ทรีทเม้นท์ผม ยี่ห้อไหนดี

ทรีทเม้นท์ผม เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลเส้นผม ทำหน้าที่ช่วยซ่อมแซมเส้นผมที่ได้รับความเสียหายเจอปัญหาผมแห้งเสีย ขาดร่วงหรือชี้ฟู  เสียหายจากการทำเคมี ความร้อน หรือมลภาวะ เพื่อการบำรุงสุขภาพเส้นผมให้โดดเด่นเป็นประกาย ให้ผมมีสุขภาพดี

ทรีทเม้นท์ผม

ปลุกเส้นผมให้สลวยสวยเงางาม น่าสัมผัส ให้ความชุ่มชื้นล้ำลึกถึงเส้นผมชั้นใน ช่วยให้ผมเงางาม นุ่มลื่นดูมีน้ำหนัก แถมยังฟื้นฟูผมเสียจากการทำสี การไดร์ด้วยความร้อนหรือการดัดอีกด้วย

ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้คุณได้ออกไปพบปะผู้คนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงให้ความสำคัญเช่นเดียวกับเรื่องรูปร่างหน้าและเสื้อผ้าเลยค่ะ   ต่อไปเรามาดูวิธีการเลือกซื้อกันก่อนดีกว่าค่ะ

วิธีเลือกซื้อ ทรีทเม้นท์ผม

สารบัญ

1. เลือกให้เหมาะกับสภาพผม

ส่วนผสมของทรีทเม้นท์แต่ละยี่ห้อนั้นแตกต่างกัน ซึ่งส่งผลให้ทรีทเม้นท์นั้น ๆ เหมาะกับการแก้ไขปัญหาเส้นผมที่ต่างกันไปด้วย คุณต้องรู้สภาพผมของตัวเองเป็นอย่างไร จึงจะเลือกทรีทเม้นท์ได้ตรงกับสภาพเส้นผมมีรายละเอียดดังนี้

  • ผมแห้งชี้ฟูเป็นไม้กวาด เลือกทรีทเม้นท์ที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์สูง

ผมแห้งเสียชี้ฟูมีสาเหตุหลักมาจากอาการขาดน้ำในเส้นผม ซึ่งอาการขาดน้ำนี้จะเกิดได้ง่ายขึ้นหากเส้นผมมีสภาพอ่อนแอเนื่องด้วยการทำสี ทำเคมีเป็นประจำ หรือถูกแสงรังสียูวีทำลาย

หากเพื่อน ๆ กำลังเผชิญปัญหาเหล่านี้อยู่ล่ะก็ แนะนำให้เลือกทรีทเม้นท์ที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์สูงอย่างน้ำมันโจโจบา น้ำมันอาร์แกนเพื่อเข้าเติมปริมาณน้ำที่ขาดหายและกักเก็บความชุ่มชื้นในเส้นผมให้อยู่นานขึ้นค่ะ
  • ผมขาดร่วง แตกปลาย เลือกผลิตภัณฑ์ที่มี CMC และกรดไฮยาลูรอนิค

สาเหตุของปัญหาผมขาดร่วง แตกปลายคือการที่คิวติเคิล (Cuticle) หรือชั้นนอกสุดของเส้นผมได้รับความเสียหายนั่นเองค่ะ ซึ่งคิวติเคิลนี้เมื่อเสียหายแล้วจะไม่สามารถกลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ความเสียหายนั้นลามไปเป็นวงกว้าง

สิ่งที่เพื่อน ๆ ทำได้คือเลือกใช้ทรีทเม้นท์ที่ช่วยเยียวยาชั้นคิวติเคิลที่เสียหายให้กลับมาเนียนเรียบได้ใกล้เคียงสภาพเดิม เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร Cell Membrane Complex (CMC) กรดไฮยาลูรอนิค หรือสาร Lipidure เป็นต้น

