10 รุ่นแนะนำ กรรไกรตัดเล็บ ที่ซื้อแล้วใช้ยังไงก็คุ้ม

Last Updated on

มีใครบ้างที่ไม่รู้จัก “กรรไกรตัดเล็บ” และใครบ้างที่ไม่เคยเจอปัญหาการตัดเล็บข้าเนื้อ หรือ การใช้กรรไกรตัดเล็บที่ไม่ถนัดมือ วันนี้เราจึงอยากจะขอนำเสนอวิธีการเลือกซื้อและประเภทของกรรไกรตัดเล็บว่ามีกี่ประเภท และ ต้องเลือกซื้ออย่างไร

กรรไกรตัดเล็บ

Table of Contents

ประเภทของกรรไกรตัดเล็บ

1. แบบ Grip หรือ คลิปเปอร์

เป็นกรรไกรที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานง่าย และ มีราคาย่อมเยา ซึ่งหลายคนรู้จักกันดี และ สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ หรือ ตลาดนัดทั่วไป

กรรไกรตัดเล็บจะมีลักษณะหัวตัดที่เป็นทรงเหลี่ยม ซึ่งจะส่งผลให้เข้าไปตัดบริเวณมุมเล็บเท้าได้ยาก จึงเหมาะกับการซื้อมาเพื่อตัดเล็บนิ้วมือเป็นหลักมากกว่า

2. แบบคีมตัดหนัง

ลักษณะของกรรไกร จะคล้ายกับคีม ซึ่งส่วนใหญ่นิยมนำมาตัดหนังข้างเล็บ แต่สำหรับร้านเพนท์เล็บจะใช้ตัดทั้งเล็บทั้งหนัง เพราะ ด้วยรูปทรงทำให้ตัดเล็มเล็บได้อย่างปราณีต

ซึ่งกรรไกรประเภทนี้จะทำร้ายเล็บเราน้อยที่สุด สามารถใช้ได้ทั้งมือและเท้า แต่ เมื่อเทียบราคากับแบบแรกแล้ว แบบนี้ราคาจะแพงกว่า และ เวลาจะใช้ต้องอาศัยความเคยชินถึงจะตัดได้คล่องเนื่องจากจะใช้ยากนิดนึง

3. แบบกรรไกร

กรรไกรแบบนี้จะเหมาะกับเล็บมือที่บาง หรือ เล็บมือของเด็กน้อย เสียมากกว่า เพราะคมมีดจะไม่ค่อยคมสักเท่าไหร่ แต่จะไม่สามารถเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ จึงทำให้เล็บที่ตัดออกมาแล้วดูไม่ค่อยสวย ต้องใช้ตะไบเล็บช่วยแต่งอีกทีหนึ่ง

วิธีเลือกซื้อกรรไกรตัดเล็บ

เลือกความคมจากวัสดุที่ทำ

ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อกรรไกรตัดเล็บ ควรเช็ควัสดุที่ทำว่าทำมาจากวัสดุที่มีคุณภาพสูง และ แข็งแรงคงทนอย่าง Stainless Steel โดยนำมาเจียระไนจนมีคมเพื่อให้ตัดเล็บได้ง่าย

คำนึงถึงลักษณะของใบมีด

ลักษณะของใบมีดกรรไกรตัดเล็บ จะมี 2 ลักษณะด้วยกัน คือ

  • แบบตัดตรง จะไม่ทำให้เล็บโค้งงุ้มเข้าด้านใน ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดเล็บขบ
  • แบบโค้งมน เหมาะกับการตัดเล็บที่เปราะบาง และ สาว ๆ ที่ไว้เล็บยาวไม่ก่อให้เกิดการฉีกขาดง่าย และ ตัดได้อย่างปลอดภัย

***แนะนำเป็นพิเศษสำหรับแบบ Grip เพราะเป็นแบบที่คนเลือกซื้อใช้เยอะ โดยเลือกซื้อรุ่นที่มีใบมีดด้านล่างยื่นออกมามากกว่าใบมีดด้านบน เพราะจะตัดเล็บได้ดีกว่า***

เลือกแบบที่มีสายคล้อง

แบบนี้จะเหมาะกับการพกพา เพื่อใช้เวลาฉุกเฉิน เช่น เวลาเล็บฉีก แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีขนาดกะทัดรัดและมีสายคล้อง โดยที่ไม่ต้องนึกถึงความคมมากนัก

เช็คส่วนประกอบอื่น ๆ ของกรรไกรตัดเล็บ

เพื่อช่วยให้การใช้งานสะดวก และ มีประสิทธิภาพมากขึ้น บางรุ่น อาจมีเลนส์ขยายเพิ่ม ซึ่งจะช่วยให้เวลาตัดสามารถมองเล็บเท้าและตัดได้สะดวกยิ่งขึ้น มี Stopper เพื่อป้องกันไม่ให้เศษเล็บที่ถูกตัดดีดตัวกระจัดกระจาย

