สมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 10,000 เลือกยี่ห้อไหนดี

Electronics
                ในปัจจุบันผู้ผลิตสมาร์ทโฟนได้นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาพัฒนาสเปคต่าง ๆ ให้ตอบโจทก์ผู้ใช้งานนับว่าตามไม่ทันกันเลยทีเดียว มีการแข่งขันกันสูงมาก  ยิ่งสมาร์ทโฟนราคากลาง ๆ  มีกลุ่มผู้ซื้อมากที่สุด เพราะมีคุณสมบัติตัวเครื่องครอบคลุมทุกการใช้งาน, ใช้งานได้ไหลลื่นไม่ติดขัด, กล้องถ่ายภาพคมชัด และยังรองรับการใช้งานกับแอพพลิเคชั่นต่าง ๆได้อย่างครบถ้วน  ฯลฯ จึงมีผู้ที่ต้องการใช้มากกว่าราคาต้น ๆ หรือ ราคาสูงลิบ มากกว่า กลุ่มสมาร์ทโฟนระดับกลางจึงเป็นตัวเลือกหลักของผู้ใช้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่สักเครื่องหนึ่ง ประสิทธิภาพดี พร้อมตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน ในราคาที่จับต้องได้ ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อสมาร์ทโฟนในราคาแพง  ๆ หลักหมื่น หากเราไม่ได้ใช้งานก็ไม่จำเป็นต้องใช้สเปคสูง ๆ ก็ได้  และมีราคาวางจำหน่ายที่ถูกลงเรื่อยๆ ซึ่งก็ส่งผลดีกับผู้ใช้อย่างเราๆ ที่สามารถเลือกซื้อสมาร์ทโฟนฟีเจอร์ระดับท็อปได้หลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานตามไลฟ์สไตล์ และงบประมาณของแต่ละท่านได้มากที่สุด ในปัจจุบันจะไม่มีการกำหนดมาตรฐานของ "สมาร์ทโฟน" ออกมาอย่างชัดเจน แต่แนวโน้มในภาคอุตสาหกรรมตลาดมือถือก็ได้ปรับตัวเข้าหาผู้บริโภคมากขึ้นและเรียนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนต้องการ โดยสิ่งที่จำเป็นต้องมีอยู่ในสมาร์ทโฟนนั้นได้แก่ Operating System (ระบบปฏิบัติการ) โดยทั่วไปสมาร์ทโฟนแต่ละเครื่องจะขึ้นกับระบบปฏิบัติการที่ใช้งาน ซึ่งระบบปฏิบัติการเหล่านั้นจะช่วยให้ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนสามารถเข้าถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆ บนระบบนั้นได้ เช่น iPhone ของ Apple รันระบบปฏิบัติการ iOS, สมาร์ทโฟน BlackBerry ใช้ระบบปฏิบัติการ BlackBerry OS, สมาร์ทโฟน แอนดรอยด์ใช้ระบบปฏิบัติการ Android OS, สมาร์ทโฟน Windows Phone ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone เป็นต้น  ต่อไปเราจะมาแนะนำ สมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 10000 บาท ว่ามีรุ่น ยี่ห้อใดบ้างที่จะสามารถตอบโจทก์ทุกการใช้งาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานอีกด้วยคะ เราไปดูกันเลยค่ะ                 1.  OPPO F9 RAM 6 ROM 64 https://www.lazada.co.th/products/oppo-f9-ram-6-rom-64-100-1-i257853867-s397477298.html                 OPPO F9 RAM 6 ROM 64 OPPO F9 สมาร์ทโฟน F-Series รุ่นล่าสุด ตัวเครื่องมีขนาด 156.7x74.04x7.99 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 169 กรัม กับดีไซน์จอไร้ขอบแบบหยดน้ำ และตัวเครื่องไล่เฉดสี ผสานลวดลายกลีบดอกไม้โฉมใหม่หมดจด หน้าจอแสดงผล LTPS TFT ขนาด 6.3 นิ้ว แบบ Waterdrop Screen ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Helio P60 พร้อมชิปประมวลผลแยกในตัวแบบ…
