แผ่นรองคลาน ยี่ห้อไหนดี 2019

แผ่นรองคลาน ยี่ห้อไหนดี 2019

Baby & Toys
แผ่นรองคลาน โฟมรองคลาน เสื่อรองคลาน หรือเบาะรองคลาน เป็นของใช้จำเป็นอีกอย่างหนึ่งก็ว่าได้ สำหรับลูกน้อยในช่วงวัยกำลังหัดคลาน เพราะจะช่วยปกป้องการเสียดสีของผิวหนังเด็ก กับพื้นผิวบนพื้นบ้านที่อาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บ  คุณพ่อคุณแม่ก็หมดห่วงเรื่องเศษเสี้ยนต่างบนพื้น และเรื่องแรงกระแทกจากการล้มขณะคลาน หรือหัดยืน สามารถปล่อยให้น้องคลานได้อย่างอิสระ และยังช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการให้กับลูกน้อย ในเรื่องของการเคลื่อนไหวร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประโยชน์ของการใช้แผ่นรองคลานให้ลูกน้อย อันดับแรกช่วยป้องกันการเสียดสี ระหว่างผิวหนังของเด็ก กับพื้นผิว  หากพื้นผิวนั้นมีความแข็ง ผิวหนังของเด็กอาจจะเกิดการถลอกได้ เช่นเมื่อน้องคลานต้องใช้หัวเข่าและฝ่ามือในการคลาน แผ่นรองคลานจะช่วยลดปัญหาในส่วนนี้เพราะแผ่นรองคลานจะมีลักษณะนิ่ม ช่วยปกป้องผิวหนังของเด็กๆ ได้ในระดับหนึ่ง ช่วยป้องกันการกระแทก เด็กๆที่อยู่ในวัยกำลังหัดคลาน อาจมีล้มลุกคลุกคลานหรือเกิดการเสียหลัก หากเสียหลักในท่าทางที่อันตราย ศีรษะอาจกระแทกพื้นได้ แต่ถ้าหากมีแผ่นรองคลานไว้สำหรับเด็กๆ ที่กำลังหัดคลาน อาจช่วยป้องกันการกระแทกได้ ช่วยเสริมพัฒนาการด้านทักษะ ในการจดจำสิ่งรอบตัว เช่น แผ่นรองคลาน ที่เป็นลวดลายหรือสีสันก็จะช่วยในการพัฒนาความจำ และพัฒนาการสังเกตได้เป็นอย่างดี เช่น เลือกที่มีลายตัวพยัญชนะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือตัวเลข สัตว์ ผลไม้ ก็จะช่วยเสริมทักษะการมอง การสังเกตเป็นต้น ดังนั้นหากเราจะเลือกชื้อแผ่นรองคลานสักชุด ควรเลือกแผ่นรองคลาน ที่มีคุณภาพดี ควรปลอดสารพิษที่เป็นอันตรายกับเด็กๆ ซึ่งส่วนมากเป็นสารพิษตกค้าง จากการพิมพ์ลายหรือลงสี ซึ่งมีกลิ่นฉุน หากเด็กสูดดมมักจะเข้าสู่ร่างกายและเกิดการสะสม วิธีสังเกตคือให้สังเกตที่เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่แสดงการรับรองว่าไม่มีสารเคมีสารพิษปนเปื้อนหรือสังเกตสัญลักษณ์ที่แสดงการรับรองจากสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือได้ มีความคงทนสามารถใช้งานได้ยาวนาน โดยสังเกตได้จากวัสดุที่ใช้ในการผลิต วัสดุที่ดีสำหรับแผ่นรองคลานคือวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง เช่น แผ่นรองคลาน PVC หรือแผ่นรองคลาน ยางพารา เป็นต้น รวมถึงควรคำนึงถึงความหนา โดยให้มีความหนาอย่างน้อย 10 มิลลิเมตร  เพื่อรองรับแรงกระแทก