10 อันดับ กรรไกรตัดเล็บ น่าใช้ที่สุด

1. ชุดกรรไกรตัดเล็บ มือ,เท้า 20 ชิ้น

ใช้วัสดุคุณภาพในการผลิต อุปกรณ์ทุกชิ้นได้มาตรฐานแข็งแรงทนทาน จัดอยู่ในกระเป๋าที่มีขนาด 11.5ซม x 17ซม (กว้าง x ยาว)  จึงสะดวกในการพกพา

ในชุดจะมีอุปกรณ์หลากหลาย ให้เลือกใช้งาน เช่น อุปกรณ์ตัดแต่งคิ้ว และ อุปกรณ์เกี่ยวกับหู ช่วยให้ประหยัดเงิน เพราะใน 1 ชุด มีถึง 20 ชิ้น

ข้อดี
  • อุปกรณ์ทุกชิ้นได้มาตรฐานแข็งแรงทนทาน
  • สะดวกในการพกพา
  • ราคาไม่แพง
ข้อด้อย
  • ยังไม่พบข้อด้อย

2. กรรไกรตัดเล็บ ขนาดเล็ก นำเข้าจากญี่ปุ่น

สินค้านำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ใบมีดทำจากสแตนเลส มีความคม ตัวตะไบเล็บสามารถตกแต่งได้เรียบเกลี้ยงเกลา ขนาดเล็กกะทัดรัด

ข้อดี
  • มีขนาดเล็กกะทัดรัด
  • ใบมีดทำจากสแตนเลส
ข้อด้อย
  • ยังไม่พบข้อด้อย

3. ที่ตัดเล็บทารก เด็ก ที่ตัดเล็บไฟฟ้า อัตโนมัติ

ตัวเครื่อง ขนาด 160*90*55 มม. น้ำหนัก 210 กรัม ออกแบบมาให้จับถนัดมือ มีไฟฉายส่องสว่างเมื่อเปิดใช้งาน สามารถตัดได้ทุกที่ ทุกเวลา เสียงเบาไม่รบกวนลูกน้อย แม้ในเวลาที่ลูกนอนหลับก็ไม่ทำให้ตกใจกลัว

หมุนได้ 360 องศา ทิศทาง ซ้าย ขวา ปรับความเร็วได้ 2 ระดับ ใช้ถ่าน 2 A 2 ก้อน ในชุดจะประกอบด้วย 6 หัวตะไบตามวัย ตั้งแต่แรกเกิด-ทุกวัย มีกล่องเก็บอุปกรณ์ในตัว เหมาะแก่การพกพา

ข้อดี
  • เสียงเบา ไม่รบกวนลูกน้อย
  • มีไฟฉายส่องสว่าง
  • ปรับความเร็วได้ 2 ระดับ
ข้อด้อย
  • ยังไม่พบข้อด้อย

4. Farlin กรรไกรตัดเล็บสำหรับเด็กเล็ก

ทำจาก สแตนเลส ปราศจากนิเคิล หัวกรรไกรโค้งมน จึงปลอดภัยขณะตัด ด้านในด้ามจับเป็นยางอ่อนนุ่ม

ข้อดี
  • หัวกรรไกรโค้งมนจึงปลอดภัยเวลาตัด
  • ด้านในด้ามจับเป็นยางอ่อนนุ่ม
ข้อด้อย
  • ยังไม่พบข้อด้อย

5. กรรไกรตัดเล็บ กระเป๋าดูแลเล็บ จำนวน 18 ชิ้น

ตัวกล่องทำจากอลูมิเนียมอย่างดี ภายในบรรจุด้วย ที่ตัดขนคิ้ว กดสิว ตัดเล็บมือ เล็บเท้า ตัดหนัง ตัดเล็บขบ ขอแนะนำว่าตัวนี้ผู้หญิงต้องมีติดกระเป๋าไว้ค่ะ ไม่ต้องกลัวสนิม เรียกได้ว่ามีชุดนี้สวยตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยค่ะ

ข้อดี
  • ตัวกล่องทำจากอลูมิเนียมอย่างดี
  • ภายในบรรจุอุปกรณ์ 18 ชิ้น
ข้อด้อย
  • ยังไม่พบข้อด้อย