Read More

เครื่องปั่นน้ำผลไม้ ยี่ห้อไหนดี 2019

Home Appliances
                ในปัจจุบันได้มีเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกภายในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าในการปรุงอาหาร ฯลฯ ถือว่าเป็นตัวช่วยให้คุณแม่บ้านได้เป็นอย่างดี ช่วยเบาแรงและทำให้ประหยัดเวลาในการทำงานนั้น ๆ เพื่อจะได้งานที่เพิ่มมากขึ้นในเวลาที่จำกัด  จึงได้คัดสรรอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ามาไว้ใช้ที่บ้าน เพื่อความสะดวก สบาย ในการใช้งาน วันนี้เราจะมาแนะนำ เครื่องปั่นน้ำผลไม้  เครื่องปั่นน้ำผลไม้ เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนรักษาสุขภาพ และคนที่กำลังลดความอ้วน ที่ชอบทำเครื่องดื่มจากผักผลไม้กินแทนอาหารหนักๆในแต่ละวัน จึงทำให้เกือบทุกบ้านมีเก็บไว้ที่บ้าน รวมไปถึงธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทำอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องปั่นน้ำผลไม้ ราคาก็ถือว่าไม่สูงมาก ถ้าเทียบกับสินค้าที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ ที่สำคัญเครื่องปั่นน้ำผลไม้นั้นก็ถือว่า มีประโยชน์ในหลายๆด้านไม่ว่าจะนำไปปั่นน้ำผลไม้ไว้รับประทานแล้ว สามารถทีจะนำไปปั่นพวกเครื่องดื่มชนิดอื่นๆได้อีกไม่ว่าจะเป็น ชา กาแฟ น้ำหวาน น้ำอัดลม หรือแม้กระทั่งเอาไว้ใช้ปั่นวัตถุดิบในการทำอาหาร  จะเห็นได้ว่าเพียงเครื่องปั่นน้ำผลไม้เพียงเครื่องเดียวนั้น สามารถที่จะทำประโยชน์ให้กับเราได้เป็นอย่างมากเลย นับว่าถ้าเทียบกับเงินที่เสียไปแล้วนั้นคุณค่ามาก การดื่มน้ำผลไม้สด สามารถช่วยรักษาและป้องกันอาหารเจ็บป่วยแบบเล็กน้อย หรือโรคเรื้อรังบางชนิด ช่วยให้ร่างกายมีความสดชื่นได้อีกด้วย และด้วยคุณประโยชน์ที่เป็นข้อดีเหล่านี้ของผลไม้ ทำให้ความนิยมในการดื่มน้ำผัก และผลไม้สดจึงมีมากขึ้นตามไปด้วย การปั่นน้ำผลไม้ดื่มเอง จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้รักสุขภาพ การมีเครื่องปั่นน้ำผลไม้ไว้สำหรับปั่นน้ำผลไม้เพื่อดื่มที่บ้านดูเหมือนจะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบน้ำผักผลไม้ หรือผู้ที่รักสุขภาพอย่างมาก ด้วยประโยชน์มากมายของเครื่องปั่นน้ำผลไม้ไม่ว่าจะเป็นทางด้านช่วยประหยัดเวลา ทำให้ได้ดื่มน้ำผลไม้ที่สดใหม่ได้ตามต้องการ สามารถเลือกรูปแบบของน้ำผลไม้ที่ต้องการดื่มได้ด้วยตัวเอง มั่นใจได้ในเรื่องของความสะอาด และความปลอดภัยจากสารปนเปื้อนต่าง ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องสุขภาพและผิวพรรณได้อีกด้วย ต่อไปเรามาดูกันว่า เครื่องปั่นน้ำผลไม้ มีกี่ประเภท และมีประเภทอะไรบ้างค่ะ                 เครื่องปั่นน้ำผลไม้อาจแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังต่อไปนี้ 1.  เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบเคาน์เตอร์ ที่มีความจุอยู่ที่ 1-2 ลิตร ตัวโถปั่นทำมาจากวัสดุที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแก้ว,พลาสติกใส และสแตนเลส ซึ่งเครื่องปั่นที่ทำจากแก้วจะมีน้ำหนักค่อนข้างมากกว่าการใช้วัสดุแบบอื่นๆแต่จะมีเสถียรภาพในการทำงานมากขึ้น ส่วนวัสดุที่เป็นพลาสติกอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยขูดขีดและอาจมีการดูดซับกลิ่นของอาหารเอาไว้ในตัวเครื่องปั่น ส่วนเครื่องปั่นที่ทำจากแสตนเลสจะมีน้ำหนักเบา แต่อาจมีข้อจำกัดคือมองไม่เห็นส่วนผสมที่ปั่นแล้วภายในโถปั่น ซึ่งอาจจะทำให้ใช้งานไม่สะดวกเท่าที่ควรเพราะต้องคอยเปิดฝาดูว่าผลไม้หรืออาหารที่ปั่นอยู่ภายในได้ที่แล้วหรือยัง เครื่องปั่นชนิดนี้จะสามารถปรับระดับความแรงของการปั่นได้ตามความต้องการในการใช้งาน ส่วนใบมีดสามารถถอดออกเพื่อทำความสะอาดได้ เครื่องปั่นชนิดนี้เหมาะสำหรับใช้ปั่นน้ำผลไม้หรืออาหารที่มีปริมาณมากและใช้งานประจำ รวมทั้งใช้งานในร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องใช้งานเครื่องปั่นอย่างต่อเนื่อง 2.  เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบมือถือ เป็นเครื่องปั่นที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งปั่นน้ำผลไม้,เครื่องดื่ม,ทำซุป,โจ๊ก และอาหารอื่นๆ ซึ่งใช้งานได้สะดวก ไม่ต้องเทอาหารใส่โถปั่นเพราะเพียงแค่เอาหัวเครื่องปั่นใส่ลงไปในชามหรือหม้อผสมอาหารก็สามารถปั่นให้ละเอียดได้เลย ซึ่งเครื่องปั่นน้ำผลไม้ชนิดนี้เหมาะจะใช้กับงานทำอาหารเล็กๆน้อยๆ ไม่เหมาะกับใช้ปั่นอาหารเป็นจำนวนมากในทุกๆวัน ข้อดีก็คือสามารถทำความสะอาดได้ง่ายและใช้งานสะดวก                 ต่อไปเรามาดูวิธีการเลือกซื้อ เครื่องปั่นน้ำผลไม้ ว่ามีวิธีการเลือกซื้ออย่างไรให้เหมาะสม และคุ้มค่ามาก มีปัจจัยที่ต้องพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัยด้วยกัน เช่น 1.  กำลังวัตต์ เครื่องปั่นน้ำผลไม้คุณภาพต่ำหลายยี่ห้อ ผลิตเครื่องจากจีนแดง ทำให้มีราคาถูกมาก แต่มีการระบุกำลังวัตต์ไว้สูง เมื่อนำมาใช้งานกลับปั่นไม่ละเอียด ถ้าเปรียบเทียบเครื่องปั่นต้นตำรับจากอเมริกา ซึ่งมีกำลังวัตต์ที่น้อยกว่า กลับใช้งานได้อย่างมีคุณภาพกว่า จากกรณีนี้เห็นชัดเจนว่ากำลังวัตต์ที่แสดงในป้ายเครื่อง อาจไม่ได้ทำงานได้อย่างที่ระบุไว้จริง เราต้องพิจารณาไปถึงการผลิตเครื่องปั่นเหล่านี้ด้วย อย่างไรก็ตามยิ่งวัตต์สูงขึ้นก็กินไฟมากขึ้น เครื่องก็ร้อนเร็วต้องมีระบบระบายความร้อนที่ดีพอซึ่งหากร้อนมากมอเตอร์อาจไหม้ได้ง่าย จะทำให้อายุการใช้งานหดสั้นลง ส่วนเรื่องความเร็วของรอบ ยิ่งเร็วยิ่งดี ซึ่งเครื่องระดับมืออาชีพส่วนใหญ่จะมีความเร็วรอบมากกว่า 30,000 รอบ ต่อนาที 2.  ลักษณะการใช้งาน เราต้องรู้ความต้องการก่อนเราจะเอาเครื่องปั่นไปทำอะไร เช่น ต้องการนำเครื่องปั่นไปใช้งานในครัวเรือน หรือ ต้องการใช้เครื่องปั่นเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ปั่นเครื่องดื่มอย่างเดียวหรือใช้ปั่นอเนกประสงค์ หากเครื่องดื่มอย่างเดียว…
Read More
หูฟัง ON EAR ยี่ห้อไหนดี 2019

หูฟัง ON EAR ยี่ห้อไหนดี 2019

Electronics
