กระทะไฟฟ้า ปิ้งย่างอเนกประสงค์ ยี่ห้อไหนดี 2018

กระทะไฟฟ้า ปิ้งย่างอเนกประสงค์ ยี่ห้อไหนดี 2018

Home Appliances
ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวกับการทำอาหารได้เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เตาแม่เหล็กไฟฟ้า เตาอบไมโครเวฟ หม้อทอดไร้น้ำมัน เตาอบขนม หม้ออบลมร้อน เตาอบไฟฟ้า หม้อหุงข้าวไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า กระติกน้ำร้อย ที่ปิ้งขนมปังฯ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใน แฟรต หอพัก อพาร์ทเม้นท์ คอนโด เพราะช่วยให้สะดวก ง่ายในการใช้งาน ในการทำอาหาร แถมประหยัดพื้นที่ เคลื่อนย้ายได้สะดวก ยิ่งวัยทำงาน ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว เพราะต้องให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องเร่งรีบอยู่เสมอ อย่างเช่นกระทะไฟฟ้าก็เป็นอุปกรณ์ทำอาหาร ที่ขาดไม่ได้เช่นกัน เพราะทำอาหารได้หลายอย่างนอกจาก ต้มผัด แกง ทอด แล้วยังใช้เป็นหม้อนึ่ง หรือจะใช้เป็นหม้อสุกี้ก็ได้ แถมราคาก็ไม่แพง กระทะไฟฟ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้สำหรับปรุงอาหารโดยการอาศัยความร้อนที่ได้จากผิวของกระทะไฟฟ้า เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปที่ขดลวดความร้อนจะทำให้ลวดความร้อนนี้ร้อนขึ้นเรื่อยๆและแพร่กระจ่ายมายังผิวของกระทะอย่างรวดเร็ว ทำให้ปรุงอาหารสุกได้เร็ว บางรุ่นก็สามารถปรับระดับความร้อนได้ กระทะไฟฟ้านั้นก็มีหลาย แบบ หลายขนาด หลากหลายยี่ห้อ มีทั้งแบบธรรมดา และแบบเคลือบเทปลอน ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจชื้อเรามาลองดูวิธี การเลือกชื้อกันก่อนค่ะ 1.อับดับแรกดูเรื่องความปลอดภัย โดยดูจากวัสดุที่นำมาใช้ว่ามีคุณสมบัติการใช้งานปลอดภัยหรือไม่ ข้อต่อสาย รวมทั้งข้อต่อของตัวทำความร้อน ต้องทำด้วยวัสดุทนความร้อน ทนต่อการกัดกร่อน หรือผ่านกรรมวิธีป้องกันการเป็นสนิม 2.สะดวก ใช้งานง่าย แค่เสียบปลั๊ก เปิดสวิตซ์ เลือกไฟ 3.มีฟังชั่น ระดับความร้อน กับตั้งเวลา ร้อนเร็ว และร้อนจัด ปรับได้ตามต้องการ 4.กระทะไฟฟ้าต้องมีความแข็งแรง ทนทาน ทำด้วยวัสดุที่มีคุณภาพ ตัวกระทะที่จับและลูกบิดปรับอุณหภูมินั้นต้องยึดอยู่อย่างมั่นคง 5.ทำความสะอาดง่าย กระทะไฟฟ้าแบบธรรมดาจะทำความสะอาดง่ายกว่าแบบเทปลอน หากทอดไข่หรือทำอาหารที่ต้องติดก้นกระทะ การล้างทำความสะอาดจะเป็นเรื่องยุ่งยาก ยิ่งเป็นเทปลอนด้วยแล้ว การทำความสะอาดยิ่งต้องระวัง หากเป็นกระทะไฟฟ้าแบบธรรมดาทำความสะอาดจะง่ายกว่า 6.ขนาดของกระทะ เลือกขนาดให้เหมาะสมกับปริมาณอาหารที่ต้องการทำ และขนาดให้พอดีกับจำนวนของสมาชิกในบ้าน 7.กระทะไฟฟ้าหลายรุ่น มีซึ้งสำหรับนึ่ง ควรเลือกขนาดของซึ้งให้เท่าๆ กับขนาดของหม้อหุงข้าวไฟฟ้าเพื่อจะได้ใช้ด้วยกันได้ 8.แบบตัวถังโลหะ ย่อมจะทนทานกว่าแบบพลาสติก ล้างทำความสะอาดง่าย แต่ต้องระวังเรื่องสนิม 9.การเลือกยี่ห้อที่เป็นที่นิยม ก็บ่งบอกถึงคุณภาพได้อีกส่วนหนึ่ง และควรเลือกชื้อกระทะไฟฟ้าที่มีเครื่องหมายมาตรฐานเฉพาะในด้านความปลอดภัย ลองมาดู 10 ตัวอย่างกระทะไฟฟ้าที่เรานำมาแนะนำค่ะ 1.Imarflex กระทะไฟฟ้าอเนกประสงค์ รุ่น EP-751 เช็คราคาและส่วนลด !! กระทะไฟฟ้าอเนกประสงค์ จากแบรนด์ "IMARFLEX" มาพร้อมกับความจุ 1.1 ลิตร  เหมาะกับจำนวนสมาชิก 1-2 คน ซึ่งใช้งานได้หลายประเภท ต้ม ทอด ปิ้งย่าง สามารถปรับอุณหภูมิได้ตามความต้องการ ร้อนเร็วทั้งหม้อต้มและปิ้งย่างเคลือบเทปลอนทำให้อาหารไม่ติดกระทะ ทำความสะอาดง่าย มาพร้อมฝาแก้วคุณภาพดี ทนความร้อนสูง ขนาดพอดีกับพื้นที่น้อยๆไม่เปลืองเนื้อที่ ระบบตัดไฟอัตโนมัติ หม้อต้มทำจากแสตนเลสเนื้อดี มีกระทะเคลือบเทปลอนสำหรับปิ้ง ย่าง สามารถถอดสลับใช้งานร่วมกันได้ ขนาด (กว้างxยาวxสูง) :24 × 15.5 × 24 ซม.…
Read More
ถุงสูญญากาศใส่เสื้อผ้า เลือกซื้อแบบไหนดี

ถุงสูญญากาศใส่เสื้อผ้า เลือกซื้อแบบไหนดี

Home Appliances
ทำอย่างไรกับเสื้อผ้าที่เต็มแน่นจนทะลักออกมาจากตู้เสื้อ เก็บยังไงก็ไม่หมด ยิ่งพักอยู่คอนโด อพาร์ทเมนท์ หรือนักศึกษาที่อยู่หอพัก พื้นที่ก็จำกัดแล้วจำกัดอีก จะชื้อตู้เสื้อผ้าเพิ่มก็ไม่มีพื้นที่ไว้  แถมงบประมาณก็บานปลายอีก  เบื่อไหมที่ต้องยัดเข้าตู้จนเหม็นกลิ่นอับชื้น เผลอๆวันดีคืนดีรื้อออกมาดันขึ้นราอีก หากคุณไม่อยากให้เสื้อผ้าของคุณต้องเหม็นกลิ่นอับ ขึ้นรา มีแบคทีเรียหรือแมลงต่างๆ เรามีตัวช่วยค่ะ เพียงใช้ถุงสุญญากาศช่วยเก็บเสื้อผ้า ประหยัดพื้นที่ได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ตู้เสื้อผ้าของคุณเป็นระเบียบและยังสามารถใช้ได้กับการเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ทำให้กระเป๋าเดินทางของคุณมีพื้นที่เพิ่มมากขั้น ถุงสุญญากาศหรือ ถุงแพ็คสุญญากาศที่เรารู้จักกันนั้น คือถุงที่มีการซึมผ่านของอากาศ ได้น้อยมาก ส่วนใหญ่นิยมใช้กันในการถนอมอากาศเพื่อเก็บรักษาคุณภาพป้องกันการเสื่อมเสียของอาหารจากจุลินทรีย์ที่ต้องการออกซิเจน เช่น รา  ทุกชนิด และกลิ่นหืน  ช่วยคงความสดและคุณค่าทางโภชนาการและยืดอายุของผลิตภัณฑ์ให้ยาวนาน ปัจจุบันได้พัฒนานำมาใช้บรรจุเสื้อผ้า ของใช้ต่างๆ เช่น ตุ๊กตา ของเล่น ผ้านวม  หมอน ฯเพื่อให้ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บและใช้กับการเดินทาง การจัดกระเป๋าเดินทาง  ถุงสุญญากาศถือได้ว่าอุปกรณ์การเดินทางที่นักเดินทางส่วนใหญ่เลือกใช้ เพราะพื้นนี้ภายในกระเป๋านั้นมีจำนวนจำกัด จึงต้องใช้ถุงสุญญากาศเข้ามาช่วย โดยจะนำของใช้ในแต่ละประเภทมาแยกออกจากกันให้เป็นระเบียบและนำไปใส่ในถุงสุญญากาศ เมื่อใส่ของใช้ในแต่ละประเภทเสร็จแล้ว ก็ให้รีดลมออกจากถุงสุญญากาศให้มากที่สุด หรือใช้กระบอกสูบ สูบลมออกมาจากถุงสุญญากาศโดยสูบจากหัวสูบที่ติดมากับถุง เพื่อดูดเอาอากาศด้านในจากถุงใส่เสื้อผ้าสุญญากาศออกให้หมด จนเรียบแบนได้ที่ จึงนำมาจัดลงในกระเป๋า ช่วยลดพื้นที่ของกระเป๋าเดินได้ ที่สำคัญคือ ช่วยป้องกันความชื้นและกันน้ำได้ ทำให้เสื้อผ้าไม่ขึ้นราหรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ และนอกจากนั้นยังสามารถนำมาใช้งานภายในบ้านได้ โดยการใช้เก็บผ้านวมหรือชุดเครื่องนอนต่าง ๆ ที่มีขนาดใหญ่ ทำให้กินพื้นที่จัดเก็บ จึงช่วยลดพื้นที่จัดเก็บได้ โดยการนำผ้านวมมาใส่ถุงสุญญากาศและรีดเอาอากาศออกโดยใช้กระบอกสูบจนเหลือผ้านวมขนาดแบนราบ เท่านี้ก็สามารถนำไปเก็บใส่ตู้ได้แบบสบาย ๆค่ะ ส่วนวัสดุที่นำมาทำถุงสุญญากาศนั้น ส่วนใหญ่จะใช้วัสดุที่ทำมาจาก พอลิเอทิลีน (Polyethylene, PE) จะมีลักษณะ นิ่ม และเหนียว ได้รับการแปรรูปเป็นฟิล์มถึง 65% เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการหีบห่อ เช่น ใช้ทำเป็นฟิล์มหดรัด (shrink film) , ฟิล์ม , ฟิล์มยึดรัดรูป (streth film) ถุงบรรจุสิ่งของที่มีน้ำหนักสูง ถุงบรรจุเสื้อผ้า , ถุงบรรจุอาหารแช่แข็ง การเลือกซื้อถุงสูญญากาศ ควรเลือกถุงสุญญากาศที่มีความนิ่มไม่แข็งกระด้าง มีความทนทาน เหนียว ยืดหยุ่นได้ดี ถุงสุญญากาศนั้น จะมีด้วยกัน 2 แบบ แบบมีวาล์วดูดอากาศที่สามารถใช้ที่สูบดูดออกได้ และแบบ มือม้วน เราลองมาดูวิธีใช้กันค่ะ วิธีใช้ถุงสูญญากาศแบบมีวาล์วดูดอากาศ นำเสื้อผ้าที่ต้องการจัดเก็บ ใส่ใน ถุงสุญญากาศ ปิดปากถุงให้สนิท ด้วยการใช้คลิปรูด โดยไม่แกะลิ้นออก เปิดฝาวาล์วออก แล้วนำกระบอกสูบ หรือปั๊มลมไฟฟ้ามาสูบลมออก(บางรุ่นสามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นออกได้ค่ะ) หลังจากสูบลมออกแล้ว ถุงจะแบนลง และเป็นสุญญากาศ ให้นำฝาวาล์วมาปิด เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมแพ็คลงกระเป๋า หรือจัดเก็บไว้ในตู้ได้เลยค่ะ วิธีใช้ถุงสูญญากาศแบบมือม้วน 1.นำเสื้อผ้าจัดเก็บ ใส่ในถุงสุญญากาศให้เรียบร้อย ทำความสะอาดบริเวณซิป เว้นที่ระหว่างเสื้อและซิป 1 ซม. 3 .รูดคลิปเพื่อปิดซิปไปมา 3-4 ครั้ง และตรวจสอบว่าถุงปิดสนิทดี 4 .จากนั้นก็บิดเปิดรูที่อยู่ตรงก้นถุง แล้วค่อยๆม้วนถุงจากซิปไปก้นถุงเพื่อรีดลมออก แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมแพ็คลงกระเป๋าได้เลยค่ะ…
Read More
หม้อหุงข้าว ยี่ห้อไหนดี ปี 2018

หม้อหุงข้าว ยี่ห้อไหนดี ปี 2018

Home Appliances
ข้าวเป็นอาหารหลักของของคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันการที่จะได้ข้าวมารับประทานเราต้องนำข้าวมาหุงให้สุกก่อนแต่ในสมัยก่อนการหุงข้าวเราต้องก่อไฟหุงข้าวแต่มาในยุคปัจจุบันนี้เราไม่ต้องก่อไฟหุงข้าวอีกต่อไปเพราะมีเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณนั่นก็คือ หม้อหุงข้าว นั่นเอง หม้อหุงข้าวไม่ใช่จะหุงข้าวได้อย่างเดียวแต่สามารถประกอบอาหารได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ต้ม นึ่ง ตุ๋น ก็สามารถทำได้ คุณคงมีคำถามในใจแล้วว่าจะเลือกหม้อหุงข้าวอย่างไรดี หม้อหุงข้าวมีหลายยี่ห้อให้คุณได้เลือกซื้อไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ Panasonic ยี่ห้อ SHARP ยี่ห้อ Otto ยี่ห้อ ELECTROLUX ยี่ห้อ Toshiba ยี่ห้อ Philips และยี่ห้ออื่นๆอีกมากมายหากคุณกำลังมองหาหม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติครบครันพร้อมฟังก์ชันที่ให้มากกว่าการหุงข้าวแต่ยังสามารถทำเมนูอาหารได้หลายเมนูนอกจากนี้ยังพกพาและเคลื่อนย้ายได้ง่าย มีน้ำหนักเบา ขนาดกะทัดรัด และตอบโจทย์ความสะดวกสบายที่แท้จริงของคุณเรามี 10 อันดับหม้อหุงข้าวที่น่าใช้มาให้คุณลองพิจารณาการค่ะ ไปกันเลยจ้า 1. Otto หม้อหุงข้าว - รุ่น CR-110 1 ลิตร คละลาย เช็คราคาและส่วนลด !! อิ่มอร่อยไปกับข้าวสวยร้อนๆ ด้วย หม้อหุงข้าวยี่ห้อ OTTO รุ่น CR – 110 ขนาด 1 ลิตร ในราคาที่คุ้มค่าและประหยัดใช้วัสดุคุณภาพดีมีระบบอุ่นอัตโนมัติและมีหลายลายให้คุณได้เลือกใช้งานง่ายมีมาตรบอกอัตราส่วนของน้ำและข้าวคุณสามารถหุงข้าวออกมาได้สวยและไม่แฉะ หม้อหุงข้าว OTTO ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพมีหูจับให้คุณหยิบจับได้สะดวกหม้อหุงข้าว OTTO มีการเคลือบผิวหม้อเพื่อป้องกันข้าวติดหม้อให้คุณได้อุ่นใจขณะใช้หม้อหุงข้าว OTTO คะ ข้อดี ราคาประหยัดเพียง 299 บาท มีระบบอุ่นอัตโนมัติ ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้ว มีการเคลือบผิวหม้อเพื่อป้องกันข้าวติดหม้อ ข้อด้อย ไม่มีโหมดอื่นนอกจากหุงข้าว 2. Toshiba หม้อหุงข้าวดิจิตอล รุ่น RC-10NMF(WT)A 1 ลิตร เช็คราคาและส่วนลด !! ให้คุณได้สัมผัส และลิ้มรสชาติข้าวสวยร้อนๆ ด้วยหม้อหุงข้าวดิจิตอล Toshiba ขนาด 1 ลิตร สีขาว หม้อหุงข้าวยี่ห้อ Toshiba เป็นหม้อหุงข้าวระบบดิจิตอลก้นหม้อหนาถึง 4 มม. สามารถตั้งเวลาล่วงหน้าได้นานถึง 14 ชั่วโมง และมีหน้าจอ LCD เป็นนาฬิกาบอกเวลา คุณสามารถหุงข้าวได้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นข้าวสวย ข้าวเหนียว ข้าวกล้องหรือจะทำข้าวต้มหรือโจ๊กก็สามารถทำได้มีฟังก์ชั่นสำหรับตั้งเวลาตุ๋นได้นาน 1-4 ชั่วโมง และเพิ่มฟังก์ชั่นสำหรับตั้งเวลานึ่งได้นาน 1-60 นาทีคุณสามารถทำอาหารประเภทตุ๋นและนึ่งได้อย่างง่ายดายคะและยังมีโปรแกรมหุงด่วนให้คุณไม่ต้องทนหิวเพราะโปรแกรมหุงด่วนจะช่วยเร่งข้าวให้สุกเร็วทันใจคุณเพียง 15 นาทีและยังมีโปรแกรมปรุงอาหารถึง 10 เมนูไม่ว่าคุณจะทำอาหารประเภทไหนก็สามารถทำได้ นอกจากนี้หม้อหุงข้าว Toshiba ยังสามารถทำขนมเค้กได้อีกด้วย หม้อด้านในยังเคลือบสาร Healthy Flon ทำให้ข้าวไม่ติดก้นหม้อทำความสะอาดง่ายและมีการรับประกันแผ่นความร้อน 5 ปี โดย Toshiba อีกด้วยคะ ข้อดี โปรแกรมปรุงอาหาร 10 เมนู ตั้งเวลาหุงได้ เคลือบสาร Healthy Flon ทำให้ข้าวไม่ติดก้นหม้อ สามารถทำขนมเค้กได้…
Read More
เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี ปี 2018

เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี ปี 2018

Home Appliances
คนส่วนใหญ่นิยมดื่มกาแฟกันเป็นจำนวนมาก กาแฟ เป็นผลผลิตที่ได้จากพืชชนิดหนึ่งคือ ต้นกาแฟ (Coffee Tree: Coffea) ผลกาแฟมีลักษณะเป็นผลกลมรี ภายในจะมีเมล็ด 2 เมล็ดประกบกันโดยทั่วไปแล้ว จะนิยมเรียกผลดิบนี้ว่าเชอรี่ (Cherry) ส่วนที่เรานำมารับประทานคือ เมล็ด ซึ่งต้องนำมาผ่านกระบวนการแยกเนื้อออกก่อน หลังจากนั้นจึงนำเมล็ดมาตากแห้งเมื่อได้เมล็ดแห้ง (Green beans) แล้ว เกษตรกรจึงนำไปขายให้แก่พ่อค้าโครงการหรือโรงงานคั่ว ซึ่งโรงงานคั่วจะคั่วกาแฟที่เลือกซื้อมาคั่วตามสูตรเฉพาะของตัวเอง จากนั้นจึงบรรจุถุงและส่งขายอีกทีหนึ่ง  กาแฟมีด้วยกันหลายสายพันธ์ แต่สายพันธ์ที่เป็นที่นิยมและรู้จัก คือ อาราบิก้าและโรบัสต้า หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ การได้ดื่มกาแฟที่หอมกรุ่นและรสชาติดี ในทุกๆ เช้า หรือบางท่านอาจดื่มได้หลายๆ เวลาในแต่ละวัน เป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้สามารถทำงานหรือกิจกรรมอื่นได้อย่างคล่องแคล่ว  ไม่ง่วงเหงาหาวนอน เพื่อปลุกสมองให้มีความตื่นตัว คลายความเหนื่อยทั้งทางกายและทางใจ แต่จะดีแค่ไหน ถ้าคุณมีเครื่องชงกาแฟไว้ที่บ้านสักเครื่องหนึ่งที่ คุณสามารถชงเองได้ สดๆ ใหม่ๆ ให้ในทุกๆ เช้าของคุณได้มีกาแฟถ้วยโปรด ที่หอมกรุ่นและรสชาติดี  แถมยังเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายที่ต้องเข้าร้านกาแฟในทุกๆวันอีกด้วย  เครื่องชงกาแฟ หลายท่านอาจจะคิดว่ามีราคาที่สูงมากเกินไป อาจจะมีงบประมาณไม่เพียงพอที่จะซื้อมาไว้ที่บ้านได้อาจจะเห็นจากตามร้านกาแฟต่างๆ แต่ในปัจจุบัน ได้มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้า คือเครื่องชงกาแฟ ให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด มีการใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก ราคาไม่แพงมากนัก มาให้คนที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ สามารถชงเองที่บ้านได้อย่างง่ายดาย สามารถหาข้อมูล รายละเอียดก่อนการเลือกซื้อ เพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ ไม่จำเป็นต้องเลือกกขนาดหรือรุ่นตามร้านขายกาแฟทั่วไปก็ได้ เรามาดูประเภทของเครื่องชงกาแฟว่ามีกี่ประเภทกันคะ เครื่องชงกาแฟแต่ละประเภทมีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ความแตกต่างของรสชาติกาแฟ ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องชงกาแฟนั้นด้วย เครื่องกาแฟมีทั้งหมด  7 ประภทด้วยกัน 1. เครื่องชงกาแฟแบบหยดหรือแบบดริป (Drip Coffee Maker) หลักการทำงานเพียงแค่ใส่น้ำลงในส่วนที่ใช้น้ำขัง เมื่อน้ำเดือดก็จะถูกจ่ายผ่านไปยังด้านบนของผงกาแฟที่อยู่ในฟิลเตอร์ น้ำที่ผ่านมาจะไหลผ่านผงกาแฟ ฟิลเตอร์ และหยดลงเป็นน้ำกาแฟใส่กาที่รองรับอยู่บนฐานที่มีแผ่นความร้อนด้านล่าง 2. เครื่องชงกาแฟแบบเป็นกาหยดหรือแบบนีโอโพลิแทน ดริปพอต (Neopolitan Drip Pot) หลักการทำงาน การทำงานคล้ายเครื่องชงกาแฟแบบดริป แต่จะไม่มีพ่วงกา กาแฟจะถูกบดใส่ลงไปในถ้วยกรอง ซึ่งอยู่ภายในตะกร้าของหม้อเครื่อง 3. เครื่องชงกาแฟแบบฝรั่งเศสหรือเฟรนซ์เพรส (French Press) หลักการทำงาน มีลักษณะเป็นแบบลูกสูบ ตัวเครื่องประกอบด้วย กระบอกแก้วและก้านโลหะตรงกลาง มีด้ามจับอยู่ตรงด้านนอกของกระบอก มีปากของกาไว้สำหรับริน ส่วนล่างของตัวเครื่องเป็นแบบฟิลเตอร์ เมื่อจะชงกาแฟ ให้ใส่ผงกาแฟลงในกระบอก รินน้ำร้อนใส่ให้ท่วมผงกาแฟ รอจนชุ่มน้ำจึงกดลูกสูบลงจึงได้น้ำกาแฟออกมา 4. เครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ (Espresso) เป็นเครื่องชงกาแฟที่นิยมใช้กันมากในร้านกาแฟที่มีขนาดกลาง หลักการทำงาน ใช้หลักการจากความดันไอน้ำ เพื่อกลั่นเอารสชาติของกาแฟออกมา โดยที่ใช้น้ำน้อยที่สุด โดยรสชาติที่ได้ จะมีความหอมอย่างเต็มที่ โดยเครื่องชงกาแฟประเภทนี้จะมีการผลิตออกมาหลายแบบและหลายขนาด ซึ่งถ้าขนาดใหญ่ราคาก็จะสูงตามไปด้วยสูงตามไปด้วย 5. เครื่องชงกาแฟแบบมอคคาพอต (Mocca pot) เครื่องชงประเภทนี้มีหลักการเกี่ยวกับความดันไอน้ำคล้ายๆกับแบบเอสเปรสโซ โดยตัวเครื่องจะแยกออกเป็นสองส่วน ส่วนล่างเป็นส่วนใส่น้ำ ส่วนบนมีฟิลเตอร์สำหรับใส่ผงกาแฟ เมื่อต่อสองส่วน เข้าด้วยกันจะมี หลักการทำงาน คือ เครื่องจะทำงานโดยต้มน้ำกลั่นไอผ่านผงกาแฟ เมื่อเครื่องหยุดเดือด…
Read More
ตู้เย็น ยี่ห้อไหนดี ปี 2018

ตู้เย็น ยี่ห้อไหนดี ปี 2018

Home Appliances
เมื่อพูดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญ และมีความจำเป็นอย่างมากภายในบ้าน หลายคนคงนึกถึง "ตู้เย็น" เป็นอันดับต้นๆ เพราะตู้เย็นมีประโยชน์ใช้สอยในเรื่องของการเก็บรักษาความเย็น ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม เครื่องดื่ม อาหารสด ผัก ผลไม้ต่างๆ เป็นตัวช่วยการถนอมอาหารไม่ให้บูดเน่าเสียได้ง่าย ทำให้อาหารอยู่ได้นานขึ้น ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตให้ทันสมัยตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก มีหลากหลายรุ่น ยี่ห้อให้เลือกสรร โดยก่อนการเลือกซื้อเราควรศึกษา หาข้อมูล เพื่อช่วยประกอบในการตัดสินใจว่าเราควรจะเลือกตู้เย็นแบบไหนที่ตรงตามความต้องการของเรา  