6. ชุดกรรไกรตัดเล็บ ครบเช็ต 10 ชิ้น พร้อมกระเป๋าสุดหรู

ชุดทำเล็บ ทำจากสแตนเลน บรรจุในกระเป๋าอย่างดี จำนวน 10 ชิ้น น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ง่ายต่อการจัดเก็บ ซึ่งในชุดจะประกอบด้วย กรรไกรตัดเล็บขนาดใหญ่ กรรไกรตัดเล็บขนาดกลาง กรรไกรตัดหนัง

กรรไกรตัดเล็บแบบเข้ามุมขนาดเล็ก ที่แคะหู ที่แซะขุยเล็บ ช้อน/มีด แต่งเล็บ แหนบถอนขน กรรไกรตัดขนจมูกปลายแหลม และ ตะไบเล็บ

ข้อดี
  • ผลิตจากสแตนเลส
  • มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก
ข้อด้อย
  • ยังไม่พบข้อด้อย

7. ชุดกรรไกรตัดเล็บ พร้อมวิตามินบำรุงเล็บ

ในชุดจะประกอบด้วยกรรไกรตัดเล็บและกรรไกรตัดหนัง และวิตามินสำหรับบำรุงเล็บ

ข้อดี
  • มาพร้อมกับวิตามินบำรุงเล็บ
ข้อด้อย
  • ยังไม่พบข้อด้อย

8. กรรไกรตัดเล็บเด็ก

ที่ตัดเล็บไฟฟ้าอัตโนมัติ ปลอดภัยต่อทารกน้อย ประกอบด้วย 6 หัวตะไบ ตามวัย ตั้งแต่ แรกเกิด – ทุกวัย มีหัวตะไบซอกเล็บ จมูกเล็บ ตะไบได้ทุกซอกทุกมุม

มีไฟฉายส่องสว่างเมื่อเปิดใช้งาน สามารถตัดได้ทุกที่ ทุกเวลา ตัวเครื่องออกแบบมาให้จับถนัดมือ ปรับความเร็วได้ 2 ระดับ ใช้ถ่าน 2A จำนวน 2 ก้อน

ข้อดี
  • มีกล่องเก็บอุปกรณ์ในตัว
  • มีไฟฉายส่องสว่าง
ข้อด้อย
  • ยังไม่พบข้อด้อย

9. กรรไกรตัดเล็บ สำหรับเด็กแรกเกิด Pigeon

สินค้าคุณภาพจาก Pigeon สินค้า Made in Japan  ตัวเหล็กที่ใช้ตัดเล็บผลิตจากคาร์บอนสแตนเลสคุณภาพสูงที่มีความคมกริบ พลาสติกที่ตัวด้ามเป็น ABS มีความทนทาน ปลายด้ามออกแบบให้มีความโค้งมน

ปราศจากคมเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับลูกน้อย มาพร้อมกับปลอกสำหรับหุ้มคมกรรไกร  เหมาะสำหรับตัดเล็บเด็กเล็กและสามารถใช้ได้จนอายุประมาณ 5 – 6 ขวบ

ข้อดี
  • ผลิตจากคาร์บอนสแตนเลสคุณภาพสูง
  • พลาสติกตัวด้ามเป็น ABS มีความทนทาน
  • มีปลอกหุ้นคมกรรไกร
ข้อด้อย
  • ยังไม่พบข้อด้อย

10. ที่ตัดเล็บไฟฟ้า Magic Babe

วัสดุที่ใช้คงทนแข็ง ไม่แตกหักง่าย สามารถใช้ได้ทั้งเล็บมือและเล็บเท้า ตัวเครื่องออกแบบมาให้เหมาะมือ เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน ใช้งานง่าย ปลอดภัย ไม่ระคายเคืองต่อผิวของลูกน้อย เสียงเบาไม่ทำให้ลูกน้อยตื่นตกใจเวลาใช้งาน

ข้อดี
  • เสียงเบาไม่รบกวนลูกน้อยเวลาใช้งาน
  • ตัวเครื่องออกแบบมาให้เหมาะมือ
  • สามารถใช้ได้ทั้งเล็บมือและเล็บเท้า
ข้อด้อย
  • ยังไม่พบข้อด้อย

บทสรุป

การที่เราจะเลือกซื้อกรรไกรตัดเล็บไว้ใช้สักอันไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมคะ สำหรับผู้เขียนเองเมื่อก่อนไม่ค่อยใส่ใจสักเท่าไหร่ คิดว่าซื้อแบบไหนมาก็ใช้ได้เหมือนกัน

แต่ ที่ไหนได้บางครั้งก็ได้คุณภาพไม่ดีต้องเสียเงินซื้อใหม่อีก สรุปกันอีกครั้งก็คือ ก่อนที่เราจะซื้อให้คำนึงถึงรูปร่าง วัสดุที่ทำ และขนาด โดยเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของเรา