ครีมทาส้นเท้าแตก ยี่ห้อไหนดี

อวัยวะที่สำคัญในร่างกายคนเราที่ช่วยขับเคลื่อนในการดำเนินชีวิต มีการถูกใช้งานแทบตลอดทั้งวัน มีความสำคัญมากก็คือเท้า นั่นเอง เท้าเป็นอวัยวะเล็กๆ แต่มีกระดูกมากที่สุดในร่างกาย คือ 28 ชิ้น คิดเป็น ¼ ของจำนวนกระดูกในร่างกายเราเลยทีเดียว นั่นทำให้เท้ากับข้อเท้าของเราแข็งแรงมากอย่างไม่น่าเชื่อ สามารถรับน้ำหนักได้หลายเท่าของน้ำหนักตัวเราเลยค่ะ ส่งผลให้ผู้คนส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับปัญหาส้นเท้าแตกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากปล่อยปละละเลยทิ้งไว้เป็นเวลานานๆ จะทำให้ฝ่าเท้าหนาขึ้นและแตกเป็นร่องลึกจนทำให้รู้สึกเจ็บได้

ครีมทาส้นเท้าแตก

ส้นเท้าแตก คือ อาการที่ผิวหนังบริเวณส้นเท้าแห้ง หยาบ แข็ง แตกและแยกออกเป็นแผ่น หากมีรอยแตกถึงผิวหนังด้านใน อาจทำให้มีเลือดออกหรือสร้างความเจ็บปวดตามมาได้ โดยมักเกิดในช่วงหน้าหนาวซึ่งมีอากาศแห้งและหนาวเย็น แต่ปัญหานี้ก็เกิดขึ้นได้เช่นกันแม้ไม่ได้อยู่ในช่วงฤดูหนาว หลายคนจึงพยายามค้นหาวิธีรักษาส้นเท้าแตกอย่างไรให้ได้ผล ต่อไปเรามาดูสาเหตุ อาการ วิธีการรักษา และวิธีการป้องกันส้นเท้าแตก กันก่อนดีกว่าคะ

1. สาเหตุที่ทำให้ส้นเท้าแตก
ส้นเท้าแตกเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ได้แก่ กรรมพันธุ์ คนอ้วน เพราะเท้าจะต้องรองรับน้ำหนักตัวมาก คนที่เดินเท้าเปล่าบนพื้นปูนหรือพื้นแข็งๆ บ่อยๆ คนที่ฝ่าเท้าหนา ฝ่าเท้าขาดความชุ่มชื้นและการใส่รองเท้าที่มีพื้นแข็ง เป็นต้น

2. อาการส้นเท้าแตก
ส้นเท้าแตกในระยะแรกจะมีอาการบวมแดงหรืออักเสบ หากยังคงปล่อยทิ้งไว้เรื่อยๆ ก็จะเริ่มหนาและแตกเป็นรอยเล็กๆ นานวันไปจะกลายมาเป็นหนังกำพร้า จนเกิดเป็นร่องลึกเป็นเส้นๆ ที่ส้นเท้า หากมีอาการรุนแรงส้นเท้าก็จะแตกออกเป็นรอยเลือดและเจ็บแสบอย่างมากจนแทบเดินไม่ได้เลยทีเดียว

4. วิธีป้องกันส้นเท้าแตก

สารบัญ

1.เวลาเดินอยู่ในบ้าน ควรสวมรองเท้าสำหรับเดินในบ้านโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้เท้าเย็นจนสูญเสียความชุ่มชื้น และยังช่วยลดปัญหาไม่ให้ส้นเท้าเสียดสีหรือได้รับแรงกระแทกกับพื้นบ่อยจนเกินไป อย่างไรก็ตาม หากจำเป็นต้องเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็งๆ เย็นๆ แนะนำให้ทาครีม วาสลีนหรือมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อบำรุงส้นเท้าก่อนจะดีที่สุด

