เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี

เครื่องดูดไรฝุ่น คืออุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดพื้นห้อง เตียง หมอน ผ้าปูที่นอน เครื่องเรือน พรม และของอีกมากมายที่อยู่ในบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะไรฝุ่นคือต้นเหตุของโรคภูมิแพ้

เครื่องดูดไรฝุ่น

สิ่งสกปรกเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญที่นำมาสู่ปัญหาด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยได้ เช่น ภูมิแพ้ หอบหืด และ โรคระบบทางเดินหายใจ อาการของภูมิแพ้ที่เกิดจากเชื้อรา คือ จาม อาการคัดจมูก และอาการคันที่ตาหรือน้ำตาไหล

เครื่องดูดไรฝุ่นจึงเป็นอุปกรณ์ที่คุณแม่บ้านให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อสุขภาพที่ดีของคนภายในครอบครัวให้ห่างไกลโรคภัยต่าง ๆ ที่เจ้าไรฝุ่นอาจจะเป็นสาเหตุก็เป็นได้

ต่อไปเรามาดูวิธีเลือกซื้อเครื่องดูดไรฝุ่นกันก่อนดีกว่าค่ะ ว่ามีวิธีเลือกซื้ออย่างไรเพื่อให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุดค่ะ

Table of Contents

วิธีเลือกซื้อเครื่องดูดไรฝุ่น

1. เลือกตามการใช้งานใช้เฉพาะที่หรือใช้งานอเนกประสงค์

เครื่องดูดไรฝุ่นนั้นมี 2 ประเภท ได้แก่ เครื่องดูดไรฝุ่นที่ใช้งานเฉพาะที่ ในที่นี้จะหมายความว่า ใช้กับเครื่องนอน ผ้าม่าน ตุ๊กตาและโซฟา และ เครื่องดูดไรฝุ่นใช้งานอเนกประสงค์ ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องดูดฝุ่นได้ด้วย

เครื่องดูดไรฝุ่นประเภทที่ใช้งานเฉพาะที่จะไม่มีฟังก์ชันเสริมเพิ่มเติมเข้ามา เพราะถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้งานสำหรับเครื่องนอนเท่านั้น ในทางกลับกันเครื่องดูดไรฝุ่นอเนกประสงค์สามารถเป็นได้ทั้งเครื่องดูดไรฝุ่นและเครื่องดูดฝุ่นในคราเดียว

ทำให้คุณใช้งานกับเฟอร์นิเจอร์ประเภทอื่น ๆ ได้ เช่น ตามซอกโซฟาและบันได และเนื่องจากมีขนาดกะทัดรัดจึงสามารถใช้ทำความสะอาดภายในรถยนต์ได้ด้วย

2. เลือกเครื่องดูดไรฝุ่นที่มีน้ำหนักไม่เกิน 2 กก.

รูปร่างของเครื่องดูดไรฝุ่นจะใกล้เคียงกับเครื่องดูดฝุ่นมือถือ ดังนั้นจึงใช้งานง่ายเพราะมีน้ำหนักเบา สามารถถือได้โดยมือเดียว รุ่นทั่วไปมีน้ำหนักประมาณ 2 กก. แต่ยังมีบางรุ่นที่น้ำหนักใกล้เคียง 3 กก. 

ดังนั้นเราแนะนำให้ตรวจสอบน้ำหนักก่อนซื้อ ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกเครื่องดูดไรฝุ่นที่น้ำหนักน้อยกว่า 2 กก. เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันที่คุณต้องการด้วย

3. เลือกตาม เวลาในการดูดไรฝุ่น และ จำนวนเครื่องนอน

เครื่องดูดไรฝุ่นเมื่อแบ่งตามชนิดแหล่งจ่ายพลังงานจะมีตัวกัน 2 แบบ ได้แก่ แบบชาร์จไฟ (ไร้สาย) และแบบมีสายไฟ

สำหรับประเภทชาร์จไฟนั้นมีข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลาการใช้งาน เหมาะสำหรับคนที่อาศัยอยู่คนเดียวและมีเครื่องนอนเพียงไม่กี่ชิ้น เนื่องจากเวลาในการใช้งานอย่างต่อเนื่องของเครื่องดูดไรฝุ่นแต่ละรุ่นแตกต่างกันไป

