KJDOO.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาการใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

USB HUB ยี่ห้อไหนดี

USB HUB เป็นอุปกรณ์เสริมช่องเสียบ USB (port) ที่พ่วงอุปกรณ์อื่น ๆ เข้ากับคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็น เครื่องพิมพ์ เมาส์ คีย์บอร์ด สแกนเนอร์ โมเด็ม และอื่น ๆ ซึ่งมีมากมายหลายช่อง  USB HUB ไม่เพียงแค่เป็นอุปกรณ์สำหรับการโอนถ่ายข้อมูล

USB HUB

หรือเพิ่มช่องให้กับ USB Port ของเรา แต่ USB HUB ยังสามารถเป็นอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์ของคุณได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ  นาฬิกาอัจฉริยะ แท็บเล็ต เป็นต้น

โดยที่คุณสามารถใช้สายชาร์จหัว USB เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือปลั๊กไฟแบบที่มีช่อง USB Port ชาร์จแบตเตอรี่ได้โดยตรงโดยไม่ต้องใช้หัวไฟ

ปัจจุบัน USB HUB ที่มีขายกันอยู่ในท้องตลาด ส่วนใหญ่จะเป็นเวอร์ชัน 2.0 กับ 3.0 ซึ่งถือว่าเป็นค่ามาตรฐานที่ใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป

เพื่อเป็นแนวทางให้กับท่านที่กำลังมองหา USB HUB อยู่เราก็มี วิธีเลือกซื้อ USB HUB อย่างคร่าว ๆ มาฝากกันค่ะ

1.ควรเลือกซื้อ USB HUB แบบที่มีช่องเสียบ USB แบบ 2.0 และ 3.0 ในเครื่องเดียวกันเลย เพราะอุปกรณ์บางอย่างยังคงรองรับได้แค่ USB 2.0 เท่านั้น

2.ควรตรวจสอบให้ดีว่า USB ของอุปกรณ์ที่จะใช้งานนั้นเป็นเวอร์ชัน 2.0 หรือ 3.0

3.ควรตรวจสอบจำนวนช่องเสียบของสาย USB ว่าสามารถใช้งานกับอุปกรณ์ของเราได้หรือไม่

4.ควรเลือกแบบแนวตั้งเพราะสามารถใช้งานได้สะดวก

5.ดูปริมาณช่องเสียบว่าเพียงพอต่อการใช้งานของเราหรือไม่

6.คำนึงถึงความยาวของสายต่อด้วยว่ามีความยาวเพียงพอและเหมาะสมกับพื้นที่ ที่เราจะนำมาใช้งานหรือไม่

10 ตัวอย่าง USB HUB ยี่ห้อไหนดี

1.USB HUB UGREEN อะแดปเตอร์ USB 3.0 Hub

UGREEN อะแดปเตอร์ USB 3.0 Hub อุปกรณ์เพิ่มช่องต่อ USB แบบ 3 พอร์ต ถ่ายโอนข้อมูลเร็ว  พอร์ตรองรับ USB 3.0/2.0 ส่งถ่ายข้อมูลรวดเร็วสูงสุด 1,000 Mbps มาพร้อมพอร์ตพิเศษต่อสายอินเทอร์เน็ต RJ45 gigabit Ethernet ได้เร็วขึ้น

และสามารถใช้กับกับคอมพิวเตอร์ทุกระบบ ได้แก่ Windows, Vista, OS, Linux ให้คุณออนไลน์ได้ไม่สะดุด รองรับความเร็วในการรับส่งข้อมูลได้ถึง 1000Mbps และลงได้กับ 10 / 100Mbps

ตัวเครื่องใช้พลาสติกแข็งแรง กะทัดรัด รองรับ Adapter DC 5V เป็นตัวแปลงไฟและสำรองไฟปริมาณมาก