  • ผมเสีย เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสม Silicone

เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงพอทราบว่าสาร Silicone นั้นเป็นอีกหนึ่งส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยงเวลาเลือกสกินแคร์ แต่ใครจะรู้คะว่าเจ้าสารนี้กลับมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมในการฟื้นฟูผมที่เสียหายอาทิจากกระบวนการทำเคมีต่าง ๆ

แถมยังทำหน้าที่เคลือบผม ปิดล็อกไม่ให้สารมอยส์เจอร์ไรเซอร์จากทรีทเม้นท์จางหายไปอย่างรวดเร็ว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการให้ผมดูมีน้ำหนัก ทิ้งตัวสลวย

  • ผมไร้วอลลุ่ม หนังศีรษะแพ้ง่าย:เลือกผลิตภัณฑ์ Non Silicone

เพื่อน ๆ คนไหนที่เจอปัญหาผมไร้วอลลุ่ม เรียบดูเหมือนไม่ได้สระผมมาหลายวัน แนะนำให้เลือกใช้ทรีทเม้นท์ชนิดปราศจากสาร Silicone เพราะทรีทเม้นท์ชนิดนี้มีโอกาสตกค้างบนหนังศีรษะน้อย

ทำให้เมื่อล้างออกแล้วได้ผลลัพธ์เป็นผมเบาสบาย แถมยังลดความเสี่ยงที่หนังศีรษะจะระคายเคืองได้อีกด้วย

2. เลือกกลิ่นที่ถูกใจ ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าคุณสมบัติของทรีทเม้นท์จะดีเลิศสักแค่ไหน แต่ถ้ากลิ่นไม่ถูกใจเพื่อน ๆ แล้ว จะให้ทนใช้ต่อก็คงเป็นไปได้ยากใช่ไหมล่ะคะ ด้วยเหตุนี้ทีมงานจึงขอแนะนำให้ใช้กลิ่นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเลือกด้วย โดยปัจจุบันทรีทเม้นท์ก็มีหลากหลายกลิ่นให้เลือกซื้อ

อาทิ กลิ่นวานิลา กุหลาบ น้ำผึ้ง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากเพื่อน ๆ ต้องการคุณสมบัติกลิ่นติดทนนานด้วยล่ะก็ แนะนำให้อ่านรีวิวจากผู้ใช้จริงประกอบการตัดสินใจจะดีกว่าค่ะ

3. คำนึงถึงส่วนผสมที่ช่วยให้หวีสางได้ง่ายขึ้น

คำนึงถึงส่วนผสมที่ช่วยให้หวีสางได้ง่ายขึ้น สำหรับคนที่ไหนเจอปัญหาหวีผมแล้วสะดุด ใช้นิ้วสางอย่างไรก็ไม่ไป แนะนำให้มองหาผลิตภัณฑ์ที่มี Silicone หรือสารไคโตซานที่ทำหน้าที่เคลือบผม

ส่งผลให้นุ่มสลวย ลื่นหวีง่ายไม่ติดขัด แต่ถ้าต้องการให้ผมเงางาม ให้เลือกเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสมน้ำมันอโวคาโด น้ำมันมะกอกหรือสาร Squalene แทนได้

แนะนำ 10 อันดับทรีทเม้นท์ผม ที่น่าใช้

1. ทรีทเม้นท์ผม BSC Hair Care รุ่น OCC Limex-BECHGWBA

ทรีทเม้นท์ผม  BSC Hair Care รุ่น OCC Limex-BECHGWBA ครีมทรีทเม้นท์สูตรเข้มข้นสามารถ ส่วนผสมหลัก น้ำมัน Tsubaki Oil, BarleyProtein, Hya-Moistใช้แทนครีมนวดได้ เหมาะสำหรับผมที่มีปัญหา ผมแห้งเสียแตกปลาย ขาดความชุ่มชื้น

สามารถใช้ทรีทเม้นท์ตัวนี้เพื่อฟื้นฟูผมแห้งเสียเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ ด้วยส่วนผสมของ Tsubaki Oil น้ำมันบำรุงเส้นผมโดยเฉพาะช่วยทำให้เส้นผมเงางาม ลดการพันกัน ทำให้เส้นผมทิ้งตัวสลวย Barley Protein ช่วยบำรุงให้เส้นผมมีความชุ่มชื่น