ดังนั้นอย่าลืมตรวจสอบก่อนซื้อ กรณีที่คุณมีผ้าห่ม 2 ถึง 3 ผืน เราขอแนะนำให้เลือกเครื่องดูดไรฝุ่นที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 20 นาทีขึ้นไป

สำหรับเครื่องดูดไรฝุ่นประเภทมีสายไฟ คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับระยะเวลาการในการดูด จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเครื่องนอนหลายชิ้นหรือผู้ที่อาศัยอยู่เป็นครอบครัวใหญ่

แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความยาวของสายไฟว่ายาวถึงตำแหน่งที่ต้องการทำความสะอาดหรือไม่ เพราะการขนย้ายผ้าห่มอาจไม่ได้เป็นปัญหามากนัก แต่ในกรณีของฟูกแล้ว อาจจะขนย้ายลำบาก ดังนั้นควรตรวจสอบความยาวของสายไฟให้ดีก่อนซื้อ

4. เลือกตามวิธีการเก็บฝุ่น

วิธีการเก็บเศษฝุ่นผงของเครื่องดูดไรฝุ่นแตกต่างกันไปแล้วแต่รุ่น ซึ่งในแต่ละวิธีก็มีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกัน ต่อไปนี้เราจะแนะนำวิธีการเก็บไรฝุ่นประเภทหลัก ๆ ให้คุณพิจารณาเป็นแนวทางการเลือกซื้อ มาเลือกวิธีที่ง่ายต่อการใช้งานสำหรับคุณกันเถอะ

  • ประเภทถุงเก็บ

การเก็บฝุ่นโดยถุงเก็บนี้เป็นวิธีการที่หลายคนคงคุ้นเคยกันดี เหมือนเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปที่รวบรวมฝุ่นและไรฝุ่นเข้าไปเก็บในถุงเก็บฝุ่นที่ทำจากกระดาษในตัวเครื่อง จุดเด่นของวิธีนี้คือ เก็บไรฝุ่นได้ดีไม่ฟุ้งกระจาย สามารถทำความสะอาดง่าย

เพียงแค่ถอดถุงเก็บฝุ่นนี้ออกมาทิ้ง อย่างไรก็ตามหากคุณดูดไรฝุ่นบ่อย ๆ ก็จะมีค่าใช้จ่ายสำหรับการซื้อถุงเก็บฝุ่นเพิ่มเติม ดังนั้นควรพิจารณาในข้อนี้หากคุณไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มไปกับการทำความสะอาด

  • ประเภทตัวกรอง

วิธีเก็บฝุ่นโดยใช้ตัวกรองภายในกล่องเก็บฝุ่นนี้เป็นระบบที่มักจะถูกติดตั้งในเครื่องดูดไรฝุ่นรุ่นราคาย่อมเยา อย่างไรก็ตามวิธีการเก็บฝุ่นระบบนี้เมื่อมีฝุ่นสะสมมากเข้าจะทำให้กำลังการดูดลดลง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหมั่นทำความสะอาด

ซึ่งอาจสร้างความยุ่งยากให้กับหลาย ๆ คนโดยเฉพาะคนที่เป็นภูมิแพ้ แถมบางรุ่นต้องทำความสะอาดตัวกรองทุกครั้งที่ใช้งานอีกด้วย นอกจากนี้ โดยส่วนมากวิธีทำความสะอาดตัวกรองประเภทนี้คือการล้างด้วยน้ำและต้องรอจนกว่าตัวกรองแห้งสนิท

จึงจะนำมาใช้งานใหม่ได้ ดังนั้นควรพิจารณาซื้อตัวกรองสำรองเผื่อไว้ด้วย หากไม่มีตัวกรองสำรองแถมมา เราขอแนะนำให้ซื้อแยกต่างหากเพื่อความสะดวกในการใช้งาน

  • ประเภทไซโคลน

ประเภทไซโคลนแตกต่างจากประเภทตัวกรองคือ เศษไรฝุ่นจะถูกเก็บในกล่องเก็บฝุ่น ดังนั้นจึงหมดปัญหาเศษขยะและเศษฝุ่นติดตามตัวกรอง ทำให้ดูแลรักษาได้ง่าย