ข้อดี
ข้อด้อย

2.USB Hub ตัวเพิ่มช่อง USB Inphic H6 4 ports

USB Hub ตัวต่อเพิ่มช่อง USB คุณภาพสูง พอร์ตรองรับ USB 2.0  สายยาว 100 cm เพียงพอสำหรับใช้งานกับ PC ใช้งานอุปกรณ์ได้พร้อมกัน 4 ช่อง ต่อ external harddisk ได้สูงสุด 6TB

มีช่อง micro-usb สำหรับชาร์จไฟกรณี ไฟไม่พอสำหรับการใช้งานอุปกรณ์หลายตัวพร้อมกัน ขนาด 100x30x10 mm หนัก 50 กรัม

ข้อดี
ข้อด้อย

3.USB HUB 4 port 3.0 สายยาว 30 cm

USB HUB 4 พอร์ตชนิด 3.0 มีช่องเสียบ 4 พอร์ต สามารถใช้ได้กับ USB หลายชนิด ได้แก่ แบบ 1.1, 2.0  มีอัตราการถ่ายโอนความเร็วสูงมากถึง 5Gbps สามารถใช้งานกับอุปกรณ์ใช้กำลังไฟน้อย เหมาะกับการใช้งานร่วมกับ โน๊ตบุ๊ค แม็กบุ๊ค อัลตร้าบุ๊คทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ

และขนาดที่เล็กพกพาสะดวกมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ ตัวเครื่องทำจากวัสดุ ABS ทนความร้อนดีได้ดี สามารถใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการหลักทั่วไปได้ทั้งหมด รวมถึง  Windows / Linux / Mac OS โดยไม่ต้องติดตั้งไดร์เวอร์

ข้อดี
ข้อด้อย

4.USB HUB SuperSpeed Compact

USB HUB SuperSpeed Compact USB 3.0 พร้อมช่องเสียบ 4 พอร์ต รูปทรงบางพิเศษ ใช้กับ Mac คอมพิวเตอร์ USB แฟลช Disk  เครื่องอ่านการ์ด เมาส์  ฮาร์ดดิสก์ USB  windows XP, vista, win7, Mac OS ได้

ให้คุณชาร์จไฟฟ้าและถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ใช้ระบบ Bus-powered สำรองไฟฟ้าได้สูงสุด 900 mA  มีสัญญาณไฟบ่งบอกสถานะ การใช้งานอยู่ ใช้ได้กับ USB แบบ 1.1/2.0/3.0

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  Nintendo switch ราคาถูกซื้อที่ไหนดี
ข้อดี
ข้อด้อย

5.USB HUB รุ่น Multi port Hub 5 in 1

USB HUB รุ่น Multi port Hub 5 in 1 USB 3.0 สามารถถ่ายโอนข้อมูลรวดเร็ว มาพร้อมมัลติพอร์ต 5 ใน 1 อะแดปเตอร์ HDMI 4K, USB 3.0 2 ช่อง และ Micro SD, TF การ์ด สามารถใช้กับ Notebook, Laptop, PC, Smartphone ที่มีพอร์ท Type-C

ตัวเครื่องผลิตด้วยวัสดุ Aluminum แข็งแรงมีคุณภาพ น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ขนาดเล็ก ใช้งานง่าย ด้วยพอร์ตชาร์จแบบ C PD สำหรับชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็วนอกจากนี้ยังสามารถชาร์จโทรศัพท์ได้ในเวลาเดียวกัน  สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจ

ข้อดี
ข้อด้อย

6.USB HUB High Speed USB 2.0 Hub 7 Port ช่องต่อ USB 2.0 แบบ 7 ช่อง

USB HUB ช่องต่อ USB 2.0 แบบ 7 ช่อง 7 Port High Speed USB 2.0 Hub ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อความเร็วสูงแบบ USB 2.0 ซึ่งมีความเร็วสูงสุดถึง 480Mbps ทำให้สามารถโอนถ่ายข้อมูลได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ

และมีประสิทธิภาพ หมดปัญหากับช่องต่อ USB ที่ไม่เพียงพออีกต่อไป  ความยาวของสายเคเบิล 0.6 ม. สำหรับแต่ละช่องต่อ USB 2.0 เชื่อมต่อได้สูงสุด 500mA

ข้อดี
ข้อด้อย

7.USB HUB ช่องต่อ USB 2.0 แบบ 4 ช่อง

ช่องต่อ USB 2.0 แบบ 4 ช่อง 4 Port High Speed USB 2.0 Cute Hub ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อความเร็วสูงแบบ USB 2.0 ซึ่งมีความเร็วสูงสุดถึง 480Mbps ทำให้สามารถโอนถ่ายข้อมูลได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ และมีประสิทธิภาพ มีไฟ LED

สีแดงแสดงสถานะ การทำงาน  สำหรับแต่ละช่องต่อ USB 2.0 เชื่อมต่อได้สูงสุด 500mA ความยาวของสายเคเบิล 0.5 ม.  ขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบา ง่ายต่อการใช้งาน  สายชาร์จ Micro USB Android Charge & Data ความยาว 0.9 ม.

ข้อดี
ข้อด้อย

8.USB HUB 4 port 3.0 Aluminum สายยาว 30 cm

USB HUB 4 port 3.0  ตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมเรียบ ดีไซน์สวย พร้อมเป็นแท่นวางโทรศัพท์/แท็บเล็ต วัสดุแข็งแรง-ทนทาน อัตราการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุด 5 Gbps

สามารถใช้ได้กับระบบ Windows 10, 8.1, 8, 7, Vista, XP, Mac OS X และ Linux / Unix มีระบบความปลอดภัยช่วยป้องกันไฟกระชากและความร้อนสูงเกินมาตรฐาน

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  ที่โกนหนวดไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี
ข้อดี
ข้อด้อย

9. USB HUB 7 port 3.0 Aluminum สายยาว 30 cm

USB HUB 7 port 3.0 ขยายการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของคุณด้วยฮับ USB 7 พอร์ต ช่วยประหยัดเวลาในการซิงค์ด้วยอัตราการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุด 5 Gbps

สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้าเกินและการป้องกันกระแสทันทีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อและ HUB เอง ใช้งานร่วมกับระบบ Windows 10, 8.1, 8, 7, Vista, XP, Mac OS X และ Linux / Unix ได้

ข้อดี
ข้อด้อย

10.USB HUB ORICO A3H10 พอร์ต USB 3.0

USB HUB ORICO A3H10 พอร์ต USB 3.0 มาพร้อม พอร์ต USB แบบ 3.0 ถึง 10 ช่อง วัสดุทำจากอะลูมิเนียมจึงมีความแข็งแรงทนทาน แม้ใช้งานหนักหน่วง

รองรับอุปกรณ์  Windows 7, Windows 8, Windows XP, วินโดวส์วิสตา, Linux, Mac, OS มีระบบป้องกันไฟฟ้ากระชาก/ลัดวงจร มาพร้อมสายเคเบิลยาว 100 เมตร

ข้อดี
ข้อด้อย

บทสรุป

จะเห็นได้ว่า สำหรับ USB HUB ที่เรานำมาแนะนำ จะมีจำนวนพอร์ตตั้งแต่ 3 พอร์ตขึ้นไป และอาจมากถึง 10 พอร์ตเลยทีเดียว ดังนั้น ก่อนที่คุณจะเลือกซื้อ USB HUB แต่ละชนิด

ควรดูความจำเป็นที่จะใช้งานว่าคุณจะนำไปใช้กับอุปกรณ์ชนิดใดบ้าง เช่นหากคุณมีอุปกรณ์ที่กินพลังงานน้อยจำนวนไม่มาก ก็สามารถเลือกซื้อ USB HUB ขนาดเล็กได้

หากคุณมีอุปกรณ์ที่กินพลังงานสูงจำนวนมาก แนะนำให้เลือกซื้อ USB Hub พร้อม adapter ไปเลย เพราะจะทำให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากว่า