แผ่นรองคลานยิ่งหนาเท่าไรก็ยิ่งรองรับแรงกระแทกได้ดี และที่สำคัญต้องทำความสะอาดง่าย สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ด้วยน้ำสะอาด โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี แผ่นรองคลานที่มีขายอยู่ในท้องตลาดโดยทั่วไป สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด 1. แผ่นรองคลานแบบจิ๊กซอว์ ส่วนใหญ่ใช้วัสดุที่เรียกว่า EVA Foam ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นโฟม มีน้ำหนักเบา หลักในการเลือกซื้อ ต้องสังเกตดูเนื้อของโฟม ว่าต้องมีเนื้อแน่นเต็มแผ่น ไม่มีกลิ่น กันลื่นล้ม เมื่อบิดแล้วสามารถคืนรูปได้ ไม่ยุบเป็นรอยโก่งงอ ไม่มีสาร Formamide ตกค้าง ใช้สีปลอดสารพิษ (Non-Toxic) หรือสีไม่ตกค้างติดมือ และมีความหนามากกว่า 10mm ขึ้นไป ที่สำคัญคือต้องได้รับเครื่องหมาย มอก. ในการผลิต  หากจะเลือกชื้อแบบจิกซอว์นั้นก็จะมีข้อดี ราคาถูก น้ำหนักเบา สามารถต่อให้พอดีกับพื้นที่ที่ต้องการได้ ส่วนอายุการใช้งานนั้นค่อนข้างสั้นหากโดนของมีคมจะขาดง่าย เวลาจัดเก็บอาจจะม้วนไม่ได้ 2. แผ่นรองคลานแบบผืนใหญ่ หรือแบบม้วนบบจิ๊กซอว์ สามารถแบ่งตามวัสดุที่ใช้ได้เป็น 2 ชนิด ใช้วัสดุ PE (Polyethylene) ในการผลิต ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายโฟมหรือฟองน้ำ มีรูพรุน น้ำหนักเบา มีทั้งแบบมีลายด้านเดียว หรือ 2 ด้าน ส่วนขอบของแผ่น มีทั้งใช้การรีดขอบ เย็บหุ้มขอบ หรือไม่เย็บขอบ ควรเลือกที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยว่าปลอดจากสารพิษที่เป็นอันตราย ควรมีความหนามากกว่า 10mm…
Read More
รถเข็นเด็ก ยี่ห้อไหนดี 2019

รถเข็นเด็ก ยี่ห้อไหนดี 2019

Baby & Toys
รถเข็นเด็ก ตัวช่วยทุ่นแรง ให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่จะพาลูกน้อยออกนอกบ้าน ไม่ว่าจะพาไปเที่ยว ไปช้อปปิ้ง เดินเล่น โดยคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องอุ้มลูกน้อยตลอดเวลา รถเข็นเด็ก ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณพ่อคุณแม่เวลาไปไหนได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันรถเข็นเด็กมีให้เลือกมากมายหลากหลายรุ่นหลายยี่ห้อ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหารถเข็นเด็ก ไว้ให้ลูกน้อยซักคัน เราก็มีวิธีเลือกรถเข็นมาฝากกันค่ะพร้อมกับนำ ตัวอย่าง 10 รถเข็นเด็กมาให้คุณพ่อคุณแม่ไว้เลือกพิจารณาค่ะ 1. ดูลักษณะรถเข็นเด็กที่มีความปลอดภัย สภาพของรถเข็นต้องดูมั่นคงแข็งแรง มีตัวล็อคโครงรถเข็น ก่อนชื้อต้องลองกดลงหรือลองขย่มเบาเพื่อดูว่าตัวล็อคของโครงรถเข็นทำงานได้ดีหรือไม่ ไม่มีส่วนแหลมยื่นออกมา หรือก่อให้เกิดบาดเจ็บ เวลาเลือกซื้อให้ลองเอามือลูกๆคลำๆดูให้ทั่ว ไม่มีรูที่เด็กจะเอานิ้วมือหรือเท้าแหย่เข้าไป หรือมีวัสดุที่ส่งผลอันตรายต่อเด็ก ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นชิ้นเล็กๆ ซึ่งเด็กอาจเอาเข้าปากได้ และสีที่ใช้เคลือบรถเข็น จะต้องไม่มีสารตะกั่วเกินกว่าค่ามาตรฐาน เพราะเด็กอาจเอามือไปจับสีหลุดลอกติดมือ แล้วนำมาเข้าปาก สารตะกั่วที่หลุดลอกติดมือเด็กหรือเข้าปากเด็ก จะถูกดูดซึมเข้าร่างกาย เซลล์ในร่างกายจะถูกทำลายได้ ควรเลือกรถเข็นเด็กโดยใช้มือลูบแล้วไม่มีสีหลุดลอกติดมือ 2. ระบบเบรกหรือห้ามล้อ ก่อนซื้อควรทำการทดสอบที่ร้านเลยว่าระบบเบรกดีหรือไม่ จะต้องทดสอบในขณะที่พื้นเอียง และวางน้ำหนักในรถเข็น ทดสอบดูว่า รถเข็นจะต้องไม่ไหล ตัวล็อกรถหรือห้ามล้อหยุดดีหรือเปล่าเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย 3. รถเข็นเด็กสามารถเคลื่อนตัวได้ดีหรือไม่ ล้อต้องเป็นล้อที่สามารถหมุนได้สะดวกแข็งแรง เพราะจะทำให้การเคลื่อนตัวของรถเข็นคล่องตัวขึ้นแม้ว่าคุณแม่จะต้องเข็นรถในที่ที่แคบ 4. สายรัดหรือระบบล็อคในรถเข็น มีสายรัดเด็กเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย เช่น ล็อคเอว ระหว่างขาและไหล่ ซึ่งตัวล็อคไม่ควรจะให้เด็กสามารถดึงหลุดง่าย เพราะต้องไม่มีโอกาสที่ตัวเด็กจะไหลลื่นออกจากเข็มขัดได้และต้องไม่แน่นสำหรับเด็กจนเกินไป เด็กยังสามารถยกแขนยกขาได้ ไม่อึดอัด และควรปลดเข้าออกง่าย 5. ควรเลือกรถเข็นแบบที่สามารถปรับระดับเบาะนั่งและนอนได้ โครงสร้างของรถเข็นเด็ก ต้องออกแบบมาเพื่อปกป้องระบบการหายใจในกรณีที่เด็กอาจจะเผลอหลับบนรถเข็น เพราะเด็กควรนั่งรถเข็นในท่านอนเนื่องจากคอที่ยังไม่แข็งแรง โดยมีเบาะที่จะทำให้ศีรษะเด็กไม่เคลื่อนที่และป้องกันการบิดของลำคอจึงช่วยป้องกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับเนื่องจากทางเดินหายใจอุดกั้น และเมื่อคอแข็งมากขึ้นก็สามารถปรับระดับรถเข็นให้เหมาะสมกับท่านั่งของเด็กได้ 6. ควรมีที่บังแดดหรือลม มีหลังคาที่สามารถปกป้องลูกน้อยจากแสงแดดและรังสียูวี เพื่อป้องกันแสงแดดที่แยงตาเพราะผิวหนังของเด็กนั้นยังบอบบาง หรือปิดกั้นยามลมแรงเพื่อป้องกันฝุ่นละอองเข้าตา 7. วัสดุที่ใช้ สามารถถอดหรือเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายหรือไม่ การระบายความร้อนภายในรถเข็นดีหรือไม่เนื่องจากอากาศบ้านเราค่อนข้างร้อนและระบบปรับอุณหภูมิในเด็กเล็กนั้นยังทำงานได้ไม่ดีนักทำให้เด็กจะร้อนและเหงื่อออกได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ 8. รถเข็นเด็กต้องสามารถพับเก็บได้ หลังจากเลิกใช้งานเพื่อความสะดวกในการจัดเก็บ รถเข็นเด็กนั้นต้องสามารถพับเก็บได เพื่อความสะดวกในการเดินทาง เพราะหากเก็บหรือพับให้มีขนาดเล็กลงไม่ได้ ก็อาจจะลำบากในการที่จะนำติดไปด้วยในที่ต่างๆ 10 อันดับรถเข็นเด็กที่น่าใช้ 1. ladylazy รถเข็นเด็ก No.218 (ปรับเข็นหน้า-หลัง/โยก/ปรับได้ 3 ระดับ) ขอบคุณภาพจาก lazada เช็คราคาและส่วนลด !! รถเข็นเด็ก No.218 (ปรับเข็นหน้า-หลัง/โยก/ปรับได้ 3 ระดับ)  โครงสร้างเหล็กแข็งแรง  ปรับได้ 3 ระดับมีทั้งปรับแบบเอน ปรับนั่ง ปรับนอนได้ คุณแม่สามารถวางพักแขนได้  เบาะรองนั่ง นอน นุ่ม นอนสบาย ระบายอากาศได้ดี ถอดเบาะรองออกได้ จะมีที่วางขาแบบเย็บติดกับตัวรถ ไม่ต้องกลัวขาด เมื่อวางเด็กลงไป ขาจะสัมผัสพื้น ใช้ในช่วงฝึกเดินได้ มาพร้อมเข็มขัดนิรภัยเสริมสร้างความปลอดภัยขณะเดินทาง และที่บังแดดและยังมีมุ้ง และตัวรถเข็นสามารถโยกได้ ให้น้องสามารถนอนหลับได้อย่างสบาย มีตัวล้อ 6 ล้อและสามารถล็อคล้อได้และดันขึ้นเมื่อต้องการโยก  สามารถเข็นได้หน้า-หลัง ตัวรถเข็นเด็กเบา น้ำหนักเพียง 7.5 กก.พับเก็บง่าย…
Read More
คาร์ซีท (Car Seat) ยี่ห้อไหนดี 2019

คาร์ซีท (Car Seat) ยี่ห้อไหนดี 2019

Baby & Toys
ปัจจุบันได้มีการพัฒนาอุปกรณ์ในเรื่องของความปลอดภัยในการใช้ชีวิตบนท้องถนน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน เป็นการลดความรุนแรง และความสูญเสียให้น้อยลงหรือไม่ให้ได้รับผลกระทบใด ๆ เลย หากมีการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เพราะไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ สิ่งที่เราสามารถทำได้คือ ต้องมีอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด เจ้าอุปกรณ์ที่ว่านี้ก็คือ คาร์ซีท  คาร์ซีท เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องชีวิตลูกให้ปลอดภัยขณะโดยสารบนรถยนต์ ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับเด็กโดยเฉพาะ สามารถเลือกให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละวัยได้ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ปฏิเสธไม่ได้เลยที่จะต้องใช้รถยนต์ในการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยมีเจ้าตัวเล็กโดยสารไปในรถด้วยเสมอ หรือขับไปส่งลูก ๆ ไปโรงเรียนเป็นประจำ พ่อแม่หลายท่านอาจเข้าใจผิดว่า แค่เพียงกอดลูกไว้ที่ตักก็เพียงพอแล้ว จนเป็นเหตุให้มีเด็กเสียชีวิตบนท้องถนนมากมายเพราะรับแรงกระแทกโดยตรง  ส่งผลให้เกิดความสูญเสียขึ้น