อย่างไรก็ตามเนื่องจากระบบเก็บฝุ่นลักษณะนี้จำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดขั้นพื้นฐานบ้าง เราจึงอยากให้คุณเลือกรุ่นที่สามารถล้างน้ำได้เพื่อความสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น

5. ตรวจสอบฟังก์ชันอื่น ๆ เช่น ฟังก์ชันตบไรฝุ่น และแสง UV

ฟังก์ชันเพิ่มเติมของเครื่องดูดไรฝุ่นนั้นแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้ผลิต ต่อไปเราจะแนะนำฟังก์ชันเพิ่มเติมเพื่อเป็นตัวช่วยในการพิจารณาเลือกซื้อเครื่องดูดไรฝุ่น

  • ฟังก์ชันตบไรฝุ่น

ฟังก์ชันตบไรฝุ่นเป็นระบบสั่นสะเทือน ช่วยตบไรฝุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ในผ้าห่มและฟูกด้วยลูกกลิ้งหรือแปรง แผ่นสั่นสะเทือนจะทำให้ไรฝุ่นที่ติดค้างอยู่ตามเส้นใยผ้า

หลุดออกอย่างง่ายดายคล้ายกับการใช้ไม้ตีผ้าห่มหรือฟูกนอน ฟังก์ชันนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้หรือแพ้ละอองเกสรดอกไม้เป็นอย่างยิ่ง

แม้ว่าฟังก์ชันนี้จะถูกติดตั้งเป็นฟังก์ชันพื้นฐานสำหรับเครื่องดูดไรฝุ่นที่ใช้งานเฉพาะที่ แต่สำหรับเครื่องดูดไรฝุ่นอเนกประสงค์แล้วบางรุ่นอาจจะไม่มีฟังก์ชันนี้ ดังนั้นควรตรวจสอบให้ดีก่อนพิจารณาเลือกซื้อ

  • ฟังก์ชันแสง UV

ฟังก์ชันแสง UV สามารถช่วยกำจัดไรฝุ่นหรือตัวเรือดบนที่นอนได้ และหากคุณฉายรังสีซ้ำ ๆ ก็จะช่วยลดอัตราการตกค้างของไรฝุ่นและตัวเรือดลง ทั้งยังทำให้ไข่ของไรฝุ่นมีโอกาสฟักออกมาได้น้อย ส่งผลให้สามารถยับยั้งการเกิดใหม่ของไรฝุ่นได้

ดังนั้นเครื่องดูดไรฝุ่นรุ่นที่มีการติดตั้งฟังก์ชันแสง UV จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาทำความสะอาดที่นอนและผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมที่ไม่สะดวกในการขนฟูกออกไปตากแดด การใช้ฟังก์ชันแสง UV นี้

ไม่สามารถทำให้คุณกำจัดไรฝุ่นทั้งหมดได้ในครั้งเดียว ใครที่ต้องการกำจัดไรฝุ่นให้หมดไปอย่างชะงัด แนะนำให้หมั่นใช้ทำความสะอาดเครื่องนอนเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง หรืออาจใช้ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น สเปรย์กำจัดไรฝุ่น ควบคู่กันไป

  • ฟังก์ชันเซนเซอร์ตรวจจับฝุ่น

แม้ฟังก์ชันเซนเซอร์ตรวจจับฝุ่นนี้จะดูไม่ค่อยมีความจำเป็นเท่าไหร่นัก แต่กลับช่วยสร้างความสะดวกได้อย่างน่าประหลาดใจ เพราะใช้แสงในการแจ้งให้คุณทราบเมื่อสัมผัสบริเวณที่มีฝุ่นจำนวนมาก

ทำให้คุณสามารถทำความสะอาดจุดที่มองข้ามไปได้อย่างพิถีพิถัน ช่วยให้การทำความสะอาดเครื่องนอนเป็นเรื่องง่ายขึ้นและถือเป็นการกระตุ้นให้คุณอยากทำความสะอาดที่นอนได้อีกทาง

10 อันดับเครื่องดูดไรฝุ่น

1. เครื่องดูดไรฝุ่น JOWSUA รุ่น Vacuum UV Cleaner

เครื่องดูดไรฝุ่น JOWSUA รุ่น Vacuum UV Cleaner ขนาดสินค้า 30x20x30 ซม. น้ำหนัก 1.75 กก.พลังงาน 400W ใช้ไฟ 220V / 50Hz มีความจุเก็บฝุ่น 0.5 ลิตร ระดับเสียง น้อยกว่า 75 เดซิเบล ความยาวของสายไฟ 5 เมตร

เครื่องดูดไรฝุ่นและฆ่าเชื้อโรค Vacuum UV Cleaner ใช้พลังงานความร้อนที่เหมาะสม  ด้วยระบบ UV พลังงานสูง ฉีดพ่นฆ่าตัวเรือดตัวไร กำจัดเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรียต่าง ๆ เป็นสาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้ ไม่เป็นพิษต่อคน สัตว์เลี้ยง

และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพราะไม่ใช้สารเคมีจึงปลอดภัยต่อคนในบ้านโดยเฉพาะเด็ก ใช้งานและถอดล้างทำความสะอาดง่าย มีล้อสำหรับลากขณะใช้งานเพื่อความคล่องตัว

เครื่องตัวนี้ไม่ทำลายเส้นใยของผ้าขณะทำความสะอาดลงไปที่ฟูกที่นอน เครื่องนอน ผ้าม่าน และอีกหลากหลายผ้าตามที่ต้องการ

ข้อดี
ข้อด้อย

2. เครื่องดูดไรฝุ่น MBK Shopping Centerรุ่น HM81W

เครื่องดูดไรฝุ่น MBK Shopping Centerรุ่น HM81W เครื่องดูดไรฝุ่นจาก MBK  กำลังไฟ 350W มีน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.2 กก. ทำให้ยกใช้งานสะดวก ด้วยราคาที่เป็นมิตรและคุณภาพระดับดีเยี่ยมจึงถือเป็นเครื่องดูดไรฝุ่นอีกหนึ่งรุ่นที่เราแนะนำ

มีระบบหลอด UV ที่ปล่อยความร้อนสูงถึง 60 องศา ช่วยกำจัดแบคทีเรีย เชื้อโรค และไรฝุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ในที่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพหากใช้เป็นระยะเวลา 30 นาทีขึ้นไป

และระบบกรองฝุ่น HEPA Filter ช่วยดักจับฝุ่นที่มีอนุภาคเล็กที่คุณมองไม่เห็นแผ่นกรอง สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่าย

ข้อดี
ข้อด้อย

3. เครื่องดูดไรฝุ่น Mister Robot รุ่น BV

เครื่องดูดไรฝุ่น Mister Robot รุ่น BV เครื่องดูดไรฝุ่น Mister Robot ทำความสะอาดด้วยระบบ Power Dry System และ UV Technology ที่ช่วยปล่อยลมร้อนสูงสุดถึง 60 องศา มาทำให้ไรฝุ่นไม่สามารถยึดเกาะที่นอนได้

เพื่อให้มั่นใจว่าคนที่คุณรักจะปลอดภัยจากไรฝุ่น ใช้งานง่าย น้ำหนักเบา ออกแบบเพื่อทำความสะอาดพื้นผิวที่เป็นที่อยู่ของไรฝุ่นโดยเฉพาะ เช่น เตียง โซฟา ฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียด้วยหลอด UV ที่มีระยะคลื่นที่ระดับ 253.7 nm  HEPA Filter

ช่วยดักจับอนุภาคขนาดเล็กระดับ 0.3 ไมครอน ได้สูงสุดถึง 99.7% มาพร้อม Vibration Tab แผ่นสั่นสะเทือน ที่จะช่วยตบไรฝุ่นที่ซ่อนอยู่ได้เป็นอย่างดี

ข้อดี
ข้อด้อย

4. เครื่องดูดไรฝุ่น Philips รุ่น FC6230/01

เครื่องดูดไรฝุ่น Philips  รุ่น FC6230/01 ขนาดเครื่อง 42.5 × 30 × 19 ซม. น้ำหนัก 3 กก. กำลังไฟฟ้า 450 วัตต์ แรงดันไฟฟ้า 220V พิเศษด้วยระบบการทำงานโดยใช้แผ่นสั่นสะเทือนพลังสูง ทำงานพร้อมกัน 3 แผ่น

มีความเร็วในการตีตบที่พื้นผิวสูงถึง 10800 ครั้งต่อนาที เพื่อให้ฝุ่นที่ฝังลึกอยู่ภายในใยผ้า หลุดออกอย่างง่ายดาย ท่อดูดที่หน้าเครื่องจะดูดเก็บฝุ่นที่ฟุ้งออกมาเข้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่ตกค้างบนพื้นผิว ไม่ฟุ้งกระจาย

ฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียที่พื้นผิวด้วยหลอดยูวีคุณภาพสูง พร้อมแผ่นกรอง HEPA 12 ประสิทธิภาพสูง ดักจับไรฝุ่นและอนุภาคขนาดเล็ก ที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ได้ถึง 99.5 % กล่องเก็บฝุ่นแบบใส กว้าง ถอดล้างทำความสะอาดง่าย

ได้ผ่านการตรวจสอบจาก The British Allergy Foundation ว่าผลิตภัณฑ์นี้สามารถลดไรฝุ่นและฆ่าเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดอาการภูมิแพ้ ให้บ้านสะอาด ปราศจากสารก่อภูมิแพ้

ข้อดี
ข้อด้อย

5. เครื่องดูดไรฝุ่น Xiaomi รุ่น Xiaomi SWDK

เครื่องดูดไรฝุ่น Xiaomi รุ่น  Xiaomi SWDK ขนาด 324x270x170  มม.  น้ำหนัก 2.2 กก. เครื่องกำจัดไรฝุ่น อุปกรณ์ทำความสะอาดไรฝุ่น ไร้สาย ฆ่าเชื้อด้วยระบบ UV มีระบบสร้างความสั่นสะเทือนเวลาดูดฝุ่น

โดยจะตีไปที่หมอนหรือที่นอนความถี่ 8000 ครั้ง / นาที เพื่อสร้างการสั่นสะเทือน เพื่อทำให้ไรฝุ่นที่ซ่อนอยู่ตามหมอนและเตียงหลุดออกมาได้อย่างง่ายดาย  แรงดูดมากถึง 6000 Pa ซึ่งสามารถกวาดล้างไรฝุ่นได้อย่างหมดจด นอกจากนี้ยังมีหัวดูดแบบไม่มีแปรง

เพื่อป้องกันไม่ให้หมอนหรือที่นอนมีรอยขีดข่วนและบิดในระหว่างการใช้งาน ใช้แสง UV-C จาก Quartz Glass เพื่อฆ่าเชื้อและยับยั้งการแพร่กระจายของแบคทีเรียและเชื้อราบนหมอนและที่นอนของคุณ ไม่มีสายไฟคดเคี้ยวมาให้รำคาญใจขณะใช้งาน

ชาร์จหนึ่งครั้งทำงานได้นานถึง 25 นาที เสียงเบาขณะใช้งาน มอเตอร์คุณภาพสูงสามารถลดเสียงรบกวนได้หลายระดับ ต่ำสุดที่ 65 เดซิเบล ช่วยให้สมาชิกภายในครอบครัวได้มีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นค่ะ

ข้อดี
ข้อด้อย

6. เครื่องดูดไรฝุ่น Otto รุ่น HV-095

เครื่องดูดไรฝุ่น Otto รุ่น HV-095 ขนาด 27×37×18 ซม. น้ำหนัก 2 กก. กำลังไฟ 350 วัตต์/แรงม้า กรองฝุ่น ความจุ 0.35 ลิตร ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน  เพิ่มฟังก์ชันในการสั่น ทำให้ฝุ่นละอองออกง่ายดาย มีเทคโนโลยี UV 

ฆ่าเชื้อโรคได้อย่างรวดเร็ว มีพลังในการดูดสิ่งสกปรกสูง  มีตัวกรองฝุ่น 2 ชั้น สามารถกรองฝุ่นที่มีขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีแปรงหมุน สามารถกวาดไรฝุ่น เส้นผมและขนสัตว์ได้เป็นอย่างดี ด้ามจับถนัดมือ น้ำหนักเบา

ข้อดี
ข้อด้อย

7. เครื่องดูดไรฝุ่น D Kids รุ่นเครื่องดูดไรฝุ่น เกาหลี

เครื่องดูดไรฝุ่น D Kids รุ่นเครื่องดูดไรฝุ่น เกาหลี ขนาด 330 x 260 x 170 มม. น้ำหนัก 1.2 กก. น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย มีล้อสำหรับลากขณะใช้งานเพื่อความคล่องตัว พลังงาน 300W ใช้ไฟ 220V / 50Hz มีความจุเก็บฝุ่น 0.4 ลิตร ระดับเสียง น้อยกว่า 75 เดซิเบล

ความยาวของสายไฟ 5 เมตร เครื่องดูดไรฝุ่น UV สามารถกำจัดตัวเรือด รวมถึงไข่ตัวเรือด ไรฝุ่น เห็บหมัด กำจัดเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรีย  กำจัดกลิ่นเหม็นภายในบ้าน และทำให้เกิดโรคชนิดต่าง ๆ เช่นโรคภูมิแพ้ ผื่นคัน โรคผิวหนัง เหมาะสำหรับ โรงแรม โรงพยาบาล บ้านพัก

รวมทั้งที่พักอาศัยหรือสถานีที่ที่ห้ามใช้สารเคมีต่าง ๆ และยานพาหนะต่าง ๆ  ใช้อุณหภูมิความร้อนของไอน้ำที่เหมาะสม โดยไม่ทำลายเส้นใยของผ้าขณะทำการพ่นลงไปที่ฟูกที่นอน เครื่องนอน ผ้าม่าน ฯลฯ

ข้อดี
ข้อด้อย

8. เครื่องดูดไรฝุ่น MBK Shopping Center รุ่น HM115

เครื่องดูดไรฝุ่น MBK Shopping Center รุ่น HM115 ได้รับการออกแบบที่พิถีพิถัน โดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด มีรูปทรงสวยงาม น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย

ออกแบบด้ามจับให้ใช้งานได้ง่าย ช่วยให้ที่นอนสะอาด ปลอดไรฝุ่น ดีต่อทุกคนในครอบครัว ฆ่าเชื้อด้วยลำแสง UV ใช้งานง่าย เล็กและเบา ดูดได้รวดเร็ว เสียงไม่ดังจนเกินไป พลังดูด 10 KPA รัศมีการทำงาน 5 เมตร

ข้อดี
ข้อด้อย

9. เครื่องดูดไรฝุ่น Deerma รุ่น CM300-S

เครื่องดูดไรฝุ่น Deerma รุ่น CM300-S ตัวเครื่องออกแบบมาสำหรับการทำความสะอาด ที่นอน หมอน ผ้า โซฟา และเบาะรถ ฯลฯ ระบบดูดแบบ Cyclone Collector ด้วยคุณสมบัติพิเศษของตัวจะมีแสงอัลตราไวโอเลต (แสง UV) เพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรค

แบคทีเรีย ที่ช่วยและเชื้อโรคที่เกาะแน่นลึก ให้ถูกทำลายได้อย่างง่ายดาย สามารถกำจัดเชื้อโรค แบคทีเรียและไรฝุ่นได้ถึง 99.9 % กำจัดไรฝุ่น ตัวเรือด เห็บหมัด ขนสัตว์ แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนัง

ข้อดี
ข้อด้อย

10. เครื่องดูดไรฝุ่น Xiaomi รุ่น Mites Vacuum Cleaner

เครื่องดูดไรฝุ่น  Xiaomi รุ่น Mites Vacuum Cleaner ผลิตจากวัสดุ ABS มีความแข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้นาน กำลัง 450W  แรงดันไฟฟ้า  220V แรงดันไฟฟ้าขาเข้า 200V ความถี่ 50Hz  การฆ่าเชื้อด้วยแสง UV สูงสุด

อัตราฆ่าไรฝุ่น 99.9 %  กำจัดไรฝุ่นได้ถึง 4 ชั้นรวมถึงแสง UV อุณหภูมิสูงการสั่นสะเทือนและการดูด  แผ่นกรอง HEPA แบบสองชั้นสำหรับการกรองฝุ่นและไรฝุ่น ด้ามจับที่ออกแบบใช้งานได้สะดวกมือ

ข้อดี
ข้อด้อย

บทสรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ เครื่องดูดไรฝุ่นยี่ห้อไหนดี มีให้เลือกมากมายล้วนมีคุณสมบัติช่วยปกป้องดูแลสุขภาพของคนที่คุณรักที่อาจเกิดปัญหาสุขภาพได้หากไม่ได้รับการป้องกัน

เครื่องดูดฝุ่นจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาหาข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจต่อไป พบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่ะ

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  ชั้นวางรองเท้า ยี่ห้อไหนดี
By KJDOO

Related Posts