2.คนอ้วนหรือมีน้ำหนักตัวมากจนเกินไป ควรลดความอ้วนลง เพราะนอกจากจะช่วยให้รูปร่างดี ลดความเสี่ยงโรคได้แล้ว ยังช่วยป้องกันและแก้ปัญหาส้นเท้าแตกได้อีกด้วย

3. วิธีรักษาส้นเท้าแตก

1.ให้นำเปลือกกล้วยหอมมาถูตรงส้นเท้าแตก จากนั้นทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด เช็ดเท้าให้แห้ง จากนั้นทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ส้นเท้าต่อไป โดยควรทำเช่นนี้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง สารอาหารจากเปลือกกล้วยจะทำการลอกผิวและช่วยสมานส้นเท้าแตกให้กลับมามีสภาพผิวที่ปกติอีกครั้ง

2.ให้แช่เท้าด้วยน้ำอุ่น 15 นาที แล้วขัดเบาๆ ด้วยหินสำหรับขัดเท้า โดยขัดบริเวณรอยแตก ควรขัดแบบนี้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น หลังจากนั้นก็ล้างเท้าให้สะอาด ซับให้แห้ง แล้วทาครีมบำรุงส้นเท้าตามปกติ

3.ก่อนนอนควรทาครีมบำรุงส้นเท้า และสวมถุงเท้าเอาไว้ตลอดเวลาที่นอนหลับทั้งคืน ก็จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของส้นเท้าไว้ได้ยาวนานและช่วยรักษาอาการส้นเท้าแตกให้หายเร็วขึ้นได้ด้วย

4.ควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นนุ่มๆ และควรใส่รองเท้าแบบที่ปิดส้นจนกว่าสภาพผิวแตกที่ส้นเท้าจะกลับมาหายหรือนุ่มเป็นปกติดังเดิม โดยในระหว่างนี้ควรหมั่นทาครีมบำรุงส้นเท้าเป็นประจำ

ครีมทาส้นเท้าแตก

ต่อไปเรามาดู วิธีการเลือกซื้อครีมทาส้นเท้าแตกกันดีกว่าค่ะ ว่ามีวิธีการเลือกซื้ออย่างไรบ้าง

1. พิจารณาส่วนผสมตอบโจทย์สภาพส้นเท้า
ก่อนอื่นพิจารณาสภาพส้นเท้าของตัวเองก่อนว่าเป็นแบบไหน แล้วทำการหาครีมทาส้นเท้าแตกที่มีส่วนผสมที่เหมาะสมกับสภาพเท้าของเรา

– สภาพเท้าแห้งขาดความชุ่มชื่น ให้เลือกครีมที่มีส่วนผสมของของน้ำมัน จุดสำคัญในการเลือกครีมทาส้นเท้าแตกคือ ครีมนั้นสามารถให้ความชุ่มชื่นได้เพียงพอหรือไม่ เพราะส้นเท้าที่แตกนั้นส่วนใหญ่มักมีต้นเหตุจากการสูญเสียน้ำและน้ำมันในผิว แม้ว่าการเลือกครีมที่มีน้ำปริมาณมากเป็นส่วนประกอบจะเป็นเรื่องดีก็จริง แต่หากครีมดังกล่าวมีส่วนผสมจากน้ำมันธรรมชาติเช่น วาสลีน, กลีเซอรอลหรือ Shea Butter ด้วย ครีมก็จะยิ่งให้ความชุ่มชื่นและเก็บรักษาความชุ่มชื่นได้ยาวนานมากขึ้น