เพราะรถยนต์ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานสำหรับเด็ก ถึงแม้จะใช้เข็มขัดนิรภัย เพราะเด็กตัวค่อนข้างเล็ก  หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น รับแรงกระแทก เด็กอาจหลุดจากเข็มขัดนิรภัย มีโอกาสเจ็บหนัก หรือมีผลต่อชีวิตได้  หลายประเทศได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับใช้ และความปลอดภัยของ คาร์ซีท สำหรับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 6 ขวบ เนื่องจากคุณจะต้องใช้คาร์ซีท ที่มีความปลอดภัยที่จะป้องกันลูกน้อยจากอันตรายได้  หากคุณเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ควรตระหนักและเอาใจใส่ในเรื่องความปลอดภัยของลูกน้อยบนท้องถนนให้มากที่สุด การเสียเงินเพื่อซื้อคาร์ซีทเพื่อแลกกับความปลอดภัยของลูกน้อยของคุณ เชื่อว่าพ่อแม่มือใหม่ หลายคนคงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก คาร์ซีท เป็นอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย มีให้เลือกมากมาย  สามารถเลือกให้เหมาะสมกับเด็กในแต่ละวัยได้ มีราคาตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น มีมากมายหลายแบรนด์ให้คุณได้เลือกสรร  เรามาดูกันก่อนว่าคาร์ซีทมีกี่ประเภทและวิธีการเลือกซื้อ คาร์ซีท  ที่ดีมีหลักการเลือกซื้อให้เหมาะสมกับลูกน้อยของคุณอย่างไรบ้างเรามาดูกันคะ คาร์ซีทมีกี่ประเภท คาร์ซีทมีกี่แบบ แล้วแบบไหนที่จะเหมาะกับลูกน้อยของคุณ ได้แยกประเภทไว้ดังนี้คะ แบบที่ 1 คาร์ซีทสำหรับเด็กวัยแรกเกิดถึง 12 เดือน แบ่งออกเป็น 2 แบบตามลักษณะสินค้าคือ แบบกระเช้า ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด - 18 เดือน (หรือ 12 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ)  แบบตัวใหญ่ ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด- 4 ปี (หรือ 7 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ แบบที่ 2  คาร์ซีทเด็กบูสเตอร์สำหรับเด็ก แบ่งออกเป็น 3 แบบตามอุปกรณ์เสริม คือ  แบบมีที่กั้นด้านหน้า พนักพิงพร้อมเบาะรองนั่ง ใช้ได้ตั้งแต่ 1 – 12 ปี  แบบมีพนักพิงและเบาะรองนั่ง ใช้ได้ตั้งแต่ 3 – 12 ปี แบบมีแต่เบาะรองนั่ง ใช้ได้ตั้งแต่ 5 – 12 ปี วิธีการเลือกซื้อคาร์ซีท   หลักการเลือกซื้อให้เหมาะสมกับลูกน้อยของคุณอย่างไรบ้างเรามาดูกันคะ 1. เลือกคาร์ซีทให้เหมาะสมกับวัยและช่วงอายุของลูกน้อย คุณแม่ควรใส่ใจเลือคาร์ซีทที่เหมาะสมกับวัย สรีระของลูกน้อย ที่สามารถประคองเด็กโดยไม่ก่อให้เกิดแรงกดทับบนตัวของลูกน้อย ขนาดของเบาะไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป 2. ตรวจสอบว่าคาร์ซีทนั้นติดตั้งบนรถของคุณได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่ ก่อนการตัดสินใจซื้อคุณควรตรวจสอบก่อนว่าคาร์ซีทนั้นติดตั้งเข้ากับรถของคุณได้อย่างถูกต้องหรือไม่ โดยสอบถามข้อมูลจากผู้ขายก่อนตัดสินใจซื้อ 3. เข็มขัดนิรภัย เข็มขัดนิรภัยของคาร์ซีทควรผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และควรเป็นเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุด เพราะจะปลอดภัยกว่าแบบ…
Read More
เครื่องปั้มนม ยี่ห้อไหนดี 2019

เครื่องปั้มนม ยี่ห้อไหนดี 2019

Baby & Toys
สำหรับคุณแม่ที่ต้องทำงานประจำที่ต้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ก็ต้องกลับไปทำงานต่อ หลังจากครบกำหนดลาคลอด และต้องการปั๊มนมเก็บไว้ให้ลูก หากคุณแม่ท่านไหนที่กำลังมองหาเครื่องปั้มนมอยู่ แต่ไม่รู้จะเลือกเครื่องปั๊มนมแบบไหน อย่างไร เรามีเทคนิคการเลือก เครื่องปั้มนม มาฝากค่ะ เครื่องปั้มนม มีกี่ประเภท? เครื่องปั้มนมธรรมดา เป็นที่ปั้มนมชนิดใช้มือ ราคาถูกและมีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการปั้มนมเป็นครั้งคราว เครื่องปั้มนมไฟฟ้า หรือแบบชาร์จไฟ แบบใส่ถ่าน มีราคาค่อนข้างแพง แต่ใช้งานง่ายกว่าชนิดธรรมดา ทั้งยังช่วยทุ่นเวลาในการปั๊มนม และได้ปริมาณนมมากกว่า โดยเครื่องปั๊มชนิดนี้มีให้เลือกใช้ทั้งแบบปั๊มทีละข้างหรือปั๊มพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง เรามาดูเทคนิคการเลือกเครื่องปั้มนมกันค่ะ 1. ขนาดของเครื่องปั๊มนม หากคุณแม่ที่ทำงานประจำ จะต้องปั๊มน้ำนมที่ทำงานวันละ 3-4 ครั้งต้องพกไปที่ทำงานด้วย หากการเดินทางค่อนข้างลำบาก ไม่มีรถส่วนตัว ควรเลือกแบบกะทัดรัด พกพาง่ายสะดวก สามารถนำไป-กลับได้ทุกวัน ควรจะเลือกเครื่องปั๊มนมแบบใช้ถ่านหรือชาร์จไฟ เพราะสามารถปั๊มได้ทุกที่ไม่ต้องหาเต้าเสียบปลั๊กไฟ ตอนนี้มีแบบที่ใช้สาย  USB ที่เสียบได้กับคอมพิวเตอร์ และเพาเวอร์แบงค์ สะดวกในการใช้ทุกที่ ทุกเวลา ส่วนคุณแม่อยู่บ้านเลี้ยงลูกที่ไม่ได้ออกไปไหน เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าเครื่องใหญ่ก็น่าสนค่ะ เพราะเครื่องรุ่นใหญ่จะมีประสิทธิภาพดีกว่ามาก จังหวะการปั๊มจะใกล้เคียงทารกดูด ช่วยกระตุ้นกระสร้างน้ำนม และรักษาปริมาณน้ำนมให้คงอยู่สม่ำเสมอ 2. ประสิทธิภาพของแรงดูดและรอบดูดนม เครื่องปั๊มนมที่ดีจะต้องมีแรงดูด (Suction Strength) อย่างน้อย 200 มม.