เปรียบเทียบระหว่างรุ่น ยี่ห้อไหนดี รวมไปถึงราคาของสินค้าเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกซื้อตู้เย็น เราไปดูกันเลยค่ะการเลือกซื้อตู้เย็นให้เหมาะสม ขนาดและความจุของตู้เย็น ขนาดและความจุเป็นสิ่งที่สำคัญอีกข้อหนึ่ง ก่อนการเลือกซื้อเราต้องเตรียมข้อมูลขนาดของพื้นที่ ตำแหน่งที่เราต้องการจะจัดวาง และจำนวนสมาชิกภายในบ้านของเรา หลักเกณฑ์ง่ายเลยก็คือ ดูจำนวนสมาชิกภายในครอบครัวของเรา และสถานที่การจัดวางตู้เย็นด้วย เช่น มีสมาชิก 2 คนปริมาณคิวที่เหมาะสมอย่างต่ำสุดคือ 2.5 คิวขึ้นไป ครอบครัวขนาดกลางสมาชิก 3-4 คนปริมาณคิวที่เหมาะสม 12-18 คิว ครัวขนาดใหญ่สมาชิก 5 คนขึ้นไปปริมาณคิวที่เหมาะสมคือ 15 คิว 2 ประเภทของตู้เย็น ประเภทของตู้เย็นมีให้เลือกมากมายกว่าแต่ก่อน ซึ่งต้องเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของแต่ละบ้าน ดังนี้ ตู้เย็นเล็ก : เหมาะกับห้องที่มีพื้นที่น้อย อย่างเช่น หอพัก ห้องนั่งเล่น และห้องชั้นใต้ดินเป็นต้น ตู้เย็น 1 ประตู : ขนาดความจุไม่มาก ด้านในมีช่องแช่แข็งและช่องแช่ธรรมดาในตัว เหมาะกับบ้านทั่วไปที่มีพื้นที่กำจัด ตู้เย็น 2 ประตู (ช่องแช่แข็งด้าน/ด้านล่าง) : เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่น้อย ตู้เย็น 2 ประตู (แบบซ้าย-ขวา) : มีขนาดความจุทั้งเท่ากันทั้ง 2 ด้าน เป็นช่องแช่เย็นแบบแนวตั้ง บางรุ่นมีช่องกดน้ำด้านนอก เหมาะกับห้องครัวที่มีพื้นที่กำจัด ตู้เย็นหลายประตู : ส่วนบนจะมีประตูทั้งด้านซ้ายและขวา และส่วนล่างจะเป็นลิ้นชักช่องผักและช่องแช่แข็ง ช่วยแยกการแช่ให้เป็นสัดส่วน ทำให้อาหารสดได้ยาวนาน และหยิบใช้งานง่าย ตู้เย็นประตูซ้อนประตู (door-in-door) มาพร้อมประตู 4 บาน และอีก 2 บานที่ซ้อนไว้ด้านบน เพื่อกักเก็บความเย็นและช่วยประหยัดพลังงานในการเปิดตู้เย็นหยิบของเล็ก ๆ น้อย ๆ เลือกที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ในการเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้า จะต้องคำนึงถึงการประหยัดไฟเป็นลำดับแรก เราควรเลือกซื้อตู้เย็นที่มีสติ๊กเกอร์ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 กำกับ เพราะจะช่วยให้ประหยัดไฟได้มากกว่า และเป็นการลดค่าใช้จ่ายภายในบ้านได้อย่างมาก สังเกตจากรายละเอียดข้อมูล ถึงแม้ข้อสังเกตนี้จะเป็นมาตรฐานทั่ว ๆ ไปที่ใช้ในการพิจารณากัน แต่ก็พลาดไม่ได้เลยนะคะ นั่นก็คือ ตู้เย็นจะต้องมีตราชื่อผู้ผลิตและเครื่องหมายการค้าที่ชัดเจน มีฉลากระบุรายละเอียดของประเภท รหัสรุ่น ปริมาตรภายใน และวงจรไฟฟ้าที่ครบถ้วน รวมไปถึงคู่มือแนะนำตู้เย็น อย่างเช่น รายละเอียดของตู้เย็น วิธีการใช้ วิธีการติดตั้ง อุปกรณ์ควบคุม การทำความสะอาด และการบำรุงรักษาไว้…
Read More