เนื้อครีมยังมีส่วนผสมของสารบำรุง Hya – Moist จากอนุพันธ์ไฮยาลูโลนิค เเอซิค มีคุณสมบัติเฉพาะทางที่สามารถกักเก็บความชุ่มชื่นได้ยาวนาน ทำให้ผมไม่หยาบกระด้างสัมผัสได้ถึงความนุ่มลื่น ของเส้นผมได้ทันทีที่เริ่มใช้ สามารถนำไปใช้อบไอน้ำได้ ใช้ได้ทุกวัน

ข้อดี
ข้อด้อย

2. ทรีทเม้นท์ lolane รุ่น lolane natura hair treatment 250g.

ทรีทเม้นท์ lolane รุ่น  lolane natura hair treatment 250 g.  ด้วยส่วนผสมพิเศษ Soybean Biolipids ช่วยให้ผมเหยียดตรงเรียงเส้นสวย ไม่ชี้ฟู

ป้องกันผมหดตัวกลับแม้ในสภาพที่มีความชื้น ช่วยปรับสภาพและฟื้นฟูผมที่แห้งเสีย ช่วยเคลือบปกป้องผม จากรังสียูวี เกล็ดผมปิดเรียบ และจัดเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ

ลดผมขาดหลุดร่วงจากผมเสีย ช่วยให้ผมเหยียดตรงเรียงเส้นสวย ไม่ชี้ฟูผมตรงสวยตลอดวันพร้อมกลิ่นหอมจากดอกลิลลี่

ข้อดี
ข้อด้อย

3. ทรีทเม้นท์ผม LAE SA LUAY รุ่น รุ่น ทรีทเม้นท์แลสสวย สปา สมูท เคราติน

ทรีทเม้นท์ผม LAE SA LUAY รุ่น รุ่น ทรีทเม้นท์แลสสวย สปา สมูท เคราติน ทรีทเม้นท์แลสลวยในตัวครีม มีส่วนผสมเคราตินเข้มข้น ที่ช่วยลดอาการหยิกงอของเส้นผม ทำให้ผมไม่ชี้ฟู ระยะเวลาในการหมักขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผม เริ่มต้นที่ 5-20 นาที  อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง

หรือใช้คู่กับการอบไอน้ำ ใช้แทนครีมนวดผมได้ ทรีทเม้นท์แลสลวย ใช้แล้วผมตรงมีน้ำหนัก ฟื้นฟูผมเสียมากได้อย่างดี ช่วยให้ผมเรียบลื่น นุ่มลื่น เห็นผลในครั้งแรกที่ใช้ ช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสียแตกปลาย

ปลายช็อต ผมทำสี ทำเคมี ให้กลับมาเงางาม ผมหนานุ่ม ผมยาวสลวยทุกเส้น ช่วยให้ผมเสีย ผมทำสี กลับมาเงางามสวยดังเดิม กลิ่นหอมอ่อน ๆ ไม่ฉุน เมื่อล้างออก

ข้อดี
ข้อด้อย

4. ทรีทเม้นท์ผม LOLENTIS รุ่น ทรีตเม้นต์แฮร์สปานาโน ลอเลนติส กลิ่นลีลาวดี 500 ml

ทรีทเม้นท์ผม LOLENTIS รุ่น ทรีตเม้นต์แฮร์สปานาโน ลอเลนติส กลิ่นลีลาวดี 500 ml ครีมหมักผมที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกชนิดพิเศษวิตามิน ซิลิโคน

เซรั่มเข้มข้น 5 ชนิดช่วยฟื้นฟูเส้นผมอย่างล้ำลึกซ่อมแซมผมที่เสียอย่างรวดเร็ว พร้อมเสริมสร้างความแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอกเส้นผม

ช่วยให้เส้นผมผ่อนคลายและปรับสภาพเส้นผมให้กลับมานุ่มลื่น มีน้ำหนัก เพื่อเส้นผมสวยเป็นประกายเงางาม