หูฟัง เป็นอุปกรณ์ยอดฮิตที่หลายคนพกพาติดตัวตลอดเวลา เพราะช่วยให้ฟังเสียงและดื่มด่ำกับความบันเทิงตรงหน้าโดยไม่รบกวนผู้อื่น หูฟังจึงเป็นสิ่งที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้ดีเลยทีเดียว  ไม่ว่าออกจากบ้านไปทำงาน นั่งรถโดยสาร หรือใช้สนทนาระหว่างขับรถ ถือว่า เป็นสิ่งจำเป็นแถมยังมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกด้วย สามารถใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องวุ่นวายกับสายยาว ๆ ที่พันกัน ที่จะใช้งานแต่ละทีก็ต้องมานั่งแกะสายที่ยุ่งเหยิงออก ใช้เวลาค่อนข้างเยอะ และเมื่อแกะไม่ระวังสายก็อาจจะขาดได้ง่าย ดูดี ทันสมัย หูฟังก็ถือเป็นเหมือนแอคเซสเซอรี่ที่ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูดีขึ้นได้ เป็นการแสดงไลฟ์ไตล์ที่ชัดเจนของผู้ใช้งาน สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ของคุณ ทำให้มีความสะดวกในการใช้งานมากขึ้นหูฟังมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง in ear หูฟัง on ear หูฟัง over-ear มีการดีไซน์และรูปแบบการใช้งาน คุณภาพของเสียงที่แตกต่างกันออกไป  ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลของผู้ใช้งานว่าตรงตามที่ต้องการหรือตรงตามวัตุประสงคการใช้งานหรือไม่ วันนี้เราจะมาแนะนำ หูฟัง on ear กันก่อนค่ะ หูฟัง on ear หูฟังประเภทแบบแนบหู On-Ear เป็นหูฟังคาดหูที่มีขนาดเล็กลงมา โดยเวลาใส่ตัวฟองน้ำหูฟังจะแนบพอดีที่ใบหู จุดเด่นของหูฟังประเภทนี้คือให้เสียงที่กว้างขวาง ฟังสบายตามลักษณะของหูฟัง Full-size แต่ย่อขนาดให้เล็กลง ถึงแม้จะทำให้เสียงด้อยลงมาบ้างแต่ก็แลกมากับความสามารถในการพกพาด้วยน้ำหนักที่เบากว่า Full-size ขนาดใหญ่ ทำให้สะดวกในการพกพาไปไหนมาไหนนั่นเอง อีกทั้งยังกันเสียงจากภายนอกได้ดี มีน้ำหนักเบา ง่ายต่อการสวมใส่ และมักจะมากับดีไซน์สวยงาม ง่ายต่อการพกพา หยิบใช้สะดวกระหว่างเดินทาง ต่อไปเรามาดูวิธีเลือกซื้อหูฟังแบบ on ear กันก่อนดีกว่าค่ะ วิธีเลือกซื้อหูฟัง มีวิธีเลือกซื้ออย่างไรบ้างค่ะ 1. กำหนดทิศทางในการใช้งาน หรือแนวเพลงที่เราชอบฟัง ลำดับแรกเลยต้องมาดูกันก่อนว่าหูฟังที่เรากำลังมองหาอยู่นั้นเราต้องการนำมาใช้งานในส่วนใด เช่น อยากได้หูฟังเอา ไว้ฟังเพลง, เล่นเกมส์ หรือ ดูหนัง เนื่องจากหูฟังแต่ละประเภทนั้นถูกออกแบบมาไม่เหมือนกัน บางรุ่นเหมาะสำหรับฟังเพลง บางรุ่นเหมาะสำหรับเล่นเกมส์ หรือ บางรุ่นเหมาะสำหรับดูหนัง ข้อนี้เราจึงจำเป็นต้องตอบตัวเองให้ได้เสียก่อนครับว่าสิ่งใดคือ จุดมุ่งหมายในการที่เราจะซื้อหูฟังไปใช้ครับ เพราะถ้าเราไม่กำหนดทิศทางเหล่านี้อาจจะได้หูฟังที่ไม่ตรงกับความต้องการส่วน ใหญ่ของเราก็เป็นได้ 2. ทำความรู้จักกับหูฟังแต่ละประเภท และเลือกประเภทของหูฟังให้เหมาะกับ Lifestyle หลังจากที่เรารู้จุดประสงค์ของตัวเองแล้วว่าอยากจะได้หูฟังเอาไปใช้แบบไหน ทีนี้เราก็มาดูกันต่อว่าหูฟังประเภทไหนที่ เราจะเลือกซื้อให้เหมาะกับตัวเราเองมากที่สุด โดยหูฟังนั้นแบ่งออกเป็น 4 ประเภท หลัก ๆ ได้แก่  Earbuds, In-Ear ,Full-Size และ On-Ear 3. ราคา ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญ  หูฟังที่มีราสูง ใช่ว่าจะให้คุณภาพเสียงที่ดีเสมอไป หรือบางคนอาจจะซื้อหูฟังราคาแพงมา แต่สุดท้ายก็ไม่ค่อยได้ใช้มากนัก ดังนั้นควรจะดูพฤติกรรมการใช้และสำรวจงบประมาณของตนเองด้วย 4. ความสะดวกในการพกพา