดีไม่อับชื้น แข็งแรง ทนทาน สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 20 kg เหมาะสำหรับเด็กอายุ 2-36 เดือน ใช้งานง่าย สะดวกสบายเวลาสวมใส่คะคุณแม่สามารถพาน้องไปได้ทุกทีโดยคุณแม่ไม่ต้องออกแรงอุ้มน้องน้องจะอยู่ในท่านั่งที่สบายและเป็นธรรมชาติที่สุด ตัวเบาะจะช่วยรองรับ 3 จุด คือ บ่าทั้ง 2 ช้างและเอวคะคุณแม่สามารถปรับได้หลายรูปแบบทั้งหันหน้าแนบอกและหันหน้าออกสามารถสะพายหลังหรือถอดเป้อุ้มแล้วใช้เบาะอย่างเดียวก็ได้มีระบบ Supers Safety lock ตัวล็อคขนาดใหญ่ให้คุณแม่มั่นใจทุกครั้งที่ใช้งานคะ hip seat ขนาด 16x22 cm มาพร้อมสายคาดเอวขนาดใหญ่จะไม่ทำให้คุณแม่เมื่อยหลังคะสามารถถอดซักและพับเก็บได้ง่ายคะ คุณสมบัติเด่น ผลิตจากผ้า Cotton อย่างดีระบายอากาศได้ดีไม่อับชื้น แข็งแรง ทนทาน สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 20 kg เหมาะสำหรับเด็กอายุ 2-36 เดือน ใช้งานง่าย สะดวกสบายเวลาสวมใส่ มีระบบ Supers Safety lock ถอดซักและพับเก็บได้ง่าย 2. BABY LAB เป้อุ้มเด็ก hip seat 3 in 1 เช็คราคาและส่วนลด !! BABY LAB เป้อุ้มเด็ก hip seat 3 in 1…
Read More
อาหารแมว ยี่ห้อไหนดี 2018

อาหารแมว ยี่ห้อไหนดี 2018

Baby & Toys, อาหารแมว
ขึ้นชื่อว่าแมวใครๆ ได้เลี้ยงแล้ว เชื่อว่าคงจะตกเป็นทาสของมันทั้งนั้น เพราะแมวเป็นสัตว์เลี้ยง ที่น่ารัก ขี้อ้อน นิสัยดี ฉลาด รักสะอาด เลี้ยงง่าย ตัวเล็ก มีน้ำหนักเบา และไม่ส่งเสียงดัง สามารถนำมาเลี้ยงได้ตามบ้าน คอนโด และอพาร์ตเมนต์  เมื่อนำมันมาเลี้ยงแล้ว ทาสแมวอย่างเราๆ ต้องให้ความรัก ความเอาใจใส่กับมัน ดูแลสุขภาพของมัน ให้ปราศจากโรคภัยต่างๆ อย่างเช่นอาหารการกินของมัน ก็ไม่ควรจะมองข้ามการเลือกอาหารแมวที่มีประโยชน์ให้สารอาหารครบถ้วนก็จะช่วยสร้างภูมิต้านทานของมันได้ ปัจจุบันมีอาหารแมวสำเร็จรูป มากมายหลากหลายสูตรให้เลือก ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน โดยอาหารสำเร็จรูปมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบเป็นเม็ด และแบบเปียก อาหารแบบเม็ด อาหารแมวแบบเป็นเม็ด หรือ อาหารแห้ง ส่วนใหญ่มักมีลักษณะเป็นเม็ดกลมๆ ประกอบด้วยธาตุอาหารและวิตามินแร่ธาตุต่าง ๆ ที่แมวต้องการอย่างเหมาะสม ส่วนประกอบของอาหารเม็ดโดยมากมาจากเนื้อสัตว์ ซึ่งได้ผ่านกระบวนการแปรรูป เช่น การบดและอบแห้ง มีคุณค่าของโปรตีนประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของแมวในการนำไปใช้สร้างความเจริญเติบโต  นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบของไขมันที่ช่วยสร้างพลังงานและความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย มีวิตามินที่ช่วยให้แมวมันมีขนยาวสวยได้ มีไฟเบอร์ที่จะช่วยให้ท้องไม่ผูก นอกจากนี้อาหารแห้งยังมีประโยชน์ช่วยขัดฟันของแมวให้สะอาด เพราะเป็นเม็ดกรอบและการเคี้ยวอาหารแห้งก็เป็นการบริหารเหงือกให้แข็งแรงได้อีกด้วย อาหารแบบเปียก อาหารแมวแบบเปียก หรือ อาหารกระป๋อง แมวมักจะชอบอาหารชนิดนี้มากกว่าอาหารแบบเม็ด คือมีลักษณะเป็นน้ำและเนื้อนุ่ม โดยส่วนใหญ่มักประกอบไปด้วยเนื้อปลาหรืออาหารทะเล เช่น กุ้ง ปูหอยผสมในเจลลี่ อาหารแมวนั้น มีตั้งแต่แมวช่วงอายุ แรกเกิด -1 ปี ,อาหารแมว 6 เดือนขึ้นไป ,อาหารแมวโต 1-7 ปี,และอาหารแมวโตมีอายุ 7 ปีขึ้นไป ก็จะมีให้เลือกมากมายหลายหลายยี่ห้อให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นอาหารแมว Royal caninเป็นอาหารสำหรับลูกแมวที่มีอายุ 4 – 12 เดือน,อาหารแมว maxima,อาหารแมว วิสกัส ,อาหารแมว Purina one,อาหารแมว Friskies,อาหารแมว meo ค่ะ ส่วนหลักการให้อาหารทั่วไป แนะนำควรให้สลับสับเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆ เพื่อให้แมวของท่านกินได้หลายๆแบบ เช่นถ้ายี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งขาดตลาดสามารถกินยี่ห้ออื่นทดแทนได้ การสลับสับเปลี่ยนอาหารหลายๆอย่างเป็นการลดความเสี่ยงไม่ให้สัตว์ได้รับอันตรายจากการปนเปื้อนหรือจากอาหารที่มีปัญหาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานได้  แต่ถึงอย่างไรก็ตามการเลือกอาหารแมวเป็นที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเหล่าทาสแมวทั้งหลายควรจะต้องรู้ว่าอาหารแมวแบบไหนที่เหมาะกับแมวของเรา ปัจจุบัน อาหารแมวสามารถหาซื้อได้ง่าย ตามร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป ร้านค้าออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นเวป เพจ ต่างๆ ส่วนราคานั้นก็มีให้เลือกตามขนาด ตามยี่ห้อดังนั้นเรามาดู 10 ตัวอย่างอาหารแมวที่เรานำมาแนะนำกันค่ะ 1. Royal Canin โรยัลคานิน อาหารสำหรับแมวโตอายุ 1 ปีขึ้นไป เช็คราคาและส่วนลด !! ยี่ห้อนี้ก็เป็นอาหารแมวเกรดพรีเมี่ยมยี่ห้อหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมจากทาสแมวทั้งหลาย อาหารแมว Royal Canin Fit  32 จะเป็นอาหารแมวแบบแห้งหรือแบบเป็นเม็ด ลักษณะเม็ดจะใหญ่ๆหน่อย และจะมีกลิ่นหอม ส่วนผสมหลัก:เนื้อสัตว์ปีก, ข้าว,…
Read More