ข้อดี
ข้อด้อย

5. ทรีทเม้นท์ผม BSC hair care รุ่น BECHTWBA1

ทรีทเม้นท์ผม BSC hair care รุ่น BECHTWBA1 ครีมหมักผมสูตรเข้มข้น อุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ โสม (Ginseng), ไหม (Silk) และโรสเเมรี่ (Rosemary)

ช่วยให้เส้นผมชุ่มชื่น นุ่มสลวย ผสานคุณค่าของโปรวิตามินบี 5 และ PG-amodemethicone ช่วยเคลือบเส้นผมดูเป็นประกายเงางามขึ้น

ข้อดี
ข้อด้อย

6. ทรีทเม้นท์ผม Mooi รุ่น Mooi Keratin hair treatment

ทรีทเม้นท์ผม Mooi   รุ่น Mooi Keratin hair treatment เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ได้มีการพัฒนาขึ้นมาสำหรับดูแลรักษาเส้นผมเสียและมีปัญหาโดยเฉพาะ เคราซิลค์สามารถชุบชีวิตให้ผมคุณกลับมาสวยอย่างแข็งแรงได้ด้วยอนุภาคที่เล็กที่สุดของเคราซิลค์

ทำให้ซึมซาบเข้าสู่แกนผมชั้นในสุด สามารถเพิ่มความชุ่มชื่นและรักษาอาการผมเสียได้ในทันที มีส่วนผสมโปรตีน รวมถึงคาร์เวียร์ เอ็กซ์แทรค(Caviar Extract & Caviar Silk Protien) จนกลายเป็นดับเบิ้ลโปรตีน

ซึ่งมีความเข้มข้นกว่าเดิม เป็นอาหารที่เส้นผมต้องการมากที่สุด ลดการชี้ฟูของเส้นผมได้ถึง 95%  บล็อคเส้นผมให้ตรงยาวนานขึ้น บอกลาปัญหาผมแห้งกรอบ ปลายผมช็อต ปลายผมวุ้น ลดปัญหาผมขาดหลุดล่วง ตอบทุกโจทย์ปัญหาเส้นผมคุณ

ข้อดี
ข้อด้อย

7. ทรีทเม้นท์ผม Bio naturel รุ่น limited

ทรีทเม้นท์ผม Bio naturel รุ่น limited  มีส่วนประกอบหลัก ๆ ของ เคราติน น้ำมันดอกทานตะวัน และสารสกัดจากไหม ซึ่งหลัก ๆ แล้ว สามตัวนี้จะช่วยทำให้เส้นผมดูมีน้ำหนัก มีวอลลุ่ม

ช่วยทำให้เส้นผมเข็งแรงเป็นประกายเงางาม ช่วยซ่อมแซมเส้นผมที่เสียหายจากความร้อน เคมี และมลภาวะ ให้กลับมาดูมีชีวิตชีวามากขึ้น และป้องกันเส้นผมแตกปลาย ที่สำคัญ ตัวนี้ช่วยปกป้องเส้นผมจากแสง UV ต่าง ๆ อีกด้วย

ข้อดี
ข้อด้อย

8. ทรีทเม้นท์ผม Labourse รุ่น Labourse Hair Repair Treatment 250 g.

ทรีทเม้นท์ผม Labourse  รุ่น  Labourse Hair Repair Treatment 250 g. ทรีทเม้นท์บำรุงเส้นผมใช้นวดหลังสระผม หรือใช้อบไอน้ำเพื่อบำรุง และลดปัญหาผมเสียจากการยืด ดัด ย้อม ไดร์ หนีบผม หรือแสงแดดที่ร้อนจัด เร่งการเจริญเติบโตของเส้นผม

ป้องกันผมร่วง ขจัดรังแค เสริมสร้างผมใหม่ มีส่วนผสมสารสกัดจากธรรมชาตินานาชนิด ช่วยบำรุงรากผมที่เสื่อมโทรม ทำให้ผมนุ่มสลวยเป็นเงางาม รักษาสภาพเส้นผม อุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ อุดมด้วยวิตามิน