ข้อดีจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับใครหลายคนที่ต้องเดินทางบ่อย หรือต้องใช้งานในแบบพกพา เช่น ฟังในขณะออกจากบ้านไปทำงานหรือหลังเลิกงาน  จึงต้องเลือกหูฟังที่เก็บง่าย และประหยัดพื้นที่ด้วยค่ะ 5. คุณภาพของเสียง การที่ผู้ฟังจะสามารถแยกแยะปัจจัยทางเสียงต่างๆได้แม่นยำและสามารถอธิบายได้ดีนั้นต้องใช้ประสบการณ์ในการฟังหูฟังหลายๆคู่และเปรียบเทียบกันต่อไปเรามาดู 5 อันดับ หูฟัง ON EAR มาแนะนำว่าแต่ละรุ่น ยี่ห้อ มีฟังชั่นการทำงาน คุณภาพเสียง อย่างไรบ้างเรามาดูกันเลยค่ะ 1. หูฟัง JBL E40BT…
Read More
หูฟัง IN EAR ยี่ห้อไหนดี 2019

หูฟัง IN EAR ยี่ห้อไหนดี 2019

Electronics
ปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการใช้งาน ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด จึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีสิ้นสุด วันนี้เราจะมาแนะนำอุปกรณ์ที่เพิ่มความสะดวกสบายในด้านความบันเทิง ไม่ว่าจะดูหนังหรือฟังเพลงที่คุณชื่นชอบ ด้วยการใช้ หูฟังนั่นเอง หูฟัง เป็นอุปกรณ์เครื่องเสียงชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในประเภทอุปกรณ์แสดงผลข้อมูลในรูปแบบเสียง โดยมีหน้าที่คล้ายกับลำโพง ประกอบด้วยตัวหูฟัง จะได้ยินเสียงเมื่อนำไปครอบกับหูและไมโครโฟนขนาดเล็กในตัวสำหรับใช้สำหรับติดต่อสื่อสารเพื่อการพูดได้ เช่นทางโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น รวมถึงใช้เป็นสิ่งบันเทิงในการฟังเพลงเล่นวิดีโอเกมส์ ปรับให้เข้ากับกระบวนการทำงานต่าง ๆ ที่ต้องใช้เสียง สามารถพกพาไปในสถานที่ต่าง ๆ ได้ เพราะมีน้ำหนักเบา เก็บเสียงได้ดี พกพาง่าย จึงทำให้หูฟังเป็นที่นิยมอย่างมาก ต่อไปเรามาทำความรูจักกับหูฟังกันก่อนค่ะว่า หูฟังที่นิมใช้กัน มีกี่ประเภท อะไรบ้าง  1.  หูฟัง earbud  เป็นหูฟังที่เราเห็นกันมาตั้งแต่ยุค Sony Walkman ที่เป็นเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทเคลื่อนที่ พกพาสะดวก สวมใส่ง่าย แต่มีข้อเสียตรงที่มันไม่เก็บเสียง ทำให้เวลาฟังเพลงหรือรายละเอียดที่ได้อาจจะไม่ครบถ้วนเวลาเราอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดัง2.  หูฟัง in-ear  หูฟังที่มีจุกยาง (หรือจุกโฟม) ใส่เข้าไปในรูหูของเรา ทำให้เราแทบไม่ได้ยินเสียงรบกวนรอบข้างเลย ทำให้ได้ยินเนื้อเสียงและรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดีกว่าหูฟัง earbud แต่ข้อควรระวังคือเวลาใส่เดินตามถนน เพราะเราจะไม่ได้ยินเสียงรถหรือสิ่งต่าง ๆ ภายนอกเลย ทำให้เกิดอันตรายได้3.  หูฟัง ear clip เป็นหูฟังที่เราไม่ค่อยจะได้เห็นกันแล้วในสมัยนี้ หาซื้อได้ค่อนข้างยากแล้ว และก็ไม่ค่อยมียี่ห้อไหนผลิตออกมาด้วย โดยส่วนใหญ่หูฟังประเภทนี้จะล๊อกติดแนบแน่นกับหูเราพอสมควร ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับพกพานอกสถานที่และใช้ในการออกกำลังกายทั่วไป พกพาง่าย4.  หูฟัง on-ear เป็นหูฟังขนาดใหญ่ที่มีตัวโฟมวางอยู่บนใบหู มีขนาดไดรเวอร์ที่ใหญ่กว่าหูฟัง earbud และ in-ear มาก ทำให้จำลองเสียงออกมาได้ดี หลาย ๆ แบรนด์ออกแบบหูฟังนี้ให้พับเก็บเล็ก ๆ ได้ น้ำหนักเบา ใส่กระเป๋าพกพาสะดวก5.  