สมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 10,000 เลือกยี่ห้อไหนดี

Electronics
                ในปัจจุบันผู้ผลิตสมาร์ทโฟนได้นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาพัฒนาสเปคต่าง ๆ ให้ตอบโจทก์ผู้ใช้งานนับว่าตามไม่ทันกันเลยทีเดียว มีการแข่งขันกันสูงมาก  ยิ่งสมาร์ทโฟนราคากลาง ๆ  มีกลุ่มผู้ซื้อมากที่สุด เพราะมีคุณสมบัติตัวเครื่องครอบคลุมทุกการใช้งาน, ใช้งานได้ไหลลื่นไม่ติดขัด, กล้องถ่ายภาพคมชัด และยังรองรับการใช้งานกับแอพพลิเคชั่นต่าง ๆได้อย่างครบถ้วน  ฯลฯ จึงมีผู้ที่ต้องการใช้มากกว่าราคาต้น ๆ หรือ ราคาสูงลิบ มากกว่า กลุ่มสมาร์ทโฟนระดับกลางจึงเป็นตัวเลือกหลักของผู้ใช้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่สักเครื่องหนึ่ง ประสิทธิภาพดี พร้อมตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน ในราคาที่จับต้องได้ ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อสมาร์ทโฟนในราคาแพง  ๆ หลักหมื่น หากเราไม่ได้ใช้งานก็ไม่จำเป็นต้องใช้สเปคสูง ๆ ก็ได้  และมีราคาวางจำหน่ายที่ถูกลงเรื่อยๆ ซึ่งก็ส่งผลดีกับผู้ใช้อย่างเราๆ ที่สามารถเลือกซื้อสมาร์ทโฟนฟีเจอร์ระดับท็อปได้หลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานตามไลฟ์สไตล์ และงบประมาณของแต่ละท่านได้มากที่สุด ในปัจจุบันจะไม่มีการกำหนดมาตรฐานของ "สมาร์ทโฟน" ออกมาอย่างชัดเจน แต่แนวโน้มในภาคอุตสาหกรรมตลาดมือถือก็ได้ปรับตัวเข้าหาผู้บริโภคมากขึ้นและเรียนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนต้องการ โดยสิ่งที่จำเป็นต้องมีอยู่ในสมาร์ทโฟนนั้นได้แก่ Operating System (ระบบปฏิบัติการ) โดยทั่วไปสมาร์ทโฟนแต่ละเครื่องจะขึ้นกับระบบปฏิบัติการที่ใช้งาน ซึ่งระบบปฏิบัติการเหล่านั้นจะช่วยให้ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนสามารถเข้าถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆ บนระบบนั้นได้ เช่น iPhone ของ Apple รันระบบปฏิบัติการ iOS, สมาร์ทโฟน BlackBerry ใช้ระบบปฏิบัติการ BlackBerry OS, สมาร์ทโฟน แอนดรอยด์ใช้ระบบปฏิบัติการ Android OS, สมาร์ทโฟน Windows Phone ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone เป็นต้น  ต่อไปเราจะมาแนะนำ สมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 10000 บาท ว่ามีรุ่น ยี่ห้อใดบ้างที่จะสามารถตอบโจทก์ทุกการใช้งาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานอีกด้วยคะ เราไปดูกันเลยค่ะ                 1.  OPPO F9 RAM 6 ROM 64 https://www.lazada.co.th/products/oppo-f9-ram-6-rom-64-100-1-i257853867-s397477298.html                 OPPO F9 RAM 6 ROM 64 OPPO F9 สมาร์ทโฟน F-Series รุ่นล่าสุด ตัวเครื่องมีขนาด 156.7x74.04x7.99 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 169 กรัม กับดีไซน์จอไร้ขอบแบบหยดน้ำ และตัวเครื่องไล่เฉดสี ผสานลวดลายกลีบดอกไม้โฉมใหม่หมดจด หน้าจอแสดงผล LTPS TFT ขนาด 6.3 นิ้ว แบบ Waterdrop Screen ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Helio P60 พร้อมชิปประมวลผลแยกในตัวแบบ…