ปรอท จังหวะในการดูดอย่างน้อย 40-60 รอบต่อนาที จึงจะใกล้เคียงการดูดของทารกในช่วง 6 - 12 สัปดาห์ จะต้องมีแรงดูดอย่างน้อย 200 mmHg และรอบการดูดอย่างน้อย 40 – 60 รอบต่อนาที แต่หากว่าร่างกายของคุณแม่มีการผลิตน้ำนมที่ดี การปั๊มนมในช่วงนี้ก็จะง่ายและได้น้ำนมปริมาณมาก แม้ว่าจะใช้เครื่องปั๊มนมที่มีรอบดูดต่ำกว่า 40 ครั้งต่อนาทีก็ตาม ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องปั๊มนมนานกว่า 4 เดือนขึ้นไป ควรเลือกซื้อเครื่องปั๊มนม ที่มีจังหวะในการดูดมากกว่า 40 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป 3. พลังงานที่ใช้กับเครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมแต่ละรุ่นนั้น ใช้แหล่งพลังงานต่างกัน เครื่องปั๊มนมบางรุ่นใช้ไฟบ้านได้อย่างเดียว บางรุ่นใช้ได้ทั้งไฟบ้าน และถ่าน บางรุ่นมีสายชาร์จสำหรับใช้ในรถยนต์ ถ่านที่ใช้ก็มีทั้งแบบชาร์จได้ หรือใช้แล้วทิ้ง รุ่นที่ใช้ถ่านได้ส่วนใหญ่ จะใส่ถ่านที่ตัวเครื่องได้เลย ยกเว้นบางรุ่น ที่ต้องใช้ Battery Pack แล้วค่อยมาเสียบกับมอเตอร์อีกที ถ้าสถานที่ปั๊มไม่มีปลั๊กไฟให้เสียบ ก็ต้องพิจารณาเครื่องที่ใช้ถ่านได้ คุณแม่สามารถเลือกเครื่องปั๊มนมได้ตามสถานการณ์อย่างเช่น หากต้องเดินทางบ่อยๆ หรือต้องไปในสถานที่ๆไม่มีปลั๊กไฟให้เสียบ ก็อาจเลือกซื้อเครื่องปั๊มแบบที่สามารถใช้ถ่านแบตเตอรี่ได้ 4. เสียงของเครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าทำงานด้วยกลไกของมอเตอร์ เครื่องที่มีมอเตอร์ขนาดใหญ่ เสียงจะเบากว่าเครื่องที่มีมอเตอร์ขนาดเล็ก คุณแม่จึงต้องพิจารณาถึงเรื่องเสียงที่จะไปรบกวนลูกที่กำลังหลับอยู่ หรือสถานที่ปั๊มนมของเรานั้นเป็นส่วนตัวหรือไม่  ถ้าไม่เป็นส่วนตัว อาจต้องระวังเสียงเครื่องปั๊มที่อาจไปรบกวนผู้อื่น 5. การบริการหลังการขาย ควรเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมที่ผลิตจากบริษัทที่เชื่อถือได้ มีการรับประกันสินค้าและมีบริการหลังการขาย ดูเทคนิคการเลือกชื้อกันแล้ว เราลองมาดูตัวอย่างเครื่องปั๊มนมกันบ้างดีกว่าค่ะ 1. Lucky Team เครื่องปั้มนมไฟฟ้าแบบปั๊มคู่…
Read More
เป้อุ้มเด็ก ยี่ห้อไหนดี 2019

เป้อุ้มเด็ก ยี่ห้อไหนดี 2019

Baby & Toys
คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายท่านคงผ่านการอุ้มลูกน้อยมาอย่างโชกโชนบางท่านอุ้มลูกน้อยเยอะจนถึงขั้นปวดแขนต้องไปหาคุณหมอกันเลยทีเดียวซึ่งปัจจุบันเรามีตัวช่วยที่จะมาช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องอุ้มลูกน้อยให้ปวดแขนอีกต่อไปตัวช่วยนั่นก็คือ เป้อุ้มเด็กนั่นเอง  สินค้า ยี่ห้อ ขนาด ราคา Samsung 25 กก. 500.- เป้อุ้มเด็ก สามารถทำให้ลูกน้อยอยู่ใกล้และสัมผัสคุณพ่อคุณแม่ตลอดเวลาหรือแม้แต่เวลาคุณพ่อคุณแม่ปล่อยมือก็ตามลูกน้อยก็จะอยู่ในอ้อมอกของคุณพ่อคุณแม่ตลอดเวลา เป้อุ้มเด็กสามารถพกพาและเคลื่อนย้ายได้สะดวกเวลาจะพาลูกน้อยไปเดินเล่นหรือไปทำธุระก็สามารถพาลูกน้อยไปได้และสามารถพกพาเป้อุ้มเด็กได้ง่ายและสะดวกขึ้น เป้อุ้มเด็กแต่ก่อนจะแบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ แบบให้เด็กหันหน้าเข้า และอีกแบบให้เด็กหันหน้าออก แต่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าทางผู้ผลิตเป้อุ้มเด็กหลายๆ ยี่ห้อได้ปรับมาเป็นแบบ 2 in 1 และ 3 in 1  เป้อุ้มเด็กแบบ 2 in 1 คือ สามารถใช้งานได้ทั้งแบบหันหน้าเข้าและหันหน้าออก  เป้อุ้มเด็ก 3 in 1 คือ สามารถใช้งานได้ทั้งแบบหันหน้าเข้า หันหน้าออก และก็อุ้มนอนคะพร้อมทั้งมี hip seat ในตัวมาเลยทีเดียวทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเสียเงินซื้อหลายรอบ วิธีเลือกซื้อเป้อุ้มเด็กควรดูเรื่องความแข็งแรง ทนทานและความสบายเวลาสวมใส่ด้วยคะหากคุณพ่อคุณแม่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะเลือกเป้อุ้มเด็กแบบไหนถึงจะเหมาะกับลูกของคุณเรามี 10 อันดับเป้อุ้มเด็กให้คุณได้ตัดสินใจซื้อเราไปดูกันเลยคะว่ามีแบบไหนบ้าง 1. Baby Life เป้อุ้มเด็กนั่ง Hip Seat 2 in 1 สะพายหน้าและสะพายหลังได้ เช็คราคาและส่วนลด !! เป้อุ้มเด็กนั่ง Baby Life Hip Seat 2 in 1 สะพายหน้าและสะพายหลังได้ตัวช่วยให้คุณแม่เบาแรงมากขึ้นหมดปัญหาเรื่องน้องงอแงเพราะติดมือคะผลิตจากผ้า Cotton อย่างดีระบายอากาศได้ดีไม่อับชื้น แข็งแรง ทนทาน สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 20 kg เหมาะสำหรับเด็กอายุ 2-36 เดือน ใช้งานง่าย สะดวกสบายเวลาสวมใส่คะคุณแม่สามารถพาน้องไปได้ทุกทีโดยคุณแม่ไม่ต้องออกแรงอุ้มน้องน้องจะอยู่ในท่านั่งที่สบายและเป็นธรรมชาติที่สุด  ตัวเบาะจะช่วยรองรับ 3 จุด คือ บ่าทั้ง 2 ช้างและเอวคะคุณแม่สามารถปรับได้หลายรูปแบบทั้งหันหน้าแนบอกและหันหน้าออกสามารถสะพายหลังหรือถอดเป้อุ้มแล้วใช้เบาะอย่างเดียวก็ได้มีระบบ Supers Safety lock ตัวล็อคขนาดใหญ่ให้คุณแม่มั่นใจทุกครั้งที่ใช้งานคะ hip seat ขนาด 16x22 cm มาพร้อมสายคาดเอวขนาดใหญ่จะไม่ทำให้คุณแม่เมื่อยหลังคะสามารถถอดซักและพับเก็บได้ง่ายคะ คุณสมบัติเด่น ผลิตจากผ้า Cotton อย่างดีระบายอากาศได้ดีไม่อับชื้น แข็งแรง ทนทาน สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 20 kg เหมาะสำหรับเด็กอายุ 2-36 เดือน ใช้งานง่าย สะดวกสบายเวลาสวมใส่ มีระบบ Supers Safety lock ถอดซักและพับเก็บได้ง่าย 2. BABY LAB เป้อุ้มเด็ก hip seat 3 in 1 เช็คราคาและส่วนลด !! BABY LAB เป้อุ้มเด็ก…
Read More