หูฟัง over-ear หลาย ๆ คนเรียกหูฟังประเภทนี้ว่าหูฟังแบบครอบหู โดยตัวโฟมหูฟังมีขนาดใหญ่ครอบหูทั้งใบของเราไว้ มีขนาดไดรเวอร์ใหญ่ที่สุดในหูฟังทั้ง 5 ประเภท แต่มีขนาดตัวหูฟังที่ใหญ่เทอะทะหน่อย ได้สเตจกว้างสุดกว่าทุกประเภทสำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำ หูฟังแบบ IN EAR กันก่อนค่ะ ว่ามีคุณสมบัติหรือพิจารณาจากอะไรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ในการใช้งานมากที่สุดค่ะ ต่อไปเรามาดูสิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกหูฟัง IN EAR กันก่อนค่ะ1.  ราคา ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญ  หูฟังที่มีราสูง ใช่ว่าจะให้คุณภาพเสียงที่ดีเสมอไป หรือบางคนอาจจะซื้อหูฟังราคาแพงมา แต่สุดท้ายก็ไม่ค่อยได้ใช้มากนัก ดังนั้นควรจะดูพฤติกรรมการใช้และสำรวจงบประมาณของตนเองด้วย2.  ความสะดวกในการพกพา ข้อดีจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับใครหลายคนที่ต้องเดินทางบ่อย หรือต้องใช้งานในแบบพกพา เช่น ฟังในขณะออกจากบ้านไปทำงานหรือหลังเลิกงาน  จึงต้องเลือกหูฟังที่เก็บง่าย และประหยัดพื้นที่ด้วยค่ะ3.  ความสบายในการสวมใส่ เป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ถึงแม้จะมีเสียงดีขนาดไหน  แต่ถ้าสวมใส่แล้วไม่สบาย ทำให้อรรถรสในการฟังเพลงเสียไป และทำให้เราไม่อยากใช้อีกต่อไป มีเทคนิคในการเลือกซื้อคือ ลองสวมใส่หูฟังไว้สัก 15 นาที หรือมากกว่านั้นยิ่งดี4.  คุณภาพของเสียง…
Read More
เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี 2019

เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี 2019

Home Appliances
ด้วยสภาพอากาศบ้านเราที่เป็นประเทศเมืองร้อน พร้อมกับการมีการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรม การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการเพิ่มของประชากร จึงให้เกิดมลภาวะทางอากาศ ซึ่งก็ไม่ใช่แค่ตามท้องถนนเท่านั้น แต่ในบ้านของเราก็ยังเต็มไปด้วยมลภาวะทางอากาศที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง แบคทีเรีย ไวรัส และสิ่งปนเปื้อนที่มากับอากาศ หนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่หลีกเลี่ยงได้ยากและเป็นภัยต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่หรือใกล้เขตอุตสาหกรรม ทางที่ดีจึงควรเรียนรู้ถึงผลกระทบของมลพิษทางอากาศที่มีต่อสุขภาพและวิธีป้องกันที่ถูกต้อง เพื่อให้ปลอดภัยจากอันตรายที่มาพร้อมปัญหานี้ มลพิษทางอากาศ คือการปนเปื้อนของสารเคมี สารประกอบทางกายภาพ และสารทางชีววิทยาในสิ่งแวดล้อม จนก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศ ส่วนใหญ่มักเกิดจากการเผาผลาญของเครื่องยนต์ ยานพาหนะ การทำอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ไฟป่า โดยสารในมลพิษทางอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์ ได้แก่อนุภาคขนาดเล็กที่ถูกกำจัดไม่หมด ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ โอโซน ไนโตรเจนไดออกไซด์ และซัลเฟอร์ไดออกไซด์   