– ส้นเท้าที่แตกให้เลือกครีมที่มีส่วนผสมของยูเรีย (UREA)
ยูเรีย (UREA) เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ธรรมชาติที่มีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคผิวหนัง ยูเรียจะช่วยลอกเซลล์ผิวหนังที่แข็งให้หลุดลอกออก จึงสามารถช่วยรักษาหนังบริเวณส้นเท้าที่แข็งหนาให้อ่อนนุ่มลงได้ ถ้าใช้ครีมที่มีส่วนผสมของยูเรียเข้มข้นติดต่อกันนานเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ โดยครีมดังกล่าวจะทำให้เคราตินหรือเส้นใยบริเวณชั้นหนังกำพร้าบางลง ส่งผลให้เเป็นแผลได้ง่าย ดังนั้นเมื่ออาการส้นเท้าแตกดีขึ้นแล้ว แนะนำว่าควรเปลี่ยนมาใช้ครีมที่มีส่วนผสมของยูเรียที่มีความเข้มข้นต่ำหรือใช้ครีมปกติทั่วไปที่ไม่มียูเรียแทนจะดีกว่า


– เพิ่มการไหลเวียนเลือดที่ดีและป้องกันความหนาวเย็นด้วยวิตามิน
คงเคยได้ยินกันมาเยอะแล้วใช่ไหมคะว่าวิตามินนั้นดีต่อผิว วิตามินสามารถป้องกันผิวแห้งขาดความชุ่มชื่น โดยเฉพาะวิตามิน A และวิตามิน C ที่ไม่เพียงแต่ให้ความชุ่มชื้นแต่ยังช่วยปรับสภาพผิวไม่ให้หยาบกร้านอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีวิตามิน E ที่ช่วยในการเผาผลาญอาหารและกระตุ้นการหมุนเวียนโลหิต ดังนั้น การเลือกครีมทาส้นเท้าแตกที่มีส่วนผสมของวิตามินจึงช่วยรักษาส้นเท้าให้กลับมาเนียนนุ่มเหมือนเดิมได้เร็วขึ้น

2. ครีมที่มีส่วนผสมบำรุงผิวจะเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษามากขึ้น
ครีมทาส้นเท้าแตกนั้นบางยี่ห้อจะมีสารบำรุงผิวประกอบอยู่ด้วยเช่น คอลลาเจนและไฮยาลูรอน ซึ่งไฮยาลูรอนจะทำหน้าที่ในการเก็บกักความชุ่มชื่นได้มากกว่าปกติ ทำให้สามารถป้องกันผิวแห้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่คอลลาเจนมีคุณสมบัติให้ความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้ผิวเด้งนุ่ม สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากให้ส้นเท้านุ่มลื่น แนะนำว่าควรเลือกซื้อครีมทาส้นเท้าแตกที่มีคอลลาเจนเป็นส่วนผสม

10 ครีมทาส้นเท้าแตก ใช้แล้วดีกลับมาเนียน!!

1. Robeca ครีมบำรุงผิวส้นเท้า สำหรับส้นเท้าแตก

Robeca ครีมบำรุงผิวส้นเท้า น้ำหนักสุทธิ 50 กรัม เลขที่จดแจ้งอย. : 10-1- 5901128 สำหรับส้นเท้าแตก ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวส้นเท้า สำหรับผิวหนังบริเวณฝ่าเท้า ส้นเท้าที่แตกแห้งหยาบกร้านด้วยสูตรเข้มข้นของสารบำรุงผิว มีส่วนประกอบหลักดังนี้
– Bees Wax ไขขี้ผึ้งธรรมชาติจากประเทศญี่ปุ่น และ เยอรมัน ช่วยให้ความชุ่มชื่น นุ่มนวลกับผิว
– Ricebran Wax ไขรำข้าว ให้วิตามิน อี สูง
– Ricebran Oil , Coconut Oil น้ำมันธรรมชาติที่มีวิตามินอี ให้ความรู้สึกอ่อนนุ่ม เรียบเนียน ลดการแตกของผิว
– สารสกัดจากขมิ้นชัน ลดเลือนริ้วรอย ผิวแตกลาย สมานผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ
– สารสกัดจากเปลือกมังคุด ลดการอักเสบของผิว ช่วยฆ่าเชื้อ และช่วยลดการระคายเคือง
– Vitamin E , B5 วิตามินอี ให้ความชุ่มชื่น ลดรอยแตกรอยแผลเป็น สมานผิวให้เรียบเนียนยิ่งขึ้น

