Friday, November 15

ลู่วิ่งไฟฟ้า (Electric Treadmill)

ปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่าผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น มีการออกกำลังกาย ตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น สวนสาธารณะ ฟิตเนส หรือ ตามห้างสรรพสินค้าที่จะจัดลานไว้ให้ลูกค้าได้เต้นแอโรบิค แต่หลายคนก็อาจจะติดปัญหาที่ว่ากว่าจะเลิกงานก็ค่ำแล้ว ครั้นจะไปเดินตามสวนสาธารณะก็ไม่สะดวก จะไปตามห้างไปถึงห้างก็ใกล้จะปิด หรือ บางคนอาจจะไม่ชอบที่จะออกกำลังกายต่อหน้าผู้คน ชอบที่จะออกกำลังกายในบ้านคนเดียวเพื่อความเป็นส่วนตัว จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนสมัยนี้จึงนิยมเลือกซื้อเครื่องออกกำลังกายไว้ในบ้าน

หนึ่งในตัวเลือกเครื่องออกกำลังกายที่มีไว้ในบ้านนั่นก็คือ “ลู่วิ่งไฟฟ้า”

ลู่วิ่งไฟฟ้า

ลู่วิ่งไฟฟ้า เป็นเครื่องออกกำลังกายที่หลาย ๆ คนมักจะนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เพราะด้วยความสะดวกและสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ง่าย ๆ เพียงแค่วิ่งตามโปรแกรมที่ลู่วิ่งมีมาให้ ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อลู่วิ่งไฟฟ้าเราจะต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง วันนี้เราเลยจะมานำเสนอให้คุณ ๆ ได้พิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนการซื้อ “ลู่วิ่งไฟฟ้า”

มอเตอร์ ความแรงของมอเตอร์ “แรงม้า”คือหน่วยวัดกำลังของมอเตอร์ลู่วิ่งไฟฟ้า ขนาดของแรงม้าก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน

  • 1 แรงม้า (HP) ไว้ใช้สำหรับเดิน
  • 2-3 แรงม้า (HP)  ไว้ใช้สำหรับวิ่งที่บ้าน
  • 4-5 แรงม้า (HP)  ไว้ใช้สำหรับวิ่งที่ฟิตเนส

ถ้าเราจะซื้อไว้ใช้ที่บ้าน 1-3 แรงม้า ก็เพียงพอกับการใช้งาน

ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson 4

ขนาดพื้นที่วิ่ง พื้นที่วิ่ง คือ ส่วนที่เท้าสามารถสัมผัสได้ วัดค่าเป็น “เซนติเมตร”  กว้างxยาว ความกว้างของลู่วิ่งแนะนำให้ไม่ต่ำกว่า 40 เซนติเมตร ส่วนความยาวไม่ต่ำกว่า 100 เซนติเมตร ด้วยความยาวขนาดนี้ใช้สำหรับเดิน ความยาวไม่ต่ำกว่า 120 เซ็นติดมตร ใช้สำหรับวิ่งทั่วไป และ ถ้าหากความยาวไม่ต่ำกว่า 135 เซนติเมตรตัวนี้จะมีไว้สำหรับคนที่มีส่วนสูงเกิน 180 เซนติเมตร

พื้นที่การวิ่ง

ความเร็วลู่วิ่งไฟฟ้า ส่วนมากที่ใช้ในบ้านจะทำความเร็วสูงสุดได้ตั้งแต่ 14-22 กม./ชม หากคุณวิ่งเพื่อออกกำลังกายใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าที่ทำความเร็วสูงสุดได้ 14-15 กม./ชม. ก็เพียงพอ

การรับน้ำหนักของลู่วิ่งไฟฟ้า การเลือกซื้อที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวคุณต้องคำนึงถึง 3 ปัจจัย คือ

  • น้ำหนักคนวิ่ง เมื่อเรารู้น้ำหนักของคนที่จะวิ่งเราก็จะสามารถรู้น้ำหนักของเครื่องและกำลังของมอเตอร์ที่เราต้องการจะใช้งาน
  • น้ำหนักเครื่อง แนะนำให้มองหาลู่วิ่งไฟฟ้าที่หนักเท่าตัวคุณเป็นอย่างน้อยเพื่อความเสถียรในการวิ่ง
  • ขนาดมอเตอร์ ลู่วิ่งไฟฟ้าที่ใช้ในบ้าน ควรมีกำลัง 2-3  แรงม้า หากน้ำหนักตัว 80-100 กิโลกรัมควรมองหามอเตอร์ 3 แรงม้า หากน้ำหนักตัวอยู่ที่ 50-80 กิโลกรัมควรใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าขนาด  2 แรงม้า

ความชันที่ปรับได้ ปกติลู่วิ่งไฟฟ้าส่วนมากจะปรับความชันได้ระหว่าง 12-15% จากพื้น ซึ่งจะให้ความรู้สึกเหมือนการวิ่งขึ้นเขา ยิ่งปรับความชันได้มากเท่าไร คุณก็จะยิ่งเผาผลาญไขมัน และใช้พละกำลังของหัวใจมากขึ้นเท่านั้น

ระบบลดแรงกระแทก ลู่วิ่งไฟฟ้าที่ดีจะมีระบบรับแรงกระแทก เพื่อช่วยทำให้การวิ่งนุ่มสบายและไม่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็ว

หน้าจอและโปรแกรม ลู่วิ่งไฟฟ้าหน้าจอและฟังก์ชั่นแต่ละตัวนั้นจะแตกต่างกัน แต่หลัก ๆ ต้องมี  6 ฟังก์ชั่น คือ ความเร็ว ค่าความชัน แคลอรี่ที่เผาผลาญ ระยะที่วิ่ง การเต้นของหัวใจ และเวลาในการวิ่ง

การรับประกัน คือ สิ่งสำคัญในการตัดสินใจในการที่เราจะเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้ายี่ห้อนั้น  ๆ เราจะต้องสอบถามให้ละเอียดถึงเงื่อนไขการรับประกัน เช่น หากเสียต้องทำยังไง ชิ้นส่วนไหนรับประกันบ้าง แจ้งซ่อมได้ที่ไหน อย่าตัดสินใจซื้อลู่วิ่งไฟฟ้าเพียงดูแค่ระยะเวลาในการรับประกัน

บริการหลังการขาย แนะนำให้สอบถามเงื่อนไขการบริการหลังการขายโดยจะแบ่งออกเป็น ช่วงระยะเวลารับประกัน และนอกระยะเวลารับประกัน ให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจซื้อ

ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า เราต้องมั่นใจแล้วว่าเราจะใช้งานมันอย่างคุ้มค่า คุ้มราคา เพราะราคาลู่วิ่งไฟฟ้ามีราคาค่อนข้างสูง หากเราซื้อไปแล้วกลายเป็น “ราวตากผ้าเช็ดตัว” ก็ไม่คุ้ม เพราะสมัยนี้เงินทองหายากมาก ๆ จ้า

[ratings]