มลพิษทางอากาศอาจส่งผลให้เกิดการระคายเคืองตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตา คอ และปอด โดยหากอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงอาจมีอาการแสบตา ไอ และแน่นหน้าอกได้ อย่างไรก็ตาม อาการที่เกิดขึ้นจากมลพิษทางอากาศของแต่ละคนอาจแสดงออกแตกต่างกัน เด็ก ๆ มักรู้สึกถึงความผิดปกติจากมลพิษทางอากาศได้ช้ากว่าผู้ใหญ่ แต่จะมีอาการป่วยที่รุนแรงมากกว่า เช่น หลอดลมอักเสบ และอาการปวดหู ผู้ใหญ่บางรายอาจมีอาการรุนแรงหรือไม่มีอาการใด ๆ แสดงให้เห็น ส่วนผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด โรคหอบหืด หรือโรคถุงลมโป่งพอง อาจไวต่อการสัมผัสกับมลพิษทางอากาศ รวมทั้งมีอาการได้ง่ายและรุนแรงกว่าคนทั่วไป หากวันนี้คุณกำลังมองหาตัวช่วยในการกำจัดสิ่งเหล่านี้ คือเครื่องฟอกอากาศ   เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier หรือ Air Cleaner) คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมในอากาศ เช่น ฝุ่น แบคทีเรีย ไวรัส ต้นเหตุที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ รวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่าง กลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นอับ กลิ่นเหม็นในบ้านให้หายไป ซึ่งเครื่องฟอกอากาศทำงานโดยการดูดอากาศเข้าตัวเครื่องผ่านตัวกรองเพื่อดักจับสิ่งเหล่านี้เอาไว้ แล้วปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมาแทน  เครื่องฟอกอากาศ สำหรับมาไว้ใช้ในบ้าน ถึงแม้เราจะพักผ่อนอยู่ภายในบ้านของตัวเองก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงมลภาวะ ฝุ่นควัน หรือเชื้อโรคที่แอบแฝง ที่นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้นได้ การใช้เครื่องฟอกอากาศ สามารถลดฝุ่นละอองและมลพิษในอากาศ รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ ทำให้คุณภาพอากาศดีขึ้น ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดและภูมิแพ้ มีอาการดีขึ้น การกำเริบของหอบลดลง  เมื่อเครื่องฟอกอากาศเริ่มกลายเป็นไอเทมที่มีความสำคัญ แต่ท่ามกลางตัวเลือกที่มีมากมาย การจะเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้งานต้องมีเกณฑ์เลือกซื้ออย่างไรบ้าง รวมถึงมีคุณสมบัติอะไรถึงจะเป็นเครื่องฟอกอากาศที่ใช่และตรงกับครอบครัวของคุณเองที่สุด ก่อนอื่นเรามาดูระบบการทำงานของเครื่องฟอกอากาศกันก่อนค่ะ แม้ในตอนนี้เครื่องฟอกอากาศจะมีการเพิ่มฟังก์ชันเข้าไปมากมาย แต่สามารถแบ่งระบบการทำงานของเครื่องฟอกอากาศออกได้ 5 ระบบหลัก ๆ ตามการทำงาน ดังนี้ Air filters           Air Filter หรือแผ่นกรองอากาศ ระบบดักจับฝุ่นละออง แบคทีเรีย ไวรัส หรือสารต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ มีทั้งประเภทที่ทำจากกระดาษ เส้นใย ตาข่าย แต่แบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบันคือแผ่นกรองอากาศแบบ HEPA หรือ High Efficiency Particulate Air ประเภทแผ่นกรองที่ผลิตจากเส้นใยไฟเบอร์กลาส ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ดักจับอนุภาคที่มีขนาดเล็กอย่างน้อย 0.3 ไมครอน…
Read More