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  Sport bra ยี่ห้อไหนดี
ข้อดี
ข้อด้อย

2. Jergens (ทาส้นเท้าแตก) Ultra Healing Extra Dry Skin Moisterizer Foot Cream 100 ml.

Jergens (ทาส้นเท้าแตก) Ultra Healing Extra Dry Skin Moisterizer Foot Cream 100 ml. ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมากกว่าการฟื้นบำรุงเพื่อผิวแลดูงดงามเปล่งประกาย จากประเทศออสเตรเลีย ด้วยเนื้อสัมผัสแบบ มอยส์เจอไรเซอร์ที่ผสานด้วยเทคโนโลยี HYDRALUCENCE ช่วยปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมให้ความชุ่มชื้น เพื่อผิวสวยสุขภาพดี อย่างยาวนาน เจอร์เกนส์ได้พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ในทุกๆในคอลเลคชั่น เพื่อเสริมประสิทธิภาพของกระบวนการทํางานของผิวให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม จนคุณสัมผัสและรู้สึกได้ถึงผิวที่ดูสวยโดดเด่นกว่าใคร เผยสุขภาพผิวที่ดีขึ้น งดงามเปล่งประกายกว่าที่เคย

ข้อดี
ข้อด้อย

3. ครีมทาส้นเท้าแตก บาล์มกล้วยหอม บำรุงส้นเท้าแตก

ครีมทาส้นเท้าแตก บาล์มกล้วยหอม บำรุงส้นเท้าแตก จากภูมิปัญญาไทยโบราณเกี่ยวกับการบำรุงผิวส้นเท้าแตก ที่ใช้สรรพคุณของเปลือกกล้วยทาสมานรอยแตก เราได้คำนึงถึงคุณประโยชน์และพบผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจจากองค์ความรู้นี้ นำมาสู่การพัฒนาและปรับปรุงจนเป็นสูตรเฉพาะของบาล์มสุพรีมโดยยังคงคุณค่าของสารสกัดต่างๆ จากธรรมชาติได้อย่างครบถ้วน ใช้ทาบำรุงผิวที่แห้งแตก ส้นเท้า , หน้าท้อง , ปลายนิ้วมือนิ้วเท้า , ข้อศอก หัวเข่า ช่วยสมานรอยแตกให้เรียบเนียน กลับมานุ่มชุ่มชื้นขึ้น

ข้อดี
ข้อด้อย

4. CREAM 91 E ครีม 91 อี ครีมทาส้นเท้าแตก 8.3 กรัม

CREAM 91 E ครีม 91 อี ครีมทาส้นเท้าแตก 8.3 กรัม ประกอบด้วยวิตามิน E ให้ความชุ่มชื่นและป้องกันผิวแห้งสูญเสียน้ำให้กลับมานุ่มชุ่มชื่นอีกครั้ง มีส่วนผสมของ SALICYLIC ACID (BHA) ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออก ทำให้ผิวขาวขึ้น สามารถใช้ได้ทั้งกับผิวหน้า ข้อศอก หัวเข่า ตาตุ่ม หรือบริเวณอื่นๆที่มีอาการแตกลาย ผ่านการทดสอบการระคายเคืองจากประเทศฝรั่งเศส (Under Dermatological Tested) ครีม 91 อี นั้นหลังจากทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ ล้างออกง่าย ใช้ทาก่อนนอนแล้วใส่ถุงเท้า แต่ต้องใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานถึงจะเห็นผล ราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย

ข้อดี
ข้อด้อย

5. ครีมทาส้นเท้าแตก มิสทีน ฟุต ฟิกซ์ 50 กรัม

ครีมทาส้นเท้าแตก มิสทีน ฟุต ฟิกซ์ 50 กรัม ครีมที่อุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อการบำรุงส้นเท้าโดยเฉพาะ ส่วนผสมประกอบไปด้วย ยูเรียที่ให้ความชุ่มชื่น, Saccharide Isomerate ช่วยบรรเทาผื่นแดง คัน และ Tocopheryl Acetate หรือวิตามิน E เสถียรช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวจากริ้วรอยก่อนวัย คืนความเนียนนุ่มให้ส้นเท้าที่แตก แห้งกร้านและรักษาสมดุลน้ำหล่อเลี้ยงให้ผิวชุ่มชื่น เนื้อครีมไม่เข้มข้นมาก สีขาวมีกลิ่นหอม ให้ความรู้สึกผิวลื่นขึ้นหลังทา ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพียงใช้แค่ 2 สัปดาห์ ส้นเท้าที่แห้งแตกจะค่อยๆ เนียนนุ่มขึ้นอย่างชัดเจน ควรใช้ในตอนกลางคืน โดยนวดให้ครีมซึมลงผิวแล้วสวมถุงเท้าทับไว้ เพื่อได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

ข้อดี
ข้อด้อย

6. ครีมป้องกันส้นเท้าแตก Giffarine Skin Softener

ครีมป้องกันส้นเท้าแตก Giffarine Skin Softener Giffarine Skin Softener 85 ml. กิฟฟารีน สกิน ซอฟเทนเนอร์ ครีมทาส้นเท้า ครีมทาส้นเท้าแตก ครีมรักษาส้นเท้าแตก Skin Softener สกิน ซอฟเทนเนอร์ แก้ปัญหา ความหยาบกร้าน 3 จุด ข้อศอก-หัวเข่า-ส้นเท้า ให้หาย แบบปลอดภัย ‪‎สกิน ซอฟเทนเนอร์ (Skin Softening) เวชสำอางระดับ พรีเมี่ยม 

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  ครีมอาบน้ำ ยี่ห้อไหนดี

ผลิตจากสารสกัดจากธรรมชาติ 100% อ่อนโยนต่อผิว บอบบาง ปลอดภัย เนื้อครีมนุ่มนิ่ม กลิ่นมินต์อ่อนๆ หอมสดชื่น ซึบซาบเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว เห็นผลชัดเจน คุณภาพเกินราคา‬ หญิงตั้งครรภ์ใช้ได้‬ ไม่มีสารอันตรายใดใด‬ ‬‬‬‬‬ใช้สกิน ซอฟเทนเนอร์ แล้วเห็นผลจริง ใครที่กำลังกังวลทรมานใจกับความหยาบกร้าน 3 จุด ข้อศอก-หัวเข่า-ส้นเท้า จางลง แห้งกร้าน เราช่วยคุณ บำรุงรักษาให้หายแบบปลอดภัยและไม่กลับมากวนใจได้อีก รับประกันความขาว‬ ปลอดภัย เพราะผลิตกับโรงงานที่ได้มาตรฐานปลอดภัย เพราะมี อย. เลขที่ใบรับแจ้ง 10-1-55100921‬‬‬

ข้อดี
ข้อด้อย

7. Alithai Heel Tastic ครีมแก้เท้าแตก

Alithai Heel Tastic ครีมแก้เท้าแตก ปัญหาที่พบบ่อยของส้นเท้าแตกเกิดจากความแห้งกร้านในบริเวณผิว บ่อยครั้งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงกิจวัตประจำวันของเราได้ เช่นการเดิน หรือยืนนานๆ รวมถึงอากาศทีหนาวใหห้องเเอร์ ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นเเละสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ เกิดอาการแห้งกร้านเป็นผลเกิดรอยแตก ผิวทีแตกจะทำให้รู้สึกไม่สบายเเละในบางครั้งยังติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมที่ช่วยในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านจุลชีพ รวมถึงช่วยรักษาผิวให้กลับมาเนียนนุ่มเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว รักษาผิวให้กลับมาเนียนนุ่มเพิ่มความชุ่มชื้นผิวและในการฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวได้เป็นอย่างดี

ข้อดี
ข้อด้อย

8. Polka crack heel cream 13 g. ครีมทาส้นเท้าแตก พอลก้า

Polka crack heel cream 13 g. ครีมทาส้นเท้าแตก พอลก้า ครีมบำรุงและสมานรอยแตกสำหรับส้นเท้าและส่วนที่แห้งกร้าน ช่วยคงความชุ่มชื่น ปกป้องผิวจากความหยาบกร้าน ด้วยประสิทธิภาพพิเศษของ Pheohydrane ซึ่งเป็น Natural Moisturizer ประกอบด้วยแร่ธาตุและสารสกัดจากสาหร่ายทะเลหลากหลายชนิด ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำ และดูดซับน้ำไว้ใต้ผิวเป็นเวลานาน ให้ผิวที่แตกลายขาดความยืดหยุ่นกลับมาอ่อนนุ่มเนียนเรียบ พร้อมส่วนผสม AHA และ Vitamin B3 ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า และปรับสภาพสีผิวใหม่ให้กระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ข้อดี
ข้อด้อย

9. ครีมทาส้นเท้าแตกสูตรกล้วยหอม เลอสกิน (Le’ SKIN BANANA FOOT CREAM)

ครีมทาส้นเท้าแตกสูตรกล้วยหอม เลอสกิน (Le’ SKIN BANANA FOOT CREAM) ครีมสูตรพิเศษเพื่อการบำรุงส้นเท้า สำหรับการบำรุงส้นเท้าที่แห้งแตก ให้กลับมาเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น ดูเรียบเนียนอีกครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ควรใช้ทาเป็นประจำทุกวัน มีส่วนผสมของเปลือกกล้วยหอมที่ช่วยสมานรอยแตกของส้นเท้า มีส่วนผสมของ Urea ช่วยให้ผิวเท้าไม่แห้งกร้าน และกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ที่ผิว มีส่วนผสมของ Saccharide isomerate ทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็กที่กักเก็บความชุ่มชื้นไว้ใต้ชั้นผิวหนัง 

มีส่วนผสมของ Sweet almon oil, Jojoba seed oil, Argan kermel oil น้ำมันสกัดจากธรรมชาติ แหล่งรวมของสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ฟื้นฟูผิวแห้งกร้านให้กลับมาชุ่มชื่น ดูเรียบเนียน วิธีใช้ หลังทำความสะอาดเท้า บีบครีมเล็กน้อย ทาบริเวณส้นเท้า โดยเน้นที่มีปัญหาแตกแห้ง ควรใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

ข้อดี
ข้อด้อย

10. Ellgy Plus Cracked Heel Cream 50 กรครีมทาส้นเท้าแตก

Ellgy Plus Cracked Heel Cream 50 กรัม ครีมทาส้นเท้าแตกครีมทาส้นเท้าแตก เอลจี้ พลัส เป็นสูตรที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้นสำหรับผิวเท้า เหมาะสำหรับส้นเท้าที่แห้ง รวมทั้งป้องกันส้นเท้าแตกได้ด้วยประสิทธิเฉพาะของ แซคคาไรด์ไอโซเมอเรท ที่ช่วยในการกักเก็บความชุ่มชื้นได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน และ พอร์ทูลาคา ซึ่งอุดมไปด้วยกรดไขมันธรรมชาติที่สำคัญ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของไขมันที่ผิวหนังชั้นนอก ทำให้สามารถที่จะคงความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อดี
ข้อด้อย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับ 10 ครีมทาส้นเท้าแตกยี่ห้อไหนดี มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ มีสรรพคุณในการดูแลรักษาเท้าไม่ให้แตกแห้ง มีความชุ่มชื้นอยู่ตลอด สำหรับผู้ที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ในการรักษาส้นเท้า มีรายละเอียดมากมายให้ได้ศึกษากัน เพื่อเป็นแนวทางในการหาครีมทาส้นเท้าแตกมาไว้ใช้เพื่อช่วยลดปัญหาส้นเท้าแตก และทำให้รอยแตกลายนั้นจางลง หวังว่าจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างดี พบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่ะ

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  น้ำมันปลา (Fish Oil) ยี่ห้อไหนดี