Read More
หูฟัง ON EAR ยี่ห้อไหนดี 2019

หูฟัง ON EAR ยี่ห้อไหนดี 2019

Electronics
หูฟัง เป็นอุปกรณ์ยอดฮิตที่หลายคนพกพาติดตัวตลอดเวลา เพราะช่วยให้ฟังเสียงและดื่มด่ำกับความบันเทิงตรงหน้าโดยไม่รบกวนผู้อื่น หูฟังจึงเป็นสิ่งที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้ดีเลยทีเดียว  ไม่ว่าออกจากบ้านไปทำงาน นั่งรถโดยสาร หรือใช้สนทนาระหว่างขับรถ ถือว่า เป็นสิ่งจำเป็นแถมยังมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกด้วย สามารถใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องวุ่นวายกับสายยาว ๆ ที่พันกัน ที่จะใช้งานแต่ละทีก็ต้องมานั่งแกะสายที่ยุ่งเหยิงออก ใช้เวลาค่อนข้างเยอะ และเมื่อแกะไม่ระวังสายก็อาจจะขาดได้ง่าย ดูดี ทันสมัย หูฟังก็ถือเป็นเหมือนแอคเซสเซอรี่ที่ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูดีขึ้นได้ เป็นการแสดงไลฟ์ไตล์ที่ชัดเจนของผู้ใช้งาน สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ของคุณ ทำให้มีความสะดวกในการใช้งานมากขึ้นหูฟังมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง in ear หูฟัง on ear หูฟัง over-ear มีการดีไซน์และรูปแบบการใช้งาน คุณภาพของเสียงที่แตกต่างกันออกไป  ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลของผู้ใช้งานว่าตรงตามที่ต้องการหรือตรงตามวัตุประสงคการใช้งานหรือไม่ วันนี้เราจะมาแนะนำ หูฟัง on ear กันก่อนค่ะ หูฟัง on ear หูฟังประเภทแบบแนบหู On-Ear เป็นหูฟังคาดหูที่มีขนาดเล็กลงมา โดยเวลาใส่ตัวฟองน้ำหูฟังจะแนบพอดีที่ใบหู จุดเด่นของหูฟังประเภทนี้คือให้เสียงที่กว้างขวาง ฟังสบายตามลักษณะของหูฟัง Full-size แต่ย่อขนาดให้เล็กลง ถึงแม้จะทำให้เสียงด้อยลงมาบ้างแต่ก็แลกมากับความสามารถในการพกพาด้วยน้ำหนักที่เบากว่า Full-size ขนาดใหญ่ ทำให้สะดวกในการพกพาไปไหนมาไหนนั่นเอง อีกทั้งยังกันเสียงจากภายนอกได้ดี มีน้ำหนักเบา ง่ายต่อการสวมใส่ และมักจะมากับดีไซน์สวยงาม ง่ายต่อการพกพา หยิบใช้สะดวกระหว่างเดินทาง ต่อไปเรามาดูวิธีเลือกซื้อหูฟังแบบ on ear กันก่อนดีกว่าค่ะ วิธีเลือกซื้อหูฟัง มีวิธีเลือกซื้ออย่างไรบ้างค่ะ 1. กำหนดทิศทางในการใช้งาน หรือแนวเพลงที่เราชอบฟัง ลำดับแรกเลยต้องมาดูกันก่อนว่าหูฟังที่เรากำลังมองหาอยู่นั้นเราต้องการนำมาใช้งานในส่วนใด เช่น อยากได้หูฟังเอา ไว้ฟังเพลง, เล่นเกมส์ หรือ ดูหนัง เนื่องจากหูฟังแต่ละประเภทนั้นถูกออกแบบมาไม่เหมือนกัน บางรุ่นเหมาะสำหรับฟังเพลง บางรุ่นเหมาะสำหรับเล่นเกมส์ หรือ บางรุ่นเหมาะสำหรับดูหนัง ข้อนี้เราจึงจำเป็นต้องตอบตัวเองให้ได้เสียก่อนครับว่าสิ่งใดคือ จุดมุ่งหมายในการที่เราจะซื้อหูฟังไปใช้ครับ เพราะถ้าเราไม่กำหนดทิศทางเหล่านี้อาจจะได้หูฟังที่ไม่ตรงกับความต้องการส่วน ใหญ่ของเราก็เป็นได้ 2. ทำความรู้จักกับหูฟังแต่ละประเภท และเลือกประเภทของหูฟังให้เหมาะกับ Lifestyle หลังจากที่เรารู้จุดประสงค์ของตัวเองแล้วว่าอยากจะได้หูฟังเอาไปใช้แบบไหน ทีนี้เราก็มาดูกันต่อว่าหูฟังประเภทไหนที่ เราจะเลือกซื้อให้เหมาะกับตัวเราเองมากที่สุด โดยหูฟังนั้นแบ่งออกเป็น 4 ประเภท หลัก ๆ ได้แก่  Earbuds, In-Ear ,Full-Size และ On-Ear 3. ราคา ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญ  หูฟังที่มีราสูง ใช่ว่าจะให้คุณภาพเสียงที่ดีเสมอไป หรือบางคนอาจจะซื้อหูฟังราคาแพงมา แต่สุดท้ายก็ไม่ค่อยได้ใช้มากนัก ดังนั้นควรจะดูพฤติกรรมการใช้และสำรวจงบประมาณของตนเองด้วย 4. ความสะดวกในการพกพา ข้อดีจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับใครหลายคนที่ต้องเดินทางบ่อย หรือต้องใช้งานในแบบพกพา เช่น ฟังในขณะออกจากบ้านไปทำงานหรือหลังเลิกงาน  จึงต้องเลือกหูฟังที่เก็บง่าย และประหยัดพื้นที่ด้วยค่ะ 5. คุณภาพของเสียง การที่ผู้ฟังจะสามารถแยกแยะปัจจัยทางเสียงต่างๆได้แม่นยำและสามารถอธิบายได้ดีนั้นต้องใช้ประสบการณ์ในการฟังหูฟังหลายๆคู่และเปรียบเทียบกันต่อไปเรามาดู 5 อันดับ หูฟัง ON EAR มาแนะนำว่าแต่ละรุ่น ยี่ห้อ มีฟังชั่นการทำงาน คุณภาพเสียง อย่างไรบ้างเรามาดูกันเลยค่ะ 1. หูฟัง JBL E40BT…
Read More
หูฟัง IN EAR ยี่ห้อไหนดี 2019

หูฟัง IN EAR ยี่ห้อไหนดี 2019

Electronics
ปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการใช้งาน ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด จึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีสิ้นสุด วันนี้เราจะมาแนะนำอุปกรณ์ที่เพิ่มความสะดวกสบายในด้านความบันเทิง ไม่ว่าจะดูหนังหรือฟังเพลงที่คุณชื่นชอบ ด้วยการใช้ หูฟังนั่นเอง หูฟัง เป็นอุปกรณ์เครื่องเสียงชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในประเภทอุปกรณ์แสดงผลข้อมูลในรูปแบบเสียง โดยมีหน้าที่คล้ายกับลำโพง ประกอบด้วยตัวหูฟัง จะได้ยินเสียงเมื่อนำไปครอบกับหูและไมโครโฟนขนาดเล็กในตัวสำหรับใช้สำหรับติดต่อสื่อสารเพื่อการพูดได้ เช่นทางโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น รวมถึงใช้เป็นสิ่งบันเทิงในการฟังเพลงเล่นวิดีโอเกมส์ ปรับให้เข้ากับกระบวนการทำงานต่าง ๆ ที่ต้องใช้เสียง สามารถพกพาไปในสถานที่ต่าง ๆ ได้ เพราะมีน้ำหนักเบา เก็บเสียงได้ดี พกพาง่าย จึงทำให้หูฟังเป็นที่นิยมอย่างมาก ต่อไปเรามาทำความรูจักกับหูฟังกันก่อนค่ะว่า หูฟังที่นิมใช้กัน มีกี่ประเภท อะไรบ้าง  1.  หูฟัง earbud  เป็นหูฟังที่เราเห็นกันมาตั้งแต่ยุค Sony Walkman ที่เป็นเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทเคลื่อนที่ พกพาสะดวก สวมใส่ง่าย แต่มีข้อเสียตรงที่มันไม่เก็บเสียง ทำให้เวลาฟังเพลงหรือรายละเอียดที่ได้อาจจะไม่ครบถ้วนเวลาเราอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดัง2.  หูฟัง in-ear  หูฟังที่มีจุกยาง (หรือจุกโฟม) ใส่เข้าไปในรูหูของเรา ทำให้เราแทบไม่ได้ยินเสียงรบกวนรอบข้างเลย ทำให้ได้ยินเนื้อเสียงและรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดีกว่าหูฟัง earbud แต่ข้อควรระวังคือเวลาใส่เดินตามถนน เพราะเราจะไม่ได้ยินเสียงรถหรือสิ่งต่าง ๆ ภายนอกเลย ทำให้เกิดอันตรายได้3.  หูฟัง ear clip เป็นหูฟังที่เราไม่ค่อยจะได้เห็นกันแล้วในสมัยนี้ หาซื้อได้ค่อนข้างยากแล้ว และก็ไม่ค่อยมียี่ห้อไหนผลิตออกมาด้วย โดยส่วนใหญ่หูฟังประเภทนี้จะล๊อกติดแนบแน่นกับหูเราพอสมควร ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับพกพานอกสถานที่และใช้ในการออกกำลังกายทั่วไป พกพาง่าย4.  หูฟัง on-ear เป็นหูฟังขนาดใหญ่ที่มีตัวโฟมวางอยู่บนใบหู มีขนาดไดรเวอร์ที่ใหญ่กว่าหูฟัง earbud และ in-ear มาก ทำให้จำลองเสียงออกมาได้ดี หลาย ๆ แบรนด์ออกแบบหูฟังนี้ให้พับเก็บเล็ก ๆ ได้ น้ำหนักเบา ใส่กระเป๋าพกพาสะดวก5.  หูฟัง over-ear หลาย ๆ คนเรียกหูฟังประเภทนี้ว่าหูฟังแบบครอบหู โดยตัวโฟมหูฟังมีขนาดใหญ่ครอบหูทั้งใบของเราไว้ มีขนาดไดรเวอร์ใหญ่ที่สุดในหูฟังทั้ง 5 ประเภท แต่มีขนาดตัวหูฟังที่ใหญ่เทอะทะหน่อย ได้สเตจกว้างสุดกว่าทุกประเภทสำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำ หูฟังแบบ IN EAR กันก่อนค่ะ ว่ามีคุณสมบัติหรือพิจารณาจากอะไรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ในการใช้งานมากที่สุดค่ะ ต่อไปเรามาดูสิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกหูฟัง IN EAR กันก่อนค่ะ1.  ราคา ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญ  หูฟังที่มีราสูง ใช่ว่าจะให้คุณภาพเสียงที่ดีเสมอไป หรือบางคนอาจจะซื้อหูฟังราคาแพงมา แต่สุดท้ายก็ไม่ค่อยได้ใช้มากนัก ดังนั้นควรจะดูพฤติกรรมการใช้และสำรวจงบประมาณของตนเองด้วย2.  ความสะดวกในการพกพา ข้อดีจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับใครหลายคนที่ต้องเดินทางบ่อย หรือต้องใช้งานในแบบพกพา เช่น ฟังในขณะออกจากบ้านไปทำงานหรือหลังเลิกงาน  จึงต้องเลือกหูฟังที่เก็บง่าย และประหยัดพื้นที่ด้วยค่ะ3.  ความสบายในการสวมใส่ เป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ถึงแม้จะมีเสียงดีขนาดไหน  แต่ถ้าสวมใส่แล้วไม่สบาย ทำให้อรรถรสในการฟังเพลงเสียไป และทำให้เราไม่อยากใช้อีกต่อไป มีเทคนิคในการเลือกซื้อคือ ลองสวมใส่หูฟังไว้สัก 15 นาที หรือมากกว่านั้นยิ่งดี4.  คุณภาพของเสียง…
Read More
เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ปี 2019

เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ปี 2019

Electronics
เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า ปัจจุบันถือว่าเป็นของใช้ที่จำเป็นสำหรับคุณผู้ชายที่ไว้หนวดไว้เครา ก่อนออกจากบ้าน ใครๆก็อยากดูดีกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หน้าผม สำหรับคุณผู้ชายที่มีขนดก ไม่ว่าจะเป็นหนวดเป็นเครา ก็ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะการไว้หนวด ไว้เครา นั้นบางคนไว้แล้วดูดี เท่ห์ หรือบางคนไว้แล้ว อาจดู รุงรัง บางคนอาจมองดูสกปรกไปเลย   ดังนั้นเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า จึงจำเป็นที่ต้องมีติดบ้าน ไม่ว่าจะเอาไว้เล็ม หรือเอาไว้โกน ปัจจุบันส่วนน้อยที่ยังคงใช้มีดโกนแบบธรรมดากันอยู่ ส่วนใหญ่จะหันมาใช้เครื่องโกนหนวดไฟฟ้ากันทั้งนั้น เพราะให้ความรวดเร็ว โกนได้เกลี้ยงเกลา ไม่เป็นตอ ซึ่งตอนนี้เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าสามารถหาซื้อได้ง่าย มีวางจำหน่าย ตามห้าง ร้านค้าทั่วไป ร้านค้าออนไลน์  มีมายมายหลากหลายยี่ห้อให้เลือก ราคาก็เริ่มตั่งแต่หลักร้อย