นานาชนิด D-Penthenol, Ginseng Extract, vitamin E, Lanolin, Moisturizer เนื้อครีมนุ่มนวล กลิ่นหอม เพื่อให้ได้ผลดียิ่งขึ้นควรใช้คู่กับแชมพูเร่งผมยาว

ข้อดี
ข้อด้อย

9. ทรีทเม้นท์ผม CRUSET รุ่น bestcheap

ทรีทเม้นท์ผม CRUSET รุ่น bestcheap  มีส่วนผสมของคิวเท็น พลัส, คอลลาเจน และ ซึบากิ ออยล์ WITH Q10 PLUS, COLLAGEN AND TSUBAKI OIL รวมทุกคุณค่าเพื่อการฟื้นบำรุงผมเสียโดยเฉพาะ มอบสัมผัสนุ่มดุจใยไหม และสุขภาพดีอย่างแท้จริง

สัมผัสผลลัพธ์แรกของผมนุ่ม เรียบลื่นดุจใยไหม และฟื้นคืนสภาพจากการแห้งเสียให้กลับมีสุขภาพผมดีอย่างแท้จริง ด้วยครีมหมักผมที่เข้มข้นจากคุณค่าของเคอราติน, คอลลาเจน และคิวเท็น พลัส มอบการรีแพร์ผมที่ผ่านการทำเคมี และล็อคสีผมให้คงประกายสดใส

ผสานน้ำมันในตำนานของแดนอาทิตย์อุทัย ซึบากิ ออยล์ ดูแลผมแห้ง แตกปลาย ย้อนเวลาให้กลับคืนความอ่อนเยาว์ และชุ่มชื้น มีน้ำหนักแก่เส้นผมอีกครั้ง

ข้อดี
ข้อด้อย

10. ทรีทเม้นท์ผม TSUBAKI รุ่น Extra Moist

ทรีทเม้นท์ผม TSUBAKI  รุ่น  Extra Moist ด้วยประสิทธิภาพของการดูแลเส้นผมกับส่วนผสม Tsubaki Koji (ซึบากิ โคจิ) ที่อุดมด้วย Amino Acid (กรดอะมิโน) ผสมผสานการทำงานจาก Hyaluronic Acid (ไฮยาลูรอนิค แอซิด)

ช่วยเก็บกักความชุ่มชื่นให้กับหนังศีรษะและเส้นผม เพื่อเส้นเรียบลื่นเงางามจัดทรงง่าย สามารถใช้แทนครีมนวดผม หรือใช้บำรุงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้เส้นผมเรียบลื่นตั้งแต่โคนจรดปลาย

นุ่มสลวยยิ่งขึ้น เพื่อเส้นผมให้แลดูมีชีวิตชีวาและชุ่มชื่น มอบผมสปริงตัวสลวยเป็นประกายเงางามตลอดทั้งเส้น ล้างออกง่าย ไม่ทำให้รู้สึกเหนอะหนะเส้นผมหรือตกค้างบนหนังศีรษะ

พร้อมมอบกลิ่นหอมอันสดชื่นจากพฤกษานานาพันธุ์  มอบความชุ่มชื่นให้กับหนังศีรษะและเส้นผมอย่างเต็มประสิทธิภาพ เข้าฟื้นบำรุงเส้นผมที่แห้งเสีย ให้กลับมีสุขภาพดี

ข้อดี
ข้อด้อย

บทสรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับทรีทเม้นท์ผมยี่ห้อไหนดี มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ เพื่อสุขภาพผมที่ดีของคุณ ทรีทเม้นท์ผมจึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลเส้นผมของคุณที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพผม ให้นุ่มสลวยเงางามอยู่เสมอ เพื่อเป็นรายละเอียดในการตัดสินใจในการเลือกซื้อเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเป็นอย่างดี พบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่ะ

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  กระเป๋าจัดระเบียบ แบบไหนดี