หลักพัน  จนถึงหลักหมื่นก็มี  ถ้าคุณเป็นหนึ่งคน ที่กำลังมองหาเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าอยู่ เราก็มีเทคนิคเล็กๆน้อยๆสำหรับการเลือกเครื่องโกนหนวดไฟฟ้ามาฝากกันค่ะ 1. ดูลักษณะของใบมีดหรือหัวโกน ถ้าหัวโกนหนวดฟอยล์ จะโกนหนวดได้อย่างรวดเร็ว เพราะข้างในเครื่องโกนหนวดจะมี 1-5 หัวซึ่งจะโกนได้อย่างรวดเร็ว สามารถโกนเส้นเล็กๆหรือหนวดหยักศกหรือหนวดหนาๆได้อย่างรวดเร็วซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบโกนหนวดในตอนเช้า ถ้าแบบหัวโกนเดือยลูกลอย จะเหมาะกับผู้ที่มีหนวดขาวบางๆเหมือนรุ่นนี้จะมี เดือยลูกลอยอยู่ในเครื่องโกนหนวด 2-3 หัวทำให้คนแล้วรู้สึกถึงความอ่อนนุ่มจึงเหมาะกับผู้ที่มีผิวหนังบอบบาง ผู้ที่มีหนวดบางๆ 2. เลือกยี่ห้อที่มีอะไหล่แยกจำหน่าย เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า เมื่อเราใช้ไปนานๆแล้ว อาจจะมีฝืด คมอาจจะหมดบ้าง เพราะหากฝืนใช้ใบมีดที่ไม่คมต่อไป ผิวหนังของคุณอาจระคายเคืองได้ แต่ถ้าเครื่องโกนหนวดของคุณยังไม่มีอาการดังกล่าว ก็ให้เปลี่ยนหลังใช้งานได้สัก 1-2 ปี  ดังนั้นท่านที่กำลังมองหาเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าไว้ใช้งานไปนานๆ ควรตรวจสอบกับทางแบรนด์ก่อนซื้อว่ามีอะไหล่จำหน่ายแยกหรือไม่ 3. ตรวจสอบคุณสมบัติกันน้ำ หากต้องการใช้งานแบบเปียก วิธีการโกนหนวดมีทั้งแบบแห้งและแบบเปียก สำหรับคนที่ชอบโกนหนวดแบบเปียก ควรเลือกแบบที่หัวโกนมีคุณสมบัติกันน้ำได้ จะช่วยให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย หากต้องการนำไปใช้ตอนอาบน้ำ ควรเลือกเป็นแบบกันน้ำทั้งตัวเครื่องเลยค่ะ 4. เลือกเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าที่ตรงกับความถี่การใช้งาน ตัวอย่างก็เช่นเราจะใช้ทุกวัน หรือจะใช้แบบพกพาสำหรับการเดินทางเป็นครั้งคราว เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า มี 2  แบบ แบบใส่ถ่านเป็นก้อนและแบบชาร์จแบตเตอรี่ ถ้าเราใช้แบบครั้งคราว แบบพกพา เช่น ใช้ในการเดินทาง ควรใช้แบบใส่ถ่านจะมีขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย ถ้าใช้ทุกวันควรใช้แบบชาร์จแบตเตอรี่ควรจะเป็นแบบที่กันน้ำเหมาะสำหรับคนที่ชอบโกนหนวดระหว่างอาบน้ำ หรือใช้งานเป็นประจำทุกวัน เราได้เทคนิคการเลือกกันแล้ว มาดู 10 ตัวอย่างเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าที่เรานำมาแนะนำกันค่ะ อันดับแรกเป็นแบรนด์ของ Philips ค่ะ แบรนด์นี้ก็มีให้เลือกมากมายหลากหลายรุ่นค่ะ มีทั้งแบบใส่ถ่าน และชาร์จแบตเตอรี่ AquaTouch เครื่องโกนขนไฟฟ้าเปียก และแห้ง S1030/04 เช็คราคาและส่วนลด !! รุ่นนี้จะเป็นเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าแบบหัวโกนเดือยลูกลอย แบบไร้สาย จะเป็นแบตเตอรี่ชาร์จไฟ จะชาร์จไฟประมาณ 10 ชั่วโมงต่อครั้งค่ะ หลังจากชาร์ตไฟแล้วเราจะใช้ได้นานถึง 45 นาทีค่ะหรือประมาณ 15 ครั้ง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง สามารถกันน้ำได้ 100 % เลยค่ะ เวลาชาร์จไฟจะมีจอแสดงผล  เครื่องโกนหนวดหนวดรุ่นนี้จะใช้ ได้ทั้งแบบแห